การเปลี่ยนแปลงของศิลปะ

 

นักศิลปะมีการเปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาตลอดเวลาเริ่มต้นตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ที่ การบันทึกข้อมูลต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการบอกต่อเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของสถานที่ต่างๆทุกคนต่างๆในยุคหินยุคถ้ำที่อาศัยอยู่ในถ้ำต่างๆ มีความจำเป็นจะต้องมีการบ่งบอกว่าสัตว์ในละแวกนั้นมีอะไรบ้างและสามารถล่าอะไรได้บ้าง รวมถึงแต่ละยุคแต่ละสมัย หรือแต่ละฤดูกาลมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น เป็นการจดบันทึกเพื่อให้คนรุ่นหลังที่เข้ามาอยู่ในถ้ำนั้นได้รับรู้นั่นก็คืออีกหนึ่งสิ่งที่เขาใช้ กระดูกสัตว์ เลือดสัตว์ รวมทั้งใช้หินต่างๆในการจดบันทึกขีดต่างๆกำแพงเป็นภาพนูน

เพื่อบ่งบอกถึงรายละเอียดที่ชัดเจนส่วนใหญ่ก็จะเป็นการล่าสัตว์ต่างๆเพื่อบ่งบอกว่าในอาณาเขตนี้มีสัตว์ใดบ้าง ในยุคปัจจุบันก็มีการค้นพบถ้ำหลายๆท่านที่มีลักษณะของการบันทึกเรื่องราวต่างๆหรือว่าเป็นงานศิลปะในยุคก่อน ในยุคต่อมาที่มีการพัฒนาให้งานศิลปะเป็นมากกว่าแค่การจดบันทึกเป็นทั้งสุนทรียภาพ การพัฒนาการทำงาน หรือแม้แต่จะเป็นการบ่งบอกถึงความคิดของศิลปินหรือจิตรกรต่างๆ

จึงทำให้ในยุคต่างๆเหล่านี้มีการพัฒนาการทำงานไม่ว่าจะเป็นความเชื่อ ช่างต่างๆก็มีการพัฒนาที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นไม่เพียงแต่เป็นงานภาพเขียนหรือภาพวาดแบบนั้นยังมีในส่วนของเครื่องใช้อุปกรณ์ต่างๆที่ถูกพัฒนาเพิ่มมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามนี้จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันผู้คนต้องการความสนใจในการเข้ามาศึกษาเกี่ยวงานศิลปะเพื่อศิลปะทุกยุคทุกสมัยก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน 

ไม่ว่าจะเป็น ยุคหิน ที่มีลักษณะในการใช้อุปกรณ์ต่างๆเข้ามาขูดขีดสร้างรอยนูนหรือสร้างสิ่งต่างๆที่ง่ายมากยิ่งขึ้นในการใช้งานเพราะผู้คนต่างๆจำเป็นจะต้องมีการเข้าถึงเหมือนกันว่างานศิลปะ นี่ถึงแสดงให้เห็นว่างานศิลปะและ วัฒนธรรมในการใช้ชีวิตของผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอเพราะแต่ละยุคแต่ละสมัยไม่ว่าจะเป็นลักษณะของ ยุคสมัยต่างๆหรือผู้นำต่างๆก็มีความต้องการในการสร้างผลงานที่แสดงถึงความเรื่องอำนาจของยุคสมัยของตัวเอง

หรือว่าสร้างสิ่งต่างๆที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของยุคสมัยของอียิปต์ เมโสโปเตเมีย ยุคกรีก โรมัน ยุคคริสเตียน รวมไปถึงในส่วนของยุคไบเซนไทน์ ยุคต่างๆเหล่านี้มีความสำคัญเกี่ยวกับศิลปะทั้งสิ้นเพราะศิลปะต่างๆมีการพัฒนาหรือมีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาให้ผู้คนต่างๆสามารถเข้าถึงง่ายมากยิ่งขึ้นเพราะสิ่งที่ศิลปะให้กับผู้คนนั้นนั่นคือสุนทรียภาพแห่งการรับรู้ต่างๆรวมถึงการบันทึกเรื่องราวต่างๆ

ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยของศิลปะต่างๆ ผู้คนในยุคกลางมีการศึกษาและค้นคว้าเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคนั้นก่อนผ่านทางงานศิลปะงานศิลปะเป็นทั้งการบันทึกเรื่องราวต่างๆ กิจกรรม การอยู่อาศัยและวิถีชีวิตของผู้คนต่างๆจึงเป็นส่วนสำคัญที่การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยของงานศิลปะต่างๆส่งผลให้การศึกษาของผู้คนหรือการรับรู้เรื่องราวของผู้คนในยุคหลังมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ศิลปะจึงเป็นสิ่งที่ทั้งกล่อมเกลาจิตใจผู้คนเป็นการบันทึกเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการส่งต่อความคิดต่างๆที่ดีมากยิ่งขึ้น 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet

ศิลปะกับการแต่งตัว

การแต่งตัวถือเป็นความชอบ ความสนุกสนาน ความแปลกใหม่ และแสดงออกถึงตัวตนของใครหลายคน การแต่งตัวไม่มีขีดจำกัด ทุกคนสามารถแต่งตัวอย่างไรก็ได้ แต่งตัวด้วยสีสันมากน้อยแค่ไหนก็ได้ เพราะการแต่งตัวคือแฟชั่น และแฟชั่นไม่มีคำนิยามที่ตายตัว ทุกคนสามารถสร้างสรรค์ กำหนดกรอบการแต่งตัว

แฟชั่นของตัวเองได้ การแต่งตัวก็ไม่ต่างจากการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ต้องมีการประยุกต์ การคุมโทนสี การเล่นสี การจินตนาการภาพ ทุกอย่างล้วนมาจากความสร้างสรรค์ และความสร้างสรรค์คือหัวใจหลักของการก่อให้เกิดงานศิลปะ

การแต่งตัวเป็นงานศิลปะได้อย่างไร

1.การเลือกสีของเสื้อผ้าไม่ต่างจากการจะลงสีบนภาพวาด หากเปรียบเรือนร่างของมนุษย์เป็นกระดาษวาดเขียนแล้วนั้น การเลือกสีของเสื้อผ้าก็ไม่ต่างจากการนำสีมาแต่งเติมบนเรือนร่างที่เปรียบเสมือนกระดาษวาดภาพที่มีชีวิต อีกทั้งการจะกำหนดแต่ละสีนั้นล้วนมาจากการคิดวิเคราะห์สถานที่ เวลา โอกาส ไม่ต่างจากงานศิลปะที่ต้องมีการวิเคราะห์ว่าควรเติมสีไหนลงบนกระดาษวาดเขียน เช่น หากจะไปงานศพควรเลือกสีขาวดำ เช่นเดียวกับรูปภาพหากอยากให้ภาพดูเศร้าหมองก็ใช้โทนขาวดำ 

2.การประยุกต์ใช้ ผสมผสานเสื้อผ้าให้มีความเข้ากัน ก็ไม่ต่างจากการออกแบบรูปภาพ การออกแบบรูปภาพก็คืองานศิลปะ ดังนั้นการออกแบบเสื้อผ้า ประยุกต์เสื้อผ้าก็ย่อมเป็นงานศิลปะเช่นกัน อย่างการที่เรานำเสื้อเชิ้ตขาวตัวใหญ่มาใส่ให้กลายเป็นเดรสเชิ้ต นั่นก็ทำให้เกิดเป็นแฟชั่นอีกแบบหนึ่ง ทำให้การแต่งตัวสร้างสรรค์ขึ้น เมื่อความสร้างสรรค์เกิดขึ้นจากการออกแบบเสื้อผ้า ประยุกต์เสื้อผ้า ดังนั้นความสร้างสรรค์ชุดดังกล่าวก็ย่อมทำให้เกิดเป็นผลงานศิลปะได้

3.เสื้อผ้าแต่ละตัวที่เราสวมใส่ก็ล้วนมาจากผลงานแฟชั่นการออกแบบเสื้อผ้า การออกแบบเสื้อผ้าก็ย่อมเป็นหนึ่งในงานศิลปะ เพราะการออกแบบก่อให้เกิดผลงานศิลปะ และผลงานจากศิลปะการออกแบบนั้นก็คือเสื้อผ้าที่เราสวมใส่นั่นเอง หากไม่มีศิลปะ เสื้อผ้าที่เราสวมใส่อาจไม่สวยงาม ไม่ทันสมัย ไม่มีเสน่ห์มาจนถึงปัจจุบันนี้ 

กล่าวได้ว่าศิลปะแทบจะเป็นพื้นฐานในการก่อให้เกิดความสวยงามต่างๆบนโลก ไม่ว่าจะเป็น สถาปัตยกรรม อาคารบ้านเรือน ของใช้ ของกิน รวมถึงเครื่องนุ่งห่มอย่างเสื้อผ้าที่เราสวมใส่กันในทุกวัน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนต้องมีการออกแบบทำให้เกิดเป็นรูปร่างขึ้นมาได้ ศิลปะอยู่กับเราทุกหนทุกแห่ง อยู่ตั้งแต่การที่เราเริ่มสวมใส่เสื้อผ้าแล้ว การออกแบบเสื้อผ้าทำให้เกิดความหลากหลายของแฟชั่น ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้วยังทำให้การแต่งตัวมีความสนุกสนานมากขึ้น ต้องยอมรับเลยว่าศิลปะมีความสำคัญและจำเป็นต่อมนุษย์จริงๆ ไม่มีศิลปะคงไม่มีความสวยงาม ความสร้างสรรค์บนโลกใบนี้ให้เราได้เห็นจนถึงมาจนถึงทุกวันนี้

 

 

สนับสนุนโดย   สมัครยูฟ่าเบท

เครื่องสังคโลก

ใครหลายคนคงไม่คุ้นหูกับคำว่า  “เครื่องสังคโลก” โดยเฉพาะคนสมัยใหม่ นอกจากจะไม่คุ้นหูแล้ว อาจจะยังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ มีผู้สันนิษฐานว่า สังคโลก เป็นคำที่เพี้ยนมาจากคำว่า ซ้องโกลก ซึ่งมีความหมายว่า เตาแผ่นดินซ้อง หรืออาจจะเพี้ยนมาจากคำว่า สวรรคโลก 

เครื่องสังคโลกเป็นเครื่องปั้นดินเผาชนิดหนึ่ง แต่มีคุณภาพที่ดี มีการตกแต่งลวดลายที่สวยงามและมีการเคลือบผิวเครื่องปั้น เครื่องสังคโลกจะใช้ความร้อนในการเผาเฉลี่ย 1,150-1,280 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นความร้อนที่สูงมาก อีกทั้งเตาเผาที่จะใช้ในการเผาและเทคนิคในการเผาก็มีการพัฒนามาจากเครื่องปั้นดินเผา มีต้นกำเนิดจากสุโขทัย ถึงกับมีการขนานนามสุโขทัยว่า คือ เมืองแห่งเครื่องสังคโลก 

รูปแบบและลวดลายเครื่องสังคโลกสามารถแยกประเภทได้ดังนี้

1.ประเภทเครื่องปั้นดินเผาเนื้อแข็งไม่เคลือบ ใช้แม่พิมพ์กดทับในการทำลวดลายหรือการประดับด้วยการปั้นดินแปะติดกับเครื่องปั้นดินก่อนนำเข้าเตา ซึ่งประเภทนี้จะประกอบไปด้วย ลายก้านขด ลายเรขาคณิต 

2.ประเภทเครื่องถ้วยเนื้อดินแข็งกึ่ง Stoneware ไม่มีการเคลือบแต่มีการชุบน้ำที่ดิน ประดับลวดลายด้วยการเขียนลายสีแดง

3.ประเภทเครื่องถ้วย ซึ่งเคลือบด้วยสีน้ำตาลเข้มอันเป็นการเคลือบสีเดียวกับสีพื้น ลักษณะคล้ายกับเครื่องถ้วยลพบุรีที่มีการเคลือบสีน้ำตาล

4.ประเภทเครื่องถ้วย ซึ่งเคลือบด้วยสีเขียวไข่กา หรือ celadon ประดับลวดลายด้วยการขุดและขูดเนื้อดิน แล้วจึงเคลือบทับลายอีกที ลักษณะคล้ายกับเครื่องถ้วยจากเตาหลงฉวน ประเภทจีน

5.ประเภทเครื่องถ้วย ซึ่งเคลือบด้วยสีขาว ประดับลวดลายด้านบนด้วยการเคลือบสีน้ำตาลทอง

6.ประเภทเครื่องถ้วย ซึ่งเคลือบด้วยสีขาว ประดับลวดลายด้านใต้ด้วยการเคลือบสีน้ำตาล ลักษณะคล้ายกับเครื่องถ้วยจีนและเครื่องถ้วยเวียดนาม

7.ประเภทเครื่องถ้วยดินเผา ซึ่งเกิดจากการผาหรือการตากให้แห้ง แล้วนำไปทำน้ำโคลนเหลวด้วยการทาทับที่เครื่องถ้วยอย่างหนา ประดับลวดลายด้วยการสลักลาย แล้วนำเข้าเตาเผา

การผลิตเครื่องสังคโลกมีวัตถุประสงค์เพื่อการใช้สอยเหมือนเครื่องปั้นดินเผา แต่จะมีลวดลายที่สวยงามมากกว่า จึงทำให้เครื่องสังคโลกเป็นที่นิยมและนำไปค้าขายได้มากกว่าเครื่องปั้นดินเผา จนสามารถส่งขายออกไปต่างประเทศได้  เครื่องสังคโลกนั้นเป็นศิลปหัตถกรรมที่ค่อนข้างหาได้ยาก และมีราคาที่สูง ผู้ผลิตมักนิยมส่งออกไปขายต่างประเทศมากกว่า แต่อย่างไรก็ตามคนไทยยังสามารถหาชมศิลปหัตถกรรมเครื่องสังคโลกเหล่านี้ได้อยู่ด้วยการไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ที่มีการเก็บรวบรวมสะสมเครื่องสังคโลกไว้ เพื่อจะได้ศึกษาและเห็นถึงความสวยงามของศิลปหัตถกรรมไทยว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่า มีความงดงาม มีเอกลักษณ์และควรค่าแก่การรักษาไว้มากเพียงใด

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   จีคลับ คาสิโน

SAGRADA FAMILIA ศิลปสถาปัตยกรรม สิ่งปลูกสร้างระดับนานาชาติ

 

ศิลปะนั้นมีหลายแขนงซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ สถาปัตยกรรม ซึ่งทางวิชาการจะรู้จักกันในชื่อ ศิลปะสถาปัตยกรรม เป็นการงานศิลปะในด้านการออกแบบให้ปรากฏออกมาเป็นรูปร่าง ในกลุ่มคนที่เจริญแล้วมักจะสร้างสถาปัตยกรรมออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการใช้สอย อย่าง โบสถ์ เจดีย์ มหาวิหาร เป็นต้น วันนี้เราจะพาไปส่องสถาปัตยกรรมระดับนานาชาติในยุโรก โกธิค กัน

ในบรรดาสถาปัตยกรรมที่สวยงามเป็นที่รู้จัก คงหนีไม่พ้นสถาปัตยกรรมในเมืองบาร์เซโลนา เพราะเมืองนี้เป็นศูนย์กลางของสถาปัตยกรรมยุโรปโกธิค ในยุคนั้นจะมีศิลปินนักออกแบบชื่อดังที่มีชื่อว่า Antonio Gaudi (เกาดี้) ซึ่งเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงที่สุดในด้านของงานสถาปัตยกรรม และผลงานที่สะดุดตาที่สุดของเขาก็คือ มหาวิหาร SAGRADA FAMILIA นั่นเอง 

Sagrada Familia เป็นสถานที่สำคัญอันมีชื่อที่สุดของเมืองบาร์เซโรนาไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของเมืองก็สามารถเห็นยอดทั้ง 8 ของมหาวิหารนี้ได้ ตั้งสูงลิ่วอย่างโดดเด่น โดยมหาวิหารนี้เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี คริสต์ศักราช 1882 โดยได้ออกแบบให้มีหอสูงทั้งหมดถึง 18 หอ แต่น่าเสียดายมากจริงๆ เมื่อหลังจากสร้างเสร็จไปแล้ว 8 หอ โดยคิดเป็นความก้าวหน้าของงานประมาณ 50 % ผู้สร้างอย่าง Antoni Gaudi ก็ได้เสียชีวิตลงไป จากการถูกรถรางทับ เมื่อคริสต์ศักราช 1926 และศพของเขาได้ถูกฝังไว้ในมหาวิหาร Sagrada familia ด้วย ทำให้เราอาจขนานนามได้ว่าสถานที่นี้เป็นมหาวิหารที่ยังสร้างไม่เสร็จ อย่างไรก็ตาม  ในปีคริสต์ศักราช 1952 ก็มีการกลับมาดำเนินการก่อสร้างต่อ 

ผลงานชิ้นนี้ของ Antonio Gaudi  มีความแปลกตาจากงานชิ้นอื่นของเขา ตรงที่มมีสีสันที่ไม่ฉูดฉาด เรียบๆ แบบโทนสีธรรมชาติ ด้วยแนวคิดการคืนกลับสู่ธรรมชาติ  ให้ความรู้สึกสงบนิ่ง ช่วยบรรเทาความรู้สึกที่วุ่นวาย ให้เย็นลง สมกับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และการตกแต่งด้วยลวดลายที่สวยงามสลักเสลาทั้งข้างนอกตัวโบสถ์และข้างใน ผนังโบสถ์ด้านหนึ่งแสดงภาพ

หรือ ขึ้นรูปสลักเป็นเรื่องราวการประสูติของพระเยซูคริสต์ ตัวตึกบรรจงประดับโดยการใช้โมเสคจากเวเนเชี่ยน มหาวิหารนี้นักออกแบบเกาดี้ได้ออกแบบให้เป็นสไตล์โมเดิร์นนิสโม ซึ่งเป็นศิลปะแบบฉบับเฉพาะถิ่น ผสมกับอาร์ตนูโว ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล

อีกหนึ่งลักษณะเด่นของมหาวิหารนี้ คือ การผสมผสานระหว่างการก่อสร้างสมัยใหม่และสมัยเก่ารวมกัน ที่เห็นได้ชัดเจน คือ บริเวณข้างหน้าและหลัง จะพบการตัดกันของหิน การสร้างมหาวิหารนี้ได้ถูกกำหนดให้แล้วเสร็จในปีคริสต์ศักราช 2026 เพื่อให้พอดี 100 ปี กับการจากไปของเกาดี้  อย่างไรก็ตามมีโอกาสที่จะไม่เป็นไปตามนั้นอยู่มาก เรามาเอาใจช่วยกันดีกว่าว่ามหาวิหารนี้จะลบล้างฉายา มหาวิหารที่สร้างไม่เสร็จ ได้หรือไม่

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   gclub ฝากขั้นต่ำ 20

ศิลปะกับการตกแต่งร้านกาแฟ

ร้านกาแฟในปัจจุบันถือว่าเป็นสถานที่ที่จำเป็นสำหรับคนในยุคนี้อย่างมาก เพราะไม่ว่จะเป็นการทำงาน การออกไปพักผ่อน ร้านกาแฟก็ยังคงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอันดับต้นๆที่ คนส่วนใหญ่นั้นมักจะนึกถึง เพราะนอกจากจะมีกาแฟ ขนม นมเนยให้เราเลือกรับประทานแล้ว สถานที่ที่เป็นร้านกาแฟในบ้างร้านนั้นก็ได้มีการนำสิ่งที่ดป็นศิลปะเข้ามาใช้ในการตกแต่งเพื่อให้เกิดความสวยงาม

และสร้างกาตกแต่งที่แปลกใหม่เพื่อเป็นจุดขายของร้านหรือสิ่งที่เป็นจุดที่จะทำให้เกิดความสนใจจากผู้ที่มาใช้บริการได้ และในการนำศิลปะมาใช้ในการตกแต่งนั้นก็มีทั้งการตกแต่งภายใน ภายนอก 

รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งต่างๆอีกมากมายภายในร้านด้วย ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีอย่างมาก เพราะอย่างน้อยการใช้ศิลปะเข้ามาผสมผสานกับร้านกาแฟนั้นถือว่าเป็นการสนับสนุนผลงานด้านศิลปะของผู้สร้างสรรค์แถมยังเป็นการสร้างบรรยากาศและปลูกฝังให้ผู้ที่มาพบเห็นนั้นได้รู้สึกซึมซับถึงศิลปะต่างๆด้วย ซึ่งศิลปะที่จะสามารถนำมาสร้างารรค์ได้นั้นไม่ได้มีเพียงศิลปะอย่างเดียวเท่านั้นแต่มีศิลปะที่หลากหมาลที่ผู้สร้างสรรค์สามารถที่จะนำมาผสมผสานให้เข้ากับตัวร้านกาแฟและศิลปะเกล่านี่นจะต้องบ่งบอกความเป็นตัวคนของผู้สร้างและเสน่ห์ที่น่าค้นหาของร้านกาแฟด้วย จึงจะเป็นสิ่งที่ทำให้การสร้างสรรค์ศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่ไม่เกิดความสูญเปล่าในการสร้างสรรค์นั่นเอง

การตกแต่งภายใน การนำศิลปะมาตกแต่งภายในนั้นสามารถทำได้หลากหลายมากมาย และศิลปะที่นำมาผสมผสานนั้นจะสร้างสิ่งที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของร้านกาแฟได้ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะในการวาด การวาดถือเป็นศิลปะสำคัญและง่ายมากที่จะนำมาสร้างสรรค์และเป็นสิ่งที่จะช่วยให้การตกแต่งร้านดูมีสิ่งที่น่าค้นหามากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นการนำศิลปะเข้ามาตกแต่งภายในโดยการวาดรูปสิ่งที่เป็นตัวต้นของร้าน เช่นการวาดรูปและตกแต่งเป็นรูปเมล็ดกาแฟต่างๆ งานปั้นก็เป็นงานที่ได้รับความนิยมมาตกแต่งร้านกาแฟเช่นกัน รูปปั้นต่างๆก็ถือว่าสร้างความสวยงามให้ตัวร้านไม่น้อยเลยทีเดียว

การตกแต่งภายนอก การตกแต่งภายนอกถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญการนำศิลปะเข้ามาใช้ผสมผสานในการตกแต่งภายนอกร้านนั้นจะเป็นการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับร้านได้และเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก เพราะร้านจะโดเด่นหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับการตกแต่งภายนอกด้วนนั่นเอง ดังนั้นแฃ้วโดยส่วนใหญ๋ที่ร้านกาแฟดังๆมีการตกแต่งภายนอกด้วยการเพ้นท์หรือการพ่นสีด้วยสเปร์กถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างความสวยงามและความน่าจดจำให้แก่ผู้พบเห็นด้วย

เฟอร์นิเจอร์ เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพราะหัวใจหลักของร้านก็ควจะหนีไม่พ้นเฟอร์นอเจอร์ ถ้าหากเฟอร์นิเจอร์มีการตกแต่งด้วยการนำศิลปะต่างๆมาผสมผสาน ยกตัวอย่างเช่น งานปั้น งานสี งานไม้ และงานแกะสลักก็ถือว่าเป็นการนำศิลปะมาสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดความสวยงามและความน่าจดจำและเอกลักษณให้ร้านของเราด้วย ศิลปะจึงเป็นสิ่งท่ำเป็นที่จะต้องมีการนำมาผสมผสานกับสิ่งต่างๆในการที่จะตกแต่งร้านกาแฟใฟ้น่าสนใจด้วย

 

 

สนับสนุนโดย   www.ufa168.co ลิงค์เข้าใช้งานค่ะ

ตำนานความเชื่อเกี่ยวกับ อาถรรพ์แมวดำ

          หลายคนชอบเลี้ยงแมวเจ้าแมวนั้นเป็นสัตว์ขี้อ้อนและหน้าตาน่ารักแต่ก็มีแมวบางสายพันธุ์ซึ่งมันจะมีสีดำทั้งตัวขนของมันจะสั้นทำให้บางคนที่เห็นแมวดำแล้วมีความรู้สึกว่าแมวดำนี้เป็นสัตว์ที่มีความลึกลับน่ากลัว ในสมัยโบราณนั้นมนุษย์เรามีความเชื่อและความผูกพันเกี่ยวกับแมวดำมาเนิ่นนาน สำหรับวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยโบราณหรืออาจจะลากมาจนถึงปัจจุบันนี้คนไทยนั้นมักมีความเชื่อเกี่ยวกับแมวดำว่าเป็นตัวแทนของ ความศักดิ์สิทธิ์และสิ่งที่เหนือธรรมชาติ

มีความเชื่อกันอยู่ว่าหากใครก็ตามที่ฆ่าแมวจะมีความบาปมาก โดยมีความเชื่อกันว่าหากใครก็ตามฆ่าแมว 1 ตัวเปรียบได้กับคนคนนั้นฆ่าสามเณร 1 รูปเลยทีเดียวอีกครั้งแมวดำนั้นชาวบ้านคนไทยยังมีความเชื่อกันว่าเป็นตัวแทนของสิ่งเร้นลับ และยังเป็นตัวแทนของรางร้ายซึ่งคนในสมัยโบราณนั้นเชื่อกันว่าหากมีแมวดำกระโดดข้ามโลงศพ วิญญาณของคนตายที่ถูกแมวดำกระโดดข้ามโลงศพนั้นก็จะกลายมาเป็นวิญญาณที่มีความดุร้ายและเฮี้ยนจะคอยออกมาหลอกหลอนผู้คนและทำร้ายผู้คน เกี่ยวกับเรื่องราวของแมวนั้นมีการว่ากันว่าแต่ก่อนนั้นแมวเป็นสัตว์ที่อยู่ในป่าต่อมาก็ย้ายมาอยู่อาศัยกับมนุษย์

จึงมีความผูกพันซึ่งกันและกันมาอย่างยาวนาน อย่างเช่นประเทศอียิปต์นั้นในสมัยโบราณผู้คนต่างพากันนับถือแมวดำเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าแมวดำของประเทศอียิปต์นั้นประชาชนเชื่อกันว่ามันคือตัวแทนของเทวีบาสเต็ด ดังนั้นผู้คนจึงเคารพบูชาแมวดำเป็นอย่างมาก  สำหรับรูปร่างของเทวีบาสเต็ดนั้น จะมีรูปร่างเหมือนคนแต่มีหัวเหมือนคล้ายกับสิงห์

ซึ่งเทวีองค์นี้จะเป็นตัวแทนปกป้องเกี่ยวกับเรื่องของภยันตรายต่างๆ และแมวถือได้ว่าเป็นบริวารของเทวีองค์นี้ดังนั้นหากใครก็ตามที่มีการดูแลแมวเป็นอย่างดีก็จะได้รับการปกป้องจากเทวีองค์นี้ด้วยเช่นเดียวกัน และหากใครก็ตามที่ฆ่าแมวก็จะถูกเทวีองค์นี้ลงโทษอย่างหนักเช่นเดียวกัน ทางด้านฝั่งยุโรปนั้นมีความเชื่อกันเกี่ยวกับเรื่องของแมวดำว่าแมวดำนั้นคือที่สิงสถิตย์ของวิญญาณร้ายอย่างเช่นแม่มด ซึ่งเป็นตัวแทนของมนต์ดำและซาตาน ในสมัยยุคกลางคนในประเทศยุโรปแต่มีการเชื่อกันว่าหากผู้หญิงคนไหนก็ตามที่มีการเลี้ยงแมวดำเอาไว้และประพฤติตัวหรือทำตัวลึกลับซับซ้อนแสดงว่าคนคนนั้นคือแม่มด

พวกเขาจะถูกชาวบ้านล่าตัวและจับไปลงโทษอย่างทรมาน  ในขณะเดียวกันสำหรับทางด้านประเทศอินเดียโบราณก็มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของแมวดำว่าแมวดำนั้นเป็นสัตว์เป็นพาหนะของพระษัษฐี  ซึ่งเธอคือเทวีแห่งความตายของทารกหรือที่เราเรียกกันว่าแม่ซื้อประจำตัวเด็กนั่นเอง ซึ่งคนอินเดียโบราณมีความเชื่อกันว่าหากแมวดำไปอยู่ใกล้บริเวณบ้านหลังไหนแสดงว่าวิญญาณของ พระษัษฐี กำลังมาที่บ้านหลังดังกล่าวและอีกไม่นานคนในบ้านหลังนั้นก็จะต้องมีคนเสียชีวิตอย่างแน่นอน

ดังนั้นชาวอินเดียเมื่อจะมีการประกอบพิธีงานศพจึงมักจะต้องมีการขับไล่แมวดำที่มาป้วนเปี้ยนแถวบริเวณงานศพออกไปเพื่อป้องกันการเกิดอาถรรพ์นั่นเองสำหรับอาถรรพ์แมวดำยังมีอีกมากมายหลายประเทศที่มีความเชื่อแตกต่างกันแต่ส่วนใหญ่แล้วแมวดำนั้นก็คือความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของความโชคไม่ดีและความโชคร้ายนั่นเอง 

   

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์

ตำนานความรักของเจ้าฟ้าชายเอ็ดเวิร์ดและหญิงหม้าย วอลลิส ซิมป์สัน

         สำหรับเรื่องราวความรักที่กำลังจะเล่าดังต่อไปนี้เป็นเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นจริงในราชวงศ์อังกฤษซึ่งในขณะนั้นใครหลายๆคนต่างก็พากันแปลกใจมากที่เจ้าฟ้าชายเอ็ดเวิร์ดยอมสละความสุขส่วนตัวสละพระราชบัลลังก์ความยิ่งใหญ่ที่ตนเองกำลังมีอยู่มาแต่งงานกับหญิงหม้ายซึ่งผ่านการแต่งงานมาแล้วถึง 2 ครั้งด้วยกันสำหรับเรื่องราวความรักในครั้งนั้นเป็นเรื่องราวความรักที่ถือว่าโรแมนติกมาก

สำหรับคนรุ่นหลังที่จะมีเจ้าชายสักคนนึงยอมสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อหญิงที่ตนเองรัก ซึ่งคงหาไม่ได้อีกแล้วในปัจจุบันนี้  สำหรับเรื่องราวความรักของเจ้าฟ้าชายเอ็ดเวิร์ดในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อสมัยที่พระองค์นั้นเพิ่งขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ได้ยังไม่ถึง 1 ปีเต็มเลยแต่ในขณะที่พระองค์ขึ้นครองราชย์ในขณะนั้นพระองค์ได้ไปพบกับหญิงสาวคนหนึ่งเธอมีชื่อว่า  วอลลิส ซิมป์สันเธอเป็นหญิงสาวที่น่ารักอ่อนหวานเรียบร้อยในสายตาของพระองค์พระองค์ต้องงานแต่งงานกับวอลลิส ซิมป์สัน ซึ่งเป็นคนที่พระองค์รักแต่เนื่องจาก วอลลิส ซิมป์สัน ไม่ใช่คนอังกฤษเธอไม่ได้มีสัญชาติอังกฤษ

จึงทำให้หากแต่งงานกับเจ้าฟ้าชาย AdWords แล้วเธอก็ยังไม่สามารถที่จะขึ้นมาเป็นพระราชินีเคียงคู่กับเจ้าฟ้าชายเอ็ดเวิร์ดได้อยู่ดีและยิ่งเธอมีประวัติว่าเธอเคยแต่งงานมาแล้ว 2 ครั้งและเลิกรากับสามีไปขึ้นสถานะปัจจุบันของเธอกลายเป็นผู้หญิงหม้ายที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วทำให้ข้าราชบริพารส่วนใหญ่ต่างก็ไม่พอใจและไม่ยอมรับในตัววอลลิส ซิมป์สันในที่สุดเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ซึ่งขณะนั้นกำลังดำรงตำแหน่งในการขึ้นครองราชวงศ์อังกฤษอยู่ได้มีการออกมาประกาศสละราชบัลลังก์ของพระองค์โดยพระองค์ต้องการที่จะไปแต่งงานกับวอลลิส ซิมป์สัน

และใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่ายซึ่งในครั้งนั้นข้าราชบริพารทุกคนต่างก็พากันพูดยับยั้งไม่ให้พระองค์สละราชสมบัติแต่อย่างไรก็ตามในที่สุดแล้วเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดก็สามารถที่จะสละราชสมบัติได้ดั่งที่ตั้งใจหลังจากที่พระองค์ไม่จำเป็นต้องเป็นพระมหากษัตริย์ดูแลราชวงศ์อังกฤษแล้วพระองค์จึงได้ไปสู่ขอวอลลิส ซิมป์สัน เพื่อแต่งงานโดยทั้งคู่นั้นจัดพิธีแต่งงานกันอย่างเรียบง่ายงานแต่งงานของทั้งคู่นั้นไม่ได้ใหญ่โตหรูหราแต่อย่างไร

แต่ทั้งคู่ก็มีความสุขกันมากหลังจากทั้งคู่แต่งงานกันแล้วก็ย้ายไปอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสและใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอย่างมีความสุขซึ่งเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดนั้นเสียชีวิตเมื่อประมาณวันที่ 28 เดือนพฤษภาคมปี  คศ 1972 ในขณะที่ภรรยาของเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดนั้นก็คือนางวอลลิส ซิมป์สัน ได้เสียชีวิตลงในวันที่ 24 เมษายนปีค.ศ 1986 นั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  holiday palace สมัคร

ตำนานความรักของผาแดง-นางไอ่

       สำหรับตำนานความรักของผาแดงนางไอ่นั้นเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อกันมาบ้างเพราะนอกจากจะมีการเล่าขานจากปู่ย่าตายายให้ฟังแล้วเรื่องนี้ยังเคยมีการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ให้ชมกันได้อีกด้วยซึ่งเรื่องราวความรักในครั้งนี้เป็นตำนานที่เป็นบ่อเกิดของจังหวัดจังหวัดหนึ่งในประเทศไทยโดยตำนานความรักของนางไอ่กับท้าวผาแดงนั้นเกิดขึ้น

  เป็นเรื่องราวของความรักของพระธิดาของพระยาขอมเดิมมีชื่อว่า ไอ่คำ  จะเป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตางดงามมากและเป็นที่สนใจของบรรดาเจ้าชายจากเมืองต่างๆมากมายดังนั้นพญาขอมจึงได้มีการตั้งกฎกติกาขึ้นมาเพื่อที่จะคัดเลือกคนที่จะมาเป็นลูกเขยโดยมีการกำหนดว่าจะต้องมีการแข่งขันการจุดบั้งไฟกันซึ่งในตอนนั้นเองท้าวพังคีซึ่งเป็นพญานาคได้ขึ้นมาท่องเที่ยวบนโลกมนุษย์และได้ยินคำร่ำลือถึงความงดงามของพระธิดาไอ่คำท้าวพังคีจึงอยากรู้ว่าพระธิดาไอ่คำจะสวยงดงามสมคำร่ำลือ

หรือไม่จึงได้มีการจำแลงกายเป็นกระรอกเผือกหวังที่จะมาแอบดูพระธิดาไอ่คำและเมื่อท้าวพังคีได้เห็นหน้าพระธิดาไอ่คำก็ตกหลุมรักในทันทีถึงไม่ยอมกลับไปยังเมืองบาดาลแต่ยังคงอยู่ที่โลกมนุษย์และยังคงแปลงกายเป็นกระรอกเผือกเพื่อหวังที่จะอยู่ใกล้กับพระธิดาไอ่คำหญิงสาวที่ตนเองนั้นตกหลุมรักซึ่งได้มีชาวบ้านมาพบเห็นกระรอกเผือกจึงได้มีการนำธนูมายิงกระรอกเผือกจนเสียชีวิต

เนื่องจากตัวกระรอกเผือกนั้นมีลักษณะที่ตัวใหญ่มากทำให้ชาวบ้านนั้นนำกระรอกเผือกมาปรุงอาหารและแบ่งกันกินซึ่งทุกคนในหมู่บ้านต่างก็พากันกินกระรอกเผือกตัวดังกล่าวและระหว่างที่กระรอกเผือกกำลังถูกชาวบ้านกินอยู่นั้นพ่อของท้าวพังคีซึ่งเป็นพญานาคก็ได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้ท้าวพังคีนั้นโกรธมากจึงได้มายังโลกมนุษย์

และแปลงกายเป็นพญานาคพ่นน้ำใส่เมืองมนุษย์ตรงบริเวณที่มีชาวบ้านที่กินกระรอกเผือกทำให้บ้านเมืองตรงบริเวณนั้นน้ำท่วมเมืองทำให้เมืองทั้งเมืองนั้นอยู่ใต้น้ำกลายเป็นเมืองใต้บาดาลทันทีจนในที่สุดบริเวณดังกล่าวก็เรียกว่าเมืองหนองหาน สำหรับปัจจุบันนั้นเมืองหนองหานกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวมักจะเดินทางมาเที่ยวกันแต่ว่าเมืองหนองหานนั้นจะมีอยู่ 2 จังหวัด

ซึ่งจะมีอยู่ที่จังหวัดอุดรธานีและอีกที่หนึ่งนั้นก็อยู่ที่จังหวัดสกลนครแต่อย่างไรก็ตามไม่ได้มีการบอกมาจากตำนานว่าหนองหารที่มีการถูกถล่มเมืองนั้นเป็นจังหวัดอะไรกันแน่ซึ่งปัจจุบันเรื่องเล่าของผาแดงนางไอยังคงมีเล่าขานกันสืบมาและผู้คนต่างก็พากันไปเยี่ยมหนองหารโดยส่วนใหญ่แล้วจะไปที่จังหวัดอุดรธานีเพราะที่นั่นจะมีการปลูกบัวเป็นสระหนองหารซึ่งบัวที่ปลูกนั้นจะเป็นบัวแดงทำให้ที่สนองหานั้นชาวบ้านต่างก็เรียกกันว่าทุ่งบัวแดงซึ่งเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างดีมากในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาดูความสวยงามของดอกบัวแดงนี้กันมาก

 

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์

การสร้างสรรค์ศิลปะในยุคปัจจุบัน

ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าและมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งทำให้การสร้างสรรค์ศิลปะนั้นก็มีความเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัยด้วยและศิลปะในยุคปัจจุบันก็ถือว่าค่อนข้างมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีมากขึ้น เพราะจากอดีตนั้นการสร้างสรรค์งานศิลปะจะต้องใช้ความคิดและสองมือสร้างสรรค์ออกมาให้ดีที่สุดได้ด้วยตัวเองเท่านั้น

แต่ในยุคปัจจุบันยุคที่เทคโนโลยีมีการเจริญเติบโตทำให้ศิลปะเป็นสิ่งที่สามารถนำมาผสมผสานกับเทคโนลียีเพื่อให้เกิดศิลปะใหม่ขึ้นทำให้งานศิลปะนั้นมีความน่าสนใจและเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมในการเรียนรู้มากขึ้นด้วย เพราะด้วยเทคโนโลยีนั้นทำให้เราสามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานศิลปะประเภทไหนก็ได้และสถานที่ใดก็ได้ด้วย 

เทคโนโลยีถือว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างตอบโจทย์ศิลปินที่หลงไหลในศิลปะแต่ไม่ชอบที่จะหยุดนิ่งอยู่กับที่นั่นเอง โดยในอดีตนั้นสิ่งต่างๆรอบตัวยังถือว่าไม่สามารถเป็นสิ่งเร้าให้เรานั้นสามารถออกเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกแบบในทุกวันนี้ทำให้ศิลปินส่วนใหญ่ในอดีตนั้นมักมีการสร้างสรรค์ศิลปะด้วยการหยุดนิ่งอยู่กับที่อยู่กับตัวเอง

จึงทำให้ศิลปะในยุคก่อนนั้นแต่เน้นเป็นศิลปะที่เน้นจินตนาการเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันเนื่องจากสิ่งเร้ารอบตัวเรานั้นมีมากมายทำให้เรานั้นอายกที่จะออกเดินทางปไหนมาไหนและทำให้เรานั้นอายกที่จะสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะขณะเดินทางได้ด้วย เทคโนโลยีจึงมีบทบาทสำคัญในจุดนี้อย่างมาก เพราเทคโนโลยีได้มีการนำแอปพริเคชั่นที่ใช้สำหรับการวาดรูปประเภทต่างๆโดยเฉพาะ

ซึ่งสามารถใช้งานผ่านมือถือ ไอแพดหรือน๊ตบุ๊คได้เลยนั่นเองและผลลัพธ์ที่ได้จากการสร้างสรรค์ผลงานจากแอพิเคชั่นนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ออกมาค่อนข้างเสมือนจริงมากเลยทีเดียวถึงแม้เรื่องฟีลลิ่งและขั้นตอนในการใช้หรือทำนั้นอาจจะไม่ได้เหมือนการทำด้วยของจริงแบบ100%แต่ก็สามารถที่จะทดแทนกันได้นั่นเองและยังทำให้ศิลปินสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้เลยทันที ทุกที่ทุกแห่งเลยทีเดียว

เทคโนโลยีทำให้เรานั้นสามารถเรียนรู้ศิลปะเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา ศิลปะเป็นสิ่งที่ต้องหาความรู้และศึกษาเพิ่มเติมอยู่เสมอเช่นกัน ถึงแม้ว่าเรานั้นจะเป็นศิลปินระดับโลกแล้วก็ตามเราก็จะต้องมีการอัพเดตสิ่งต่างๆที่เกี่ยวกัยศิลปะอยู่เสมอ เพ่อที่จะทำมห้เรานั้นก้าวทันโลกและรู้ถึงความเป็นไปของศิลปะในยุคนั้นๆนั่นเอง ซึ่งเราก็สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้จากเทคโนโลยีนั่นเอง โดเราสามารถที่ตะเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลาเช่นกันด้วย

สามารถสร้างรายได้เสริมได้ ไม่ว่ารายได้หลักเรานั้นจะเป็นอะไรหรือเป็นศิลปินที่มีการโชว์งานสร้างสรรค์ทางศิลปะใน

แกลอรี่อยู่แล้ว แต่เมื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นทำให้เรานั้นามารถที่จะหารายได้เสริมผ่านการใช้เทคโนโลยีที่มีในปัจจุบันนี่เองด้วยโดยส่วนใหญ่เราสามารถที่จะหารายได้จากการขายภาพต่างๆที่เรานั้นมีการสร้างสรรค์โดยผ่านสื่อสังคมออนไลน์นั่นเองซึ่งถือว่าสามารถสร้างรายได้จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

นิทานเกี่ยวกับเจ้าหญิงนิทรา

มีอยู่ว่า…… มีองค์ราชาและองค์ราชินีแต่งงานด้วยกันและทั้งสององค์หญิงที่เป็นลูกของทั้งสองซึ่งเธอมีหน้าตาที่สระสวยงดงามมากและหลังจากนั้นองค์ราชาและองค์ราชินีเจอนางฟ้าแม่ทูนหัว 3 คนมาให้พรกับเจ้าหญิงซึ่งตอนนั้นแค่นางฟ้าแม่ทูนหัวสองคนเท่านั้นที่เพิ่งอวยพรเจ็บเพราะนางฟ้าแม่ทูนหัวคนสารกำลังจะอวยพรหลังจากนั้นนางฟ้าคนที่ 4 ไม่ได้ถูกรับเชิญ

ถ้าเป็นนางฟ้าแห่งความมืดตอนนั้นเธอโมโหมากที่เธอไม่ถูกเชิญไปให้พรดังนั้นเธอจึง ให้พรกับองค์หญิงว่า เมื่อเจ้าอายุครบ 16 ปี เจ้าจะถูกเข็มปั่นด้ายแทงที่นิ้วของเจ้าและหลังจากนั้นเจ้าก็จะตายซึ่งตอนนั้นทุกคนที่มาร่วมงานตกใจกับคำพูดของเธอเป็นอย่างมากแต่ตอนนั้นนางฟ้าแห่งความมืดก็ได้หายตัวไปพร้อมกับกลุ่มควันสีเขียวไปแล้วองค์ราชาเสียใจจนแทบจะร้องไห้ออกมาเป็นสีเลือดหลังจากนั้นจึงขอให้นางฟ้าวันที่ 3 ใช้พรที่เธอจะให้ถอนคำสาปของนางฟ้าแห่งความมืดได้หรือไม่

ซึ่งองค์ที่ 3 ได้ตอบว่า นางมีพลังมากกว่าข้าไม่สามารถที่จะถอนคำสาปได้สิ่งที่ข้าทำได้คือทำให้คำสาปเบาบางลงซึ่งองค์ราชาก็ยินยอมและหลังจากนั้นเธอก็ได้ร่ายเวทย์มนต์และพูดว่าองค์หญิงน้อยของข้าขอให้คำสาปที่ถูกไล่ไปเมื่อกี้จากที่ท่านจะต้องตายเพียงแค่ต้องหลับไหลไป 100 ปีหลังจากนั้นองค์ราชาและองค์ราชินีก็ร้องไห้อีกแล้วบอกว่าพวกเราต้องการที่จะดูลูกสาวของพวกเราแต่งงานไม่งั้นเราคงตายไปก่อนพอดีถ้าต้องรอถึง 100 ปีกว่านางจะตื่น หลังจากนั้นนางฟ้าจึงเสกไว้อีกว่า

เมื่อเจ้าถูกเข็มปั่นด้ายแทงทุกคนในวังก็จะหลับไหลไปพร้อมกับเจ้าและเมื่อเจ้าตื่นทุกคนในวังก็จะตื่นเช่นเดียวกันเรื่องนี้ทำให้องค์ราชาและองค์ราชินีพอเบาใจลงได้บ้างและหลังจากนั้นตอนที่หญิงอายุ 16 แล้วก็ถูกเข็มปั่นด้ายแทงแล้วทุกคนก็หลับไปหลังจากนั้นเมื่อผ่านไป 100 ปีได้มีองค์ชายคนหนึ่งเดินทางผ่านมาที่นี่และฝ่าอุปสรรคไปหาองค์หญิงและจากนั้นก็องค์หญิงจากนั้นนั่นก็ทำให้องค์หญิงกลับมาฟื้นและมีชีวิตอีกครั้งทุกคนในวันตื่นองค์หญิงตกหลุมรักเจ้าชายเจ้าชายตกหลุมรักเธอเช่นกันทั้งสองคนแต่งงานกันและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป

รักแท้มีอยู่จริงแน่นอนแค่เราต้องรอเท่านั้นเอง เดี๋ยวมันก็จะเข้ามาหาตัวเราเองค่ะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ดูบอล