Category Archives: ตำนาน

ประวัติกีฬาวอลเลย์บอล

        ประวัติกีฬาวอลเลย์บอล กีฬาวอลเลย์บอลนั้นไม่ใช่กีฬาที่เกิดขึ้นจากคนไทยแต่ก็ไม่มีข้อมูลอะไรที่จะเป็นการบอกชัดว่าแท้ที่จริงแล้วกีฬาวอลเลย์บอลนั้นเกิดขึ้นมาจากประเทศอะไรและประเทศแรกที่มีการเริ่มคิดกีฬาวอลเลย์บอลขึ้นมานั้นคือประเทศไหนแน่แต่ที่แน่ๆก็คือกลุ่มคนที่นำกีฬาวอลเลย์บอลมาให้คนไทยรู้จักนั้นก็คือคนจีนและคนญวนนั้นเอง         เนื่องจากว่าในสมัยก่อนนั้นคนไทยมีการติดต่อค้าขายกับคนจีนและคนญวนดังนั้นกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายและพวกราชการทั้งหลายที่เป็นคนยืนและคนจีนจึงได้มีการเผยแพร่กีฬาวอลเลย์บอลเข้ามาในประเทศไทย  ด้วยการจัดการแข่งขันกีฬาเป็นกีฬากระชับมิตรกันเกิดขึ้นซึ่งในครั้งนั้นได้มีการแข่งขันกันระหว่างคนในชุมชนรวมถึงพวกสมาคมต่างๆหรือแม้แต่ตามเหล่าสโมสรต่างๆ          และเมื่อกีฬาวอลเลย์บอลเป็นที่สนใจมากขึ้นทางด้านกรมพลศึกษาจึงได้มีการนำเสนอให้นำกีฬาวอลเลย์บอลนั้นมาเป็นกีฬาที่บรรจุในการเรียนการสอนได้โดยมีการจัดพิมพ์กฎและกติกากีฬาวอลเลย์บอลเพื่อให้คนที่สนใจกีฬาชนิดนี้ได้ศึกษาหาความรู้และสามารถเล่นกีฬาชนิดนี้ได้อย่างชำนาญการนั้นเองด้วยการพิมพ์หนังสือครั้งแรกนั้นกินเมื่อปีพ.ศ 2477    สำหรับหนังสือที่มีการจัดพิมพ์ขึ้นมานั้นจะเป็นวิธีการเล่นและเทคนิคต่างๆ รวมถึงกฎกติกามารยาทในการแข่งขันเรียกได้ว่าหากใครที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็จะสามารถเล่นกีฬาวอลเลย์บอลเป็นได้นั่นเองดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงถูกส่งไปยังตามจังหวัดต่างๆเพื่อให้คุณครูที่เป็นผู้สอนเกี่ยวกับวิชาพละได้มีการนำความรู้เหล่านี้ไปสอนนักเรียนในโรงเรียนนั้นเอง       สำหรับกีฬาวอลเลย์บอลนั้นสามารถเล่นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายนอกจากจะให้เด็กนักเรียนได้มีการเรียนรู้กีฬาวอลเลย์บอลแล้วปัจจุบันนั้นกีฬาวอลเลย์บอลยังนับว่าเป็นกีฬาที่มีการส่งเสริมให้ไปแข่งขันกับต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งในขณะนี้ประเทศไทยได้มีการตั้งสมาคมขึ้นมาซึ่งชื่อว่าสมาคมวอลเลย์บอลสมัครเล่นแห่งประเทศไทยด้วยการจัดตั้งสมาคมนี้ขึ้นมานั้นมีการจัดตั้งมาตั้งแต่ปีพศ 2500 แล้ว         และกีฬาวอลเลย์บอลนั้นก็ไม่ได้มีแค่เฉพาะคนไทยและคนจีนหรือคนญวนเพียงเท่านั้นแต่คนต่างประเทศอย่างเช่นคนในแถบประเทศยุโรปต่างก็สนใจกีฬาวอลเลย์บอลกันด้วยเช่นเดียวกันซึ่งที่ต่างประเทศนั้นมีการรู้จักกีฬาวอลเลย์บอลขึ้นมาตั้งแต่ช่วงประมาณคริสตศักราชปี 1895 กีฬาชนิดนี้ได้รับความนิยมมากโดยเฉพาะที่ประเทศสหรัฐอเมริกา           ซึ่งคนที่เล่นกีฬาชนิดนี้ส่วนใหญ่มักจะเล่นเพื่อเป็นการออกกำลังกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งมักจะเล่นกันในช่วงที่เข้าสู่ฤดูหนาวเพราะว่าจะช่วยในเรื่องของการทำให้ร่างกายเกิดความอบอุ่นเป็นกีฬาที่มักจะเล่นกันกลางแจ้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งมักจะเล่นกันช่วงที่มีหิมะตกซึ่งคนประเทศสหรัฐอเมริกานั้นมองว่าการเล่นกีฬาวอลเลย์บอลนั้นทำให้ร่างกายอบอุ่นและยังเป็นการออกกำลังกายได้อีกทางหนึ่งนั่นเอง    สนับสนุนเรื่องราวโดย   Ufabet เข้าสู่ระบบ

ตำนานฆาตกร แจ็คเดอะริปเปอร์

สำหรับ ฆาตกร แจ็คเดอะริปเปอร์ ที่ใครหลายคนได้รู้จักกันที่ได้ลงมือฆาตกรกับเหยื่ออย่างโหดเหี้ยมโดยจำนวนอาจจะมีไม่แน่นอนแต่ถ้าจะเอาอ้างอินจากตำรวจแล้วก็ศพที่ชายคนนี้ได้ลงมือกระทำจะมีจำนวนด้วยกันถึง5ศพ ซึ่งเหยื่อที่ถูกแจ็คเดอะริปเปอร์ฆ่าถึง5รายนับได้ว่ามีสภาพที่สุดจะบรรยายเลยแต่ไหนๆก็ได้มาถึงฮาโลวีนแล้วก็จะขอเล่าเพื่อความสยองก็แล้วกันในรุ่งเช่าวันหนึ่งในเดือนสิงหาคมปี1888มันกูเหมือนกับว่าเป็นวันที่เช้าที่ธรรมดาเช้าหนึ่งแต่แล้วก็ได้มีคนไปพบเข้ากับศพหญิงสาวคนหนึ่งที่มีสภาพการตายดูไม่ได้เลยนั่นก็คือคอของเธอนั้นถูกปาดด้วยของมีคมทำให้หัวเกือบขาด นอกจากนี้บริเวณหน้าท้องของเธอนั้นก็ได้ถูกปาดอีกด้วยรวมไปถึงอวัยวะเพศของเอก็ถูกกระทำอย่างไม่ใยดีราวกับว่าเหยื่อมันจะต้องมีความโกรธอะไรกันมากับเหยื่อผู้หญิงคนนี้จึงได้มีการสันนิษฐานกันต่างๆนานามาว่าศพของผู้หญิงคนนี้จริงๆแล้วถูกฆ่าได้อย่างไรและอะไรที่ทำให้ฆาตกรทำแบบนี้ เนื่องด้วยว่าในการพบศพนั้นมันมีปริศนาอยู่มากมายอย่างเช่นเป็นไปได้หรือไม่ว่าเหยื่อจะถูกฆ่าในสถานที่อื่นแล้วถูกลากเอามาไว้ที่นี่แต่ว่าในช่วงเกิดเหตุก็ไม่มีใครได้ยินเสียงกรีดร้องของเหยื่อเลยแต่มันก็เป็นเรื่องแปลกที่ไม่มีใครได้ยินเสียงรถม้าหรืออะไรที่ลากศพมาเช่นกันบวกกับบริเวณก็ไม่มีสภาพที่เหมือนจะโดนลากมาเลย ดังนั้นในสภาพทตอนที่พบเจอศพใหม่ๆก็นับว่าศพนั้นยังอุ่นอยู่คาดว่าจะตายมาไม่นานอาจจะไม่เกินครึ่งชั่วโมงนั่นก็หมายความว่าในตอนที่พบเจอศพฆาตกรมันก็คงหนีไปได้ไม่ไกลแต่ในทางกลับกันปริมาณเลือดที่ออกมาจากศพนั้นมันมีอยู่น้อยมากราวกับว่าการฆ่าปาดคอนั้นมันจะไม่ใช่สาเหตุการตายที่แน่จริงของศพอีกทั้งยังได้พบลิ่มเลือดต่างๆเข้าไปอุดในช่องท้องหรือที่ต่างๆของศพหญิงของเหยื่อ เพราะฉะนั้นแล้วสภาพลิ่มเลือดเป็นแบบนี้เองเขาก็เลยคิดว่าเหยื่ออาจจะไม่ตายโดยขาดอากาศที่อื่นหลังจากนั้นฆาตกรก็จึงมาผ่าศพเล่นแต่ถึงจะตีความไปต่างๆนานามากมายเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถทำการค้นพบได้เลยว่าใครเป็นคนฆาตกรเก้าววันถัดมาก็มีการค้นพบเหยื่อเป็นรายที่สองเป็นผู้หญิงเหมือนกันการที่ตำรวจสรุปว่าสภาพศพนั้นได้มาจากฆาตกรรายเดียวกันก้เพราะว่าสภาพของศพมีเหมือนกับศพรายแรกเลย   สนับสนุนเรื่องราวโดย   ทางเข้า ufabet

ประเพณีและวัฒนธรรมเกี่ยวกับวันฮาโลวีนของชาวไอริส

         หากใครที่เคยศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของประวัติความเป็นมาของ วันฮาโลวีนของชาวไอริส จะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ววันฮาโลวีนนั้นมีความสำคัญอย่างมากสำหรับประชาชนของประเทศไอร์แลนด์   ซึ่งเป็นกลุ่มชาว Iris โดยเฉพาะต้นกำเนิดของฮาโลวีนนั้นมาจากกลุ่มคนชาวเคลต์  และความเป็นมาของวันสำคัญอย่างวันฮาโลวีนนั้นเริ่มต้นมาตั้งแต่ก่อนคริสตศักราชจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำไป        เนื่องจากในสมัยโบราณไม่ได้มีวิวัฒนาการและไม่มีนักวิทยาศาสตร์ อย่างเช่นณปัจจุบันนี้ทำให้คนโบราณนั้นมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของภูตผีปีศาจ  ผีสางเทวดาและเทพเจ้าต่างๆซึ่งอันที่จริงแล้วไม่ใช่เพียงแค่ชาวไอริสเท่านั้นที่เชื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้แม้แต่คนไทยเองในสมัยโบราณก็มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์และผีสางเทวดารวมถึงเทพเจ้าเช่นเดียวกันต่อมาเมื่อวิวัฒนาการมีมากขึ้นนักวิทยาศาสตร์สามารถที่จะพิสูจน์สิ่งเร้นลับต่างๆได้ว่าเกิดมาจากสาเหตุอะไรทำให้ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของภูตผีปีศาจนั้นลดน้อยถอยลงนั่นเอง            แต่ถึงแม้ว่าปัจจุบันความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของภูตผีปีศาจ จะไม่ค่อยมีมากนักแต่วัฒนธรรมและประเพณีที่เคยทำสืบต่อกันมาก็ยังคงมีการดำเนินอยู่ต่อไปเนื่องจากว่าเป็นการกระทำที่สืบต่อจากรุ่นสู่รุ่นจากผู้เฒ่าผู้แก่มาส่งลูกหลานและบางเทศกาลนั้นก็เป็นเทศกาลที่สร้างความสนุกสนานให้กับประชาชนที่มีการจัดงานจึงไม่จำเป็นที่จะต้องยกเลิกพิธีกรรมหรือวัฒนธรรมต่างๆเหล่านั้นไปอีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่ดีงามของแต่ละประเทศของตนเองเอาไว้         อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับเรื่องของประเพณีวัฒนธรรมในวันฮาโลวีนซึ่งเป็นพิธีกรรมที่ชาวไอริชมีการยึดถือปฏิบัติกันเป็นประจำทุกปีนั้นจะมีการพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องกิจกรรมต่างๆที่จะมีการทำกันในวันฮาโลวีนนั่นเองซึ่งกิจกรรมนี้ไม่ใช่เพียงแค่ประเทศไอร์แลนด์เท่านั้นที่มีการจัดกิจกรรมวันฮาโลวีนประเทศส่วนใหญ่ที่เป็นชาติตอนตกต่างก็มีการจัดกิจกรรมนี้กันแน่นอนว่ากิจกรรมนี้สร้างความสนุกสนานให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่อย่างมากเลยทีเดียว         สำหรับกิจกรรมที่มีการทำผ่านประเพณีและวัฒนธรรมวันฮาโลวีนนั่นก็คือผู้คนจะแต่งตัวโดยมีการ mark up หน้าตาให้มีความคล้ายคลึงกับผีหรือแม้แต่พวกเราปีศาจทั้งหลายรวมถึงเหล่าพ่อมดแม่มดและอสูรกาย  โดยพยายามที่จะแต่งตัวเลียนแบบให้มีความน่าเกลียดน่ากลัวมากที่สุดหลังจากนั้นเด็กๆที่มีการแต่งกายที่คิดว่าน่าเกลียดน่ากลัวก็จะไปยืนตะโกนอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านของชาวบ้านในพื้นที่เพื่อทำการร้องบอกให้คนในบ้านนั้น เลือกว่าพวกเขาจะยอมที่จะโดนผีหลอกหรือพวกเขาจะยอมจ่ายเป็นขนมให้กับผีที่มายืนอยู่หน้าบ้านซึ่งกิจกรรมนี้นับเป็นวัฒนธรรมที่มีการยึดถือปฏิบัติกันมาจนถึงปัจจุบันเป็นกิจกรรมการละเล่นที่ทำให้เด็กๆนั้นเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินและตัวผู้ใหญ่ที่ร่วมกิจกรรมนี้ก็สนุกสนานเพลิดเพลินเช่นเดียวกัน   สนับสนุนโดย.   UFABET เว็บหลัก

เจอโครงมนุษย์โบราณอายุมากกว่า 3000 ปี ที่สีบัวทอง แหล่งโบราณคดี

       เจอโครงมนุษย์โบราณ   หากใครที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของโบราณคดีจะรู้ว่าที่จังหวัดอ่างทองนั้นมีแหล่งค้นพบ วัตถุโบราณอยู่ที่ 1 ซึ่งที่นั่นอยู่ตรงอำเภอแสวงหาโดยจุดดังกล่าวนั้นมีการเรียกกันว่าสีบัวทองซึ่งที่นี่นับว่าเป็นแหล่งค้นพบโบราณคดีแหล่งใหญ่ของประเทศไทยแหล่งหนึ่งเลยก็ว่าได้            ก่อนหน้านี้ได้มีคนค้นพบศพในสมัยโบราณที่หมู่บ้านศรีบัวทองนี้มาก่อนหลังจากนั้นนักโบราณคดีก็ลงเข้ามาสำรวจพื้นที่บริเวณดังกล่าวเพื่อทำการคนซากศพปราณีหาข้อมูล  สำหรับการค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในครั้งนี้พบว่ามีโครงกระดูกทั้งหมดเก็บของด้วยกันโดยถูกแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 หลุมซึ่งในโครงกระดูกทั้งหมดนั้นมีโครงกระดูกที่เป็นของเด็กจำนวน 1 โครงส่วนที่เหลืออีก 6 โครงนั้นเป็นของผู้ใหญ่              หลักฐานที่ค้นพบนี้จะแสดงให้เห็นว่าคนในสมัยก่อนนั้นมีการฝังศพแบบไหนลักษณะของศพที่นอนเป็นแบบใดทิศทางการหันหัวศพนั้นไปทางไหนและที่สำคัญลักษณะของการฝังนั้นมีการทำการฝังจากหน้าดินลึกลงไปจนถึงบริเวณคงตบนั้นเพียงแค่ประมาณ  70 เซนติเมตรเท่านั้นเอง            บริเวณรอบๆโครงกระดูกที่พบนั้นยังพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นพวกหม้ออุทิศ  ซึ่งเป็นหม้อชามของคนในสมัยโบราณซึ่งหม้อนั้นถูกธรรมดาด้วยเครื่องปั้นดินเผาและยังมีพวกกำไรสำริด และยังมีโบราณวัตถุอีกหลายอย่างที่ค้นพบอยู่ใกล้กับโครงกระดูกซึ่งหลักฐานทั้งหมดนั้นมีสภาพไม่ค่อยสมบูรณ์มากนักเนื่องจากมีร่องรอยของการแตกหักเสียหาย               แต่อย่างไรก็ตามนี่ถือว่าเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ทำให้นักโบราณคดีสามารถศึกษาเกี่ยวกับชุมชนการดำเนินชีวิตของวิถีชีวิตของคนในสมัยโบราณ ซึ่งนักโบราณคดีเชื่อว่าคนในสมัยโบราณนั้นมักจะมีการตั้งถิ่นฐานอยู่แหล่ง 1 และเมื่อใช้ชีวิตไปชั่วระยะเวลาหนึ่งก็จะมีการย้ายถิ่นฐานและนี่เป็นอีกหนึ่งถิ่นฐานหนึ่งที่คนในสมัยโบราณใช้ชีวิตอยู่ก่อนที่จะย้ายไปอยู่หลังอื่นนั้นเอง       แต่ที่นี่ทำให้เราก็พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีอายุเก่าแก่อย่างยาวนานมากกว่า 3000 ปี     และค้นคว้าวิจัยของนักโบราณคดีเชื่อกันว่าโครงกระดูกที่พบนี้เป็นโครงกระดูกที่มีอายุในช่วงยุคสำริด จากการค้นพบโครงกระดูกที่มีอายุเก่าแก่เส้นนี้ทำให้นักโบราณคดีมีความเชื่อกันว่าจะสามารถค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์เพิ่มเติมและทำให้เราได้รู้ว่าในอดีตนั้นคนในสมัยโบราณมีการใช้ชีวิตกันอย่างไรมีวิถีชีวิต   สนับสนุนโดย.   แจ้งฝาก-ถอน ufabet

วัฒนธรรมความงดงามที่สุดแปลกของสาวๆในชนเผ่า Mursi

สำหรับเรื่องของความสวยความงามนั้น  เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ วัยรุ่นและวัยชรา  ต่างก็ชื่นชอบ  ความสวยงามนั้น ก่อให้คนทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ต่างก็ชื่นชอบความสวยงามด้วยกันทั้งนั้น วัฒนธรรมความงดงามที่สุดแปลก ดังนั้น หากใครก็ตามเมื่อรู้สึกว่าตัวเองยังไม่งดงามเพียงพอ หรือหากใครที่ความงดงามที่เคยมีร่วงโรยไปแล้ว สิ่งที่ทุกคนทั่วโลกทำเหมือนกันนั้นก็คือ การเพิ่มความงดงามให้กับตัวเอง และแต่ละคนก็จะมีแนวทางในการเพิ่มความงดงามของตัวเองไม่เหมือนกัน บางคนเลือกเป็นการแต่งหน้าแต่งตัว แต่บางคนเลือกการทำศัลยกรรม          อย่างไรก็ตามบางประเทศกลับมีชนเผ่าหนึ่งที่สาวสาวในชนเผ่ามีความคิดและความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องขอการเสิรมความสวยงามที่ไม่เหมือนใคร  มีความแปลกแตกต่างจากสาวสาวของประเทศอื่นอื่นอย่างที่ไม่เคยมีประเทศไหนทำตาม สำหรับสาวๆที่มีความคิดเกี่ยวกับเรื่องของความสวยงามไม่เหมือนคนอื่นนี้คือ สาวๆของชนเผ่า Mursi ซึ่งชนเผ่านี้เผ่าชนเผ่าเก่าแก่ มีอายุมาไม่ต่ำกว่าสามหมื่นปีมาแล้ว โดยชนเผ่านี้อยู่ในเขตพื้นที่เอธิโอเปีย        สำหรับสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงแนวความคิด และความแตกต่างเกี่ยวกับรสนิยมความสวยงามนั้น ก็เพราะว่า สาวสาวของชนเผ่า Mursi นี้จะมีการแตกต่งริมฝีปากล่างให้มีความโดดเด่น และสามาถดึงดูดสายตาต่อเพศตรงข้าม วัฒนธรรมความงดงามที่สุดแปลก  โดยสาวสาวของเผ่า Mursi จะมีการเจาะริมฝีปากของตัวเอง นอกจากจะเจาะริมฝีปากแล้ว พวกเขายังต้องเอาแผ่นไม้ที่มีลักษณะเป็นวงกลม หรือแผ่นดินเหนียวที่มีการปั้นเป็นรูปวงกลม มายัดใส่ริมฝีปากล่างที่เจาะอีกด้วย  ซึ่งการเตรียมแผ่นไม้ หรือแผ่นดินมาใส่ริมฝีปากนั้นจะต้องมีขนาดใหญ่มากมากอีกด้วย เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ยิ่งสวย ยิ่งใหญ่ยิ่งโดดเด่น          สำหรับการเจาะริมฝีปากของสาวสาวเผ่า Mursi นี้ว่ากันว่าพวกเธอจะเริ่มทำตั้งแต่พวกเธอเริ่มเข้าสู่วัยแตกเนื้อสาว  ซึ่งการเจาะช่วงแรกๆก็จะวงเล็กหน่อยแต่จะมีการค่อยค่อยเพิ่มขนาดวงให้ใหญ่ขึ้นไปเรื่อยเรื่อย และจากที่มีการสำรวจและหาข้อมูลเกี่ยวกับการเจาะริมฝีปากล่างของสาวสาวเผ่า Mursi นี้  พบว่านี่คือวัฒนธรรมที่เก่าแก่และมีการยึดและปฎิบัติตามกันมาเป็นเหมื่นหมื่นปีแล้ว และปัจจุบันวัฒนธรรมนี้ก็ยังคงยึดและปฎิตามกันอยู่  ซึ่งจากการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับความใหญ่ของวงที่เจาะที่ตรงริมฝีปากล่าง พบว่าเคยมีคนที่เจาะริมฝีปากล่างที่ใหญ่สุดมาแล้ว ถึง … Read More »

ตำนานความเชื่อ เกี่ยวกับศุกร์ 13

ความเชื่อ เกี่ยวกับศุกร์ 13 เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินตำนานความเชื่อเกี่ยวกับวันศุกร์ที่ 13 กันเป็นอย่างดีโดยตำนานความเชื่อนี้มีมาตากกลุ่มคนประเทศทางแถบฝั่งตะวันตก  ซึ่งความเชื่อนี้เริ่มต้นมาจากการที่พวกเขานั้นต้องสูญเสียพระเยซูไปในวันที่ 13 ซึ่งตรงกับวันศุกร์ซึ่งวันดังกล่าวเป็นวันที่พระเยซูมีชีวิตเป็นวันสุดท้ายบนโลกมนุษย์นั่นเองหลังจากนั้นพระองค์ก็ถูกตรึงบนไม้กางเขนจนสิ้นใจตาย ในวันดังกล่าวนั้นเป็นวันที่มีสาวกทั้งหมด 12 คนร่วมกินอาหารกับพระเยซูเป็นอาหารมื้อสุดท้ายและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมากลุ่มคนที่นับถือศาสนาคริสต์โดยเฉพาะนิกายคาทอลิกต่างก็มองว่าเลข 13 นั้นเป็นเลขอาถรรพ์เป็นเลขโชคร้ายเป็นเลขที่ไม่เป็นมงคลแต่อย่างใด       ความเชื่อ เกี่ยวกับศุกร์ 13  และความเชื่อนี้ก็ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นจนในปัจจุบันนี้ความเชื่อนี้ก็ยังคงมีอยู่จนมีบางคนที่เกิดอาการวิตกกังวลเกี่ยวกับเลข 13 ถึงขนาดที่ว่าเดือนไหนที่มีวันศุกร์ตรงกับวันที่ 13 ก็จะไม่ออกเดินทางไปนอกบ้านและไม่ได้ทำกิจกรรมต่างๆเลยทีเดียว  อย่างไรก็ตามมีสถิติมากมายเกิดขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการรวบรวมสถิติเกี่ยวกับเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุในวันที่ 13 โดยหากเดือนไหน มีวันศุกร์ตรงกับวันที่ 13 ปรากฏว่าเดือนนั้นจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากกว่า 50% และมากกว่าวันที่ 13 ซึ่งตรงกับวันอื่นนั่นเอง         ความหวาดกลัวของวันที่ 13 ที่ตรงกับวันศุกร์นั้นมีความรุนแรงมากถึงขนาดที่มีคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับความกลัวของวันศุกร์ที่ 13 นี้โดยโรคดังกล่าวถูกตั้งชื่อเอาไว้ว่าโลกวันศุกร์ที่ 13    หรือในภาษาอังกฤษมีการเรียกชื่อโรคนี้ว่า  Paraskevidekatriaphobia  และคุณเชื่อหรือไม่ว่าคนที่เป็นโรคกลัววันศุกร์ที่ 13 นี้ในประเทศอเมริกาสามารถสำรวจออกมาแล้วพบว่ามีมากถึง 80% ด้วยกันที่เป็นโรคชนิดนี้ซึ่งโดยจำนวนสถิติของคนอเมริกันคิดเป็นจำนวน 21 ล้านคนเลยทีเดียวที่เป็นโรคกลัววันศุกร์ที่ 13 นี้นั่นเอง        อย่างไรก็ตามความน่ากลัวของวันศุกร์ที่ 13 นั้นเกิดจากสภาวะจิตใจของคนมากกว่าเพราะคนมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของตัวเลขที่ไม่เป็นมงคลและเชื่อว่าจะมีความเป็นโชคร้ายดังนั้นพวกเขาจึงไม่ค่อยมีความระมัดระวังเนื่องจากว่าจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายนั่นเอง        ซึ่งถ้าหากเรามองย้อนไปก็จะเห็นได้ว่าในทุกวันแต่ละวันนั้นมักจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่เสมอหากลองคิดอุบัติเหตุวันต่อวันอาจกล่าวได้ว่าวันศุกร์ที่ 13… Read More »

ประวัติจุดกำเนิดของน้ำ Coca Cola

หากพูดถึง น้ำ Coca Cola  ทุกคนย่อมรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะปัจจุบันนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นน้ำดื่มที่ได้รับความนิยมและมีผู้คนดื่มมากเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำเปล่านั่นเองนอกจากนี้ในปัจจุบันนี้ Coca Cola ยังมีคู่แข่งที่ชื่อว่าเป๊ปซี่ซึ่งลักษณะของรสชาติของเครื่องดื่มโคคาโคลากับเป๊ปซี่นั้นแทบจะไม่แตกต่างกันเลย          โดยน้ำดื่มโคคาโคล่าในปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่าเป็นสีดำซึ่งจริงๆแล้วผู้ที่คิดค้นน้ำดื่มโคราชนั้นเขาเป็นเภสัชกรที่ชื่อว่า   จอห์น  แพมเบอร์ตัน  และอันที่จริงแล้ว สถานที่ในการคิดค้นเครื่องดื่มโคคาโคล่านั้นเกิดมาจากร้านขายยาที่ชื่อว่า   เจคอบ  ฟาร์มาซี  ซึ่งเป็นร้านขายยาของจอนนั่นเองโดยจอนนี้เป็นคนคิดค้นสูตรการผลิตเครื่องดื่ม Coca Cola ขึ้นมา             ซึ่งเขานั้นต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะได้เครื่องดื่มที่มีรสชาติถูกปากคนทั้งโลกแบบนี้เพราะในครั้งแรกที่เขาคิดสูตรขึ้นมานั้นเขาใช้ยาที่มีขายอยู่ในร้านนำมาผสมเพื่อทำน้ำเครื่องดื่ม Coca Cola นั่นเองซึ่งในการทำส่วนผสมนั้นเขาเคยใช้ยาแก้ไอเป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องดื่ม น้ำ Coca Cola ด้วยอย่างไรก็ตามเขาใช้วัตถุดิบมากมายหลายชนิดในการที่จะลองทำเครื่องดื่มชนิดนี้           เพราะเขาต้องการที่จะให้เครื่องดื่มที่เขาผลิตขึ้นมานั้นเป็นที่ต้องการของคนทั้งโลกและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งไม่สามารถมีใครลอกเลียนแบบเขาได้นั่นเองและในที่สุด จอห์น  แพมเบอร์ตัน สามารถทำสำเร็จได้ในที่สุดซึ่งวัตถุดิบที่เขานำมาใช้ผลิตนั้นก็หาวัตถุดิบหลายตัวมาผสมผสานกันจนเครื่องดื่มที่เขาผลิตขึ้นมานั้นมีรสชาติและสีที่ไม่เหมือนใครรวมถึงยังมีกลิ่นที่ไม่เหมือนน้ำดื่มที่ไหนมาก่อนอีกด้วย                  หลังจากที่ได้น้ำที่รสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะเป็นที่เรียบร้อยแล้วเขาจึงได้มีการเติมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปและที่สำคัญเพื่อให้เกิดความหวานจึงมีการใส่น้ำเชื่อมผสมเข้าไปอีกด้วยและเนื่องจากว่าอยากจะให้เมื่อคนดื่มน้ำชนิดนี้เข้าไปแล้วสดชื่นกระปรี้กระเป๋าจึงได้เพิ่มส่วนผสมที่เป็นคาเฟอีนเข้าไปและยังมีการนำใบโคล่ามาสกัด  และ จอห์น  แพมเบอร์ตัน มาผสมอีกจนทำให้เครื่องดื่มที่จอห์น  แพมเบอร์ตัน ผลิตขึ้นมานั้น             เมื่อใครได้กินก็รู้สึกสดชื่นซู่ซ่าเลยทีเดียว  อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเขาจะได้มีการผลิตเครื่องดื่มขึ้นมาเป็นที่นิยมแต่เขาก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะตั้งชื่อเครื่องดื่มชนิดนี้ว่าอะไรจนในที่สุดเขาก็ได้มีการถามผู้ช่วยของเขาซึ่งเป็นผู้ช่วยของเขานั้นก็เสนอว่าเครื่องดื่มชนิดนี้ควรจะชื่อ Coca Cola  นั่นเอง              สำหรับคนที่ตั้งชื่อ Coca Cola นี้ก็คือแฟรงค์โรบินสัน  ซึ่งมีการตั้งชื่อ Coca Cola ในปีคริสต์ศักราช 1929  … Read More »

ตำนาน เทพีแห่งชัยชนะเทพีไนกี้

             หากพูดถึงคำว่า Nike หลายคนคงนึกถึงบริษัทแห่งหนึ่งของต่างประเทศที่มีการผลิตสินค้าเกี่ยวกับด้านกีฬาออกมาขาย  เทพีแห่งชัยชนะเทพีไนกี้  ซึ่งก็คือบริษัทไนกี้นั่นเองและคุณรู้หรือไม่ว่าแต่ที่จริงแล้วคำว่า Nike นั้นมีความหมายมาจากองค์เทพองค์หนึ่งซึ่งเป็นองค์เทพในสมัยกรีกโรมันโดยเทพี Nike นั้นถือว่าเป็นเทพีแห่งชัยชนะซึ่งตามตำนานของประเทศมีการเล่าขานกันเอาไว้ว่าแท้ที่จริงแล้วเทพีไนกี้นั้นเธอเป็นลูกสาวของเทพ พาลุลัส กับเทพ กับเทพสติกซ์  ซึ่งเทพทั้งสองนั้นองค์หนึ่งเป็นเทพแห่งการสู้รบและยังมีสติปัญญาแต่ในขณะที่อีกองค์นึงนั้นเป็นเทพแห่งการอาฆาตและความริษยา                      นอกจากนี้ให้พี่ Nike ยังมีพี่น้องอีกหลายคนด้วยกันซึ่งแต่ละคนนั้นก็เป็นเทพที่ต้องรับใช้เทพเจ้าซุส  ในการออกไปทำศึกสงครามต่างๆพี่น้องตระกูลนี้จะต้องถูกสั่งให้ไปทำศึกสงครามและเทพเจ้า Nike ก็คือหนึ่งในองค์เทพที่ถูกสั่งให้ไปสู้รบในศึกสงครามเช่นเดียวกันและมักจะนำชัยชนะมาให้กับเทพเจ้าซุสอยู่เสมอจนในที่สุดจึงได้รับฉายาว่าเป็นเทพเจ้าแห่งชัยชนะนั่นเอง   บางตำนานเรียกเทพีไนกี้ว่าเทพีวิคตอเรีย           สำหรับประวัติการออกสงครามของเทพีไนกี้นั้น  เทพีแห่งชัยชนะเทพีไนกี้  โดยเทพเจ้าซุสได้เคยสั่งให้เทพีไนกี้ไปทำการสู้รบกับยักษ์ไททันรวมถึงยังเคยไปสู้รบในสงครามแห่งกรุงมาราธอนมาแล้วซึ่งแต่ละศึกสงครามที่เทพี Nike ออกรบนั้นก็สามารถคว้าชัยชนะมาได้โดยตลอดนั่นเอง              ปัจจุบันเทพีไนกี้นั้นเป็นสัญลักษณ์ของบริษัทต่างๆหลากหลายยกตัวอย่างเช่น บริษัทที่ผลิตเกี่ยวกับสินค้าทางด้านการกีฬายี่ห้อ Nike ซึ่งเป็นบริษัทชื่อดังอันดับโลกใครใครก็รู้จักบริษัทนี้มันเป็นอย่างดีขณะเดียวกันสัญลักษณ์ของเทพีไนกี้ก็ไปปรากฏอยู่บนกระโปรงหน้ารถยนต์ยี่ห้อโรสรอยซึ่งเป็นโลโก้ของเทพีไนกี้เลย  และการ์ตูนต่างๆของประเทศญี่ปุ่นอย่างการ์ตูนเรื่องเซนต์เซย่าเคยนำ Nike เป็นตัวละครบทหนึ่งในการ์ตูนดังกล่าวอีกด้วย                 สำหรับชื่อเรียกของเทพีไนกี้นั้นอาจจะไม่ค่อยเคยได้ยินกันมากนักแต่ถ้าหากเรียกว่าเทพีวิคตอเรียแล้วเชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี  แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้เกี่ยวกับเรื่องราวของเทพีไนกี้ก็ยังคงมีการกล่าวขวัญถึงกันอยู่และยังคงมีรูปปั้นของเทพีไนกี้หรือเทพีสุริยาอยู่ตามสถานที่ต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศในเขตยุโรป   ซึ่งคุณสามารถหาชมรูปปั้นขององค์เทพีนี้ได้ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ หรือตามสถานที่สำคัญๆในประเทศทางแถบยุโรปนั่นเอง      ได้รับการสนับสนุนโดย.    แจ้งฝาก-ถอน ufabet  

ตำนานอลิซาเบธ บาโธรี่

ตำนานอลิซาเบธ บาโธรี่ ได้เกิดในช่วงยุคสมัยจักรวรรดิฮังกาเรียนเธอนั้นได้เกิดในตระกลูที่ร่ำรวยมีพร้อมหมดทุกอย่างเรียกได้ว่าดีการเรียนก็ดีแล้วเธอก็ยังได้เรียนเก่งอีกด้วยเธอสามารถพูดได้หลายภาษาเลยไม่ว่าจะเป็นกรีกและก็ภาษาอื่นๆต่างๆนานา โดยชีวิตของเธอว่ากันว่าถ้าเธอนั้นทำตัวดีๆก็อาจจะสุขสบายไปทั้งชีวิตเลยก็ว่าได้ด้วยมรดกต่างๆนานาที่ครอบครัวได้มีให้มีเพียงมรดกอย่างเดียวเท่านั้นที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่แย่นั่นก็คือเธอนั้นเป็นโรคลมชักเขาว่ากันว่ามันได้เป็นโรคกรรมพันธุ์ที่คนในตระกลูนี้ได้เป็นกันซะส่วนใหญ่แต่ว่าทั้งตระกลูของเธอนั้นก็ไม่มีใครซาดิสม์แล้วก็ความซาดิสม์ของเธอนั้นไม่รู้ว่าไปได้มาจากไหน ซึ่งมันอาจจะเริมต้นมาจากที่เธอนั้นได้ใช้ชีวิตอยู่ในปราสาทก็เป็นได้โดยปราสาทยุคกลางในสมัยนั้นก็จะมีการทรมานผู้คนเป็นว่าเล่นกันเลยที่แปลกก็คือเหล่าเด็กๆคนอื่นที่เห็นคนที่ถูกทรมานในปราสาทก็จะกลัวแล้วก็ร้องไห้แต่ เด็กเล็ก ตำนานอลิซาเบธ บาโธรี่ ดูเหมือนว่าเธอจะชอบในการทรมานนี้เหลือเกินมีเรื่องเล่าว่าเธอนั้นได้หัวเลาะขณะเธอกำลังดูคนที่เย็บติดกับม้าอยู่ราวกับว่าดูรายการตลกอยู่เลย นอกจากนี้เมื่ออลิซาเบธ บาโธรี่ได้เติบโตขึ้นมาเธอก็ได้มีผิวพรรณที่งดงามสวยมากนั่นเองก็เลยได้ทำให้ครอบครัวของเธอเองได้หมั้นหมายกับสามีในอนาคตของเธอแล้วก็ได้ส่งเธอเข้าไปอยู่ในปราสาทของสามีในอนาคตเมื่ออายุ10ขวบและนี่เองก็เป็นการเริ่มต้นของคู่สามีภรรยามหาภัย เนื่องจากนี้สามีของเธอนั้นก็โหดใช่ย่อยมีเรื่องเล่าว่า อลิซาเบธ บาโธรี่ เธอเป็นคนที่ตันหาราคะจัดมักจะกระหายอยู่เลื่อยและก็มีอยู่หลายๆครั้งเลยที่เธอมักจะไปเล่นอะไรที่มันพิลึกกับชายคนอื่นและได้ทำให้เธอนั้นตั้งท้องขึ้นมาแต่เธอได้เอาลูกออกในภายหลัง เมื่อสามีรู้เข้าดังนั้นแทนที่สามีจะทำอะไรแต่เปล่าเลยกลับนิ่งใช่ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นแต่ผ่านไปสักพักไอหนุ่มเคราะห์ร้ายคนนั้นก็ถูกตัดอวัยวะเพศแล้วก็โยนเอาให้หมากินรวมไปถึงตัวของเขาเองด้วยโดย อลิซาเบธ บาโธรี่ เธอนั้นก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากด้วยราวกับว่าพ่อหนุ่มคนนี้เป็นของเล่นชนิดหนึ่ง ดังนั้นเมื่ออลิซาเบธ บาโธรี่มีอายุครบ14ปีอลิซาเบธ บาโธรี่เธอก็ได้แต่งงานกับสามีของเธองานในวันนั้นจะเป็นงานที่ยิ่งใหญ่มากจัดงานจนถึง3วัน3คืนกันเลยแล้วเธอก็ได้ของขวัญต่างๆมากมาย     สนับสนุนโดย    ufabet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ออโต้

คำสาปของฟาโรห์ มีอยู่จริง

คำสาปของฟาโรห์ ก็คือ กษัตริย์ของอียิปต์ในสมัยก่อนนั้นเอง ซึ่งที่จะทำหน้าที่ที่จะคอยปกครองประชาชนของอียิปต์ในยุคนั้นซึ่ง ฟาโรห์ที่ดังจนมาถึง ทุกวันนี้ก็คือ ฟาโรห์ตุตันคาเมน(King Tutankhamun) ซึ่งฟาโรห์นั้นได้มีอยู่หลายยุคหลายสมัยมาก ทั้ง King Ramses I King Ramses II และนอกจากนี้ยังมีกษัตริย์ หญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง Cleopatra อีกด้วย ซึ่งเหตุผลที่ ฟาโรห์ตุตันคาเมน(King Tutankhamun) นั้นเป็นฟาโรห์ที่ได้มีการพูดถึงกันอยู่มากก็เพราะว่าในบริเวณที่ค้นพบนั้นได้เป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่มากซึ่งเป็นบริเวณเดียวในบรรณดาฟาโรห์ทั้งหมดที่ได้มีการค้นพบ ซึ่งได้มีคำถามมากมายที่เพิ่มขึ้น ในหัวของนักโบราณคดีหลายคำถามเช่น ขนาดของโรงศพที่มีความไม่สมประกอบกับมัมมี่ภายในโรง บริเวณที่ได้มีการฝั่งโรงศพนั้นสิ่งของหรือความหรูหราต่างๆไม่น่าที่จะเป็นของฟาโรห์เลย และคำสาปของฟาโรห์ที่ได้มีการกล่าวไว้ว่า ถ้าหากผู้ใดมีการเข้ามารบกวนฟาโรห์ผู้นั้นจะต้องมีอันเป็นไป คำสาปของฟาโรห์ ซึ่งในปี1922 นั้นนักโบราณคดีท่านหนึ่งที่มีชื่อว่า Howard Carter และทีมงานของเขาอีก22คน นั้นได้มีการค้นพบ หลุมศพของฟาโรห์และต่อมาได้มีการทราบชื่อว่าเป็นฟาโรห์ตุตันคาเมน(King Tutankhamun)  และหลังจาการค้นพบนั้นก็ได้มีการขนย้ายพระศพของฟาโรห์ตุตันคาเมน(King Tutankhamun) และได้มีการขนย้ายสิ่งของต่างๆที่เป็นเครื่องราง ของใช้ หรือสมบัติที่อยู่ในห้องของพระศพนั้นได้มีการถูกขนย้ายออกไปแทบจะทั้งหมด และหลังจากนั้นทีมนักสำรวจของ Howard Carter นั้น ทั้ง22คนได้มีการเริ่มล้มป่วยและได้มีการเสียชีวิตเกิดขึ้นเรื่อยๆและในรูปแบบแปลกกันทั้ง22คนแต่มีการเสียชีวิตที่ได้มีความน่าสนใจอย่างมากจนมีการถูกพูดถึงตั้งแต่นั้นอดีตจนปัจจุบัน ซึ่งนอกจากนี้ยังเป็นบุคคลใกล้ตัวของ Howard Carter อีกด้วยนั้นก็คือ Lord Carnarvon… Read More »