Category Archives: ตำนาน

คำสาปของฟาโรห์ มีอยู่จริง

คำสาปของฟาโรห์ ก็คือ กษัตริย์ของอียิปต์ในสมัยก่อนนั้นเอง ซึ่งที่จะทำหน้าที่ที่จะคอยปกครองประชาชนของอียิปต์ในยุคนั้นซึ่ง ฟาโรห์ที่ดังจนมาถึง ทุกวันนี้ก็คือ ฟาโรห์ตุตันคาเมน(King Tutankhamun) ซึ่งฟาโรห์นั้นได้มีอยู่หลายยุคหลายสมัยมาก ทั้ง King Ramses I King Ramses II และนอกจากนี้ยังมีกษัตริย์ หญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง Cleopatra อีกด้วย ซึ่งเหตุผลที่ ฟาโรห์ตุตันคาเมน(King Tutankhamun) นั้นเป็นฟาโรห์ที่ได้มีการพูดถึงกันอยู่มากก็เพราะว่าในบริเวณที่ค้นพบนั้นได้เป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่มากซึ่งเป็นบริเวณเดียวในบรรณดาฟาโรห์ทั้งหมดที่ได้มีการค้นพบ ซึ่งได้มีคำถามมากมายที่เพิ่มขึ้น ในหัวของนักโบราณคดีหลายคำถามเช่น ขนาดของโรงศพที่มีความไม่สมประกอบกับมัมมี่ภายในโรง บริเวณที่ได้มีการฝั่งโรงศพนั้นสิ่งของหรือความหรูหราต่างๆไม่น่าที่จะเป็นของฟาโรห์เลย และคำสาปของฟาโรห์ที่ได้มีการกล่าวไว้ว่า ถ้าหากผู้ใดมีการเข้ามารบกวนฟาโรห์ผู้นั้นจะต้องมีอันเป็นไป คำสาปของฟาโรห์ ซึ่งในปี1922 นั้นนักโบราณคดีท่านหนึ่งที่มีชื่อว่า Howard Carter และทีมงานของเขาอีก22คน นั้นได้มีการค้นพบ หลุมศพของฟาโรห์และต่อมาได้มีการทราบชื่อว่าเป็นฟาโรห์ตุตันคาเมน(King Tutankhamun)  และหลังจาการค้นพบนั้นก็ได้มีการขนย้ายพระศพของฟาโรห์ตุตันคาเมน(King Tutankhamun) และได้มีการขนย้ายสิ่งของต่างๆที่เป็นเครื่องราง ของใช้ หรือสมบัติที่อยู่ในห้องของพระศพนั้นได้มีการถูกขนย้ายออกไปแทบจะทั้งหมด และหลังจากนั้นทีมนักสำรวจของ Howard Carter นั้น ทั้ง22คนได้มีการเริ่มล้มป่วยและได้มีการเสียชีวิตเกิดขึ้นเรื่อยๆและในรูปแบบแปลกกันทั้ง22คนแต่มีการเสียชีวิตที่ได้มีความน่าสนใจอย่างมากจนมีการถูกพูดถึงตั้งแต่นั้นอดีตจนปัจจุบัน ซึ่งนอกจากนี้ยังเป็นบุคคลใกล้ตัวของ Howard Carter อีกด้วยนั้นก็คือ Lord Carnarvon… Read More »

ตำนานพระเจ้าพรหม กุมารวีรบุรุษที่ได้กอบกู้บ้านเมืองจากพวกขอม

ซึ่งอำเภอแม่จันทร์ในจังหวัดเชียงรายได้ถูกสันนิษฐานกันว่าอาจจะเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณอีกเมืองหนึ่งที่ได้ถูกบันทึกเอาไว้ในพงเสาวดารเหนือในตำนานได้กล่าวถึงเรื่องรวในการสร้างเมืองใหม่บนที่ราบเชียงแสนเอาไว้ว่า พญาสิงห์นวัดได้รวบรวมเอาคนพื้นเมืองกลุ่มต่างๆแล้วจัดตั้งเป็นอาณาจักรโยนกนาคพันธ์ สิงห์นวัดนคร ตำนานยังได้เล่าถึงพระเจ้าพรหม กุมารวีรบุรุษที่ได้กอบกู้บ้านเมืองจากพวกขอมและช้างทรงคู่บารมีชื่อพรานคำที่ยังคงถูกพูดถึงและได้ถ่ายทอดออกมาได้รู้แบบของศิลปะร่วมกับวัฒนธรรมล้านนาอย่างกลมกลืนผ่านการประดับประดาวัดและเป็นสถานที่สำคัญของเชียงแสนมาทุกยุคทุกสมัย โดยพื้นที่ที่ตรงนี้พยายามจะตอกย้ำหรือเชื่อมโยงถึงความสัมพันธ์อันเก่าแก่ก็คือพยายามโยงไปถึงยุคโยนกนาคพันธุ์โยนกนาคไชยบุรีที่ยุคเก่าเลยดังนั้นตำนานยุคเก่าที่เป็นลายลักษณ์อักษณก็จะกล่าวถึงช้างงูที่กษัตริย์ในอดีตสามารถจับงูในแม่น้ำโขงแล้วกลายเป็นช้างคู่บารมีที่สำคัญ นอกจากนี้ตัวนี้น่าจะเกิดการรับรู้และผลิตสืบซ้ำต่อกันมาเมื่อมีการสร้างสถานที่ตรงนี้ขึ้นมาเป็นสะดือเมืองและในความเป็นสิ่งเก่าแก่ที่พยายามอ้างให้เห็นความสืบเนื่องจึงได้นำเอาตำนานนี้มาผูกให้เกิดเป็นรูปธรรมผ่านสัญลักษณ์ต่างๆเช่นรูปปั้นอดีตกษัตริย์กำลังจับงูแล้วกำลังจะกลายเป้นช้างแบบที่เราเห็น แม้กระทั่งลายประดับตรงสันมณฑปของสะดือเมืองตรงนี้ก็จะเห็นว่าโดยขนบเดิมจะเป็นรูปมกรคายนาคแต่ตรงนี้ก็พยายามทำให้เอกลักษณ์โดยการปรับนาคให้เป็นช้างงูเป็น มกรคายช้างงูออกมาแทนตรงนี้ก็ทำให้เห็นการผสมผสารตำนานความเชื่อและโยงเข้ากับประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นผ่านศิลปกรรมที่เป้นรูปธรรมทั้งรูปปั้นช้างงูตัวนี้และมกรคายช้างงูข้างบนสันหลังคา ดังนั้นเรื่องราวของเมืองบริเวณที่ราบเชียงแสนที่ได้ถูกทำลายและสร้างขึ้นใหม่หลายครั้งได้ดำเนิดมายาวนานหลายพันปีนับตั้งแต่ตำนานสุวรรณโคมคํา จนมาถึงยุคพญาแสนภูกษัตริย์องค์ที่3ของราชวงค์มังรายที่ได้ขึ้นครองอาณาจักรล้านนากล่าวได้ว่าเชียงแสนในยุคนี้มีความรุ่งเรืองมาที่สุดเพราะพญาแสนภูมีพระราชประสงค์ให้สร้างเมืองนี้ขึ้นเป็น เมืองหิรันนครไชย์บุรีสีเชียงแสน ด้วยจุดมุ่งหมายให้เป็นเมืองหน้าด่านทางการค้าและเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรล้านลาแห่งใหม่และจะเห็นได้จากความร่ำรวยทางวัฒนธรรมในเขตเวียงเชียงแสนที่เต็มไปด้วยวัดวาอารามและโบราณสถานที่มีความสำคัญมากกว่า70แห่งที่ได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาบนสถานที่แห่งนี้ในสมัยพญาแสนภูกษัตริย์องค์ที่สามของล้านนา   สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ติดต่อ ufabet

ความเกี่ยวข้องของ แม่นาค และ วัดมหาบุศย์

เราเชื่อว่าหลายๆคนต้องรู้จักเกี่ยวกับประวัติของแม่นาค  พระโขนง  ที่เป็นเรี่องเล่ากันมาช้านานเกี่ยวกับเรื่องเล่าหรือว่าปาวัติของแม่นาค  เป็นที่เรารู้ดีอยู่แล้วว่าแม่นาคเป็นคนบางจากและได้แต่งงานมาอยู่กับพ่อมาก จนมาวันหนึ่งพ่อมากต้องไปรับหมายเพื่อที่จะรับใช้ประเทศชาติ นั่นก็คือการที่ต้องไปเป็นทหาร และแม่นาคก็ได้อยู่ที่บ้านของพ่อมากมาจนถึงวันที่แม่นาคเกิดอาการเจ็บท้อง เพื่อที่จะต้องคลอดลูกก็เลยทำให้แม่นาคต้องคลอดลูก ซึ่งได้มีคนไปตามหมอตำแยมาเพื่อที่จะทำคลอด แต่ด้วยว่าลูกของแม่นาคไม่ยอมที่จะกลับหัวก็เลยทำให้แม่นาคเกิดอาการเจ็บท้องมากจนทนไม่ไหว ก็เลยต้องสิ้นใจไปกับลูกที่อยู่ในท้อง   และในเวลาต่อมาผู้คนต่างก็รู้ดีว่าแม่นาคได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อพ่อมากกลับมา ก็เจอแม่นาค แต่ว่าแม่นาคไม่อยากที่จะให้พ่อมากออกไปไหนเพราะว่ากลัวว่าชาวบ้านจะเอาเรื่องที่ตนเองเสียชีวิตมาบอกกับพ่อมาก  จนอยู่มาวันหนึ่งพ่อมากกลับเดินไปเห็นว่ามือของแม่นาคเอื้อมมาหยิบของที่ตกลงมาที่พื้นก็เลยทำให้พ่อมากมั่นใจว่าแม่นาคกลายเป็นผี  ก็เลยไปอาศัยใบบุญที่วัดมหาบุศย์ แต่ว่าแม่นาคกลับมีความแค้นว่าชาวบ้านเป็นผู้ที่เล่าเรื่องแม่นาคให้พ่อมากฟังก็เลยทำให้แม่นาคแค้น โกรธก็เลยต้องอาลาวาด  จนในที่สุดก็มีพระอาจารย์โต ผู้ที่มีวิชามาปลาบแม่นาคเพื่อที่จะไม่ให้แม่นาคออกอาระวาด โดยเป็นการสะกดมนต์เอาไว้ที่บริเวณหน้าผาก จากนั้นก็ได้ทำพิธีเผาม่านค จากนั้นมาที่บ้านแม่นาคก็เงียบ             เมื่อเราได้เข้ามาที่วัดแม่นาคหรือว่าวัดมหาบุศย์ ที่ได้สร้างเอาไว้เพื่อที่จะได้เป็นการเข้ามากราบไหว้เพื่อที่ขอพรเกี่ยวกับ เรื่องของความรัก เพื่อที่จได้ประสบความสำเร็จในด้านของความรัก เกี่ยวกับการไปเป็นทหาร และก็อาจจะขอเกี่ยวกับเรื่องโชคลาภ เพื่อที่จะได้มาลุ้นดวงกัน แต่ว่าในช่วงของวันที่หวยจะออกทางวัดก็ได้เปิดให้เข้ามาเพื่อที่จะของเลข หรือว่าเสี่ยงดวงกันแต่ว่าต้องเข้าไปบอกกับเจ้าหน้าที่ก่อนนั่นเอง  และทางวัดก็ขอเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่อนุญาตให้เราถ่ายรูปเกี่ยวกับแม่นาคด้วย ซึ่งที่นี่จะมีคนเข้ามาเพื่อที่จะกราบไหว้และของพรกันเยอะ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือว่าชาวต่างชาตินั่นเอง และด้วยทางวัดก็ได้มีร้านที่ขายเกี่ยวกับดอกไม้ เทียน และกระดาษแผ่นทองเอาไว้ และทางวัดก็ได้ขอความร่วมมือเกี่ยวกับการที่เราไม่ควรที่จะเอาแผ่นทองมาปืดที่บริเวณหน้าของแม่นาค ไม่ว่าจะเป็น ตา ปาก  แต่ให้แปะแผ่นทองได้ที่บริเวณมือของแม่นาคเท่านั่นค่ะ   สนับสนุนโดย   Ufabet เข้าสู่ระบบ

ตำนานท้าวเวสสุวรรณ

ซึ่งในสมัยนี้เราก็จะเห็นพระเครื่องวัตดุมงคลและก็รูปเคารพออกมาเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดบางทีก็มีการดัดแปลงรูปลักษณ์ให้มีความประหลาดมากขึ้นเรื่อยๆก็จะมีเทวรูปท้าวเวสสุวรรณรูปหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากนั่นก็คือท้าวเวสสุววณประทับราหูหรือไม่ก็เหยียบอยู่บนราหู โดยบางทีก็จะเป็นรูปลักษณะเอากระบองกดหัวลงด้วยทำให้เหมือนดูว่าท้าวเวสสุววณชนะราหูเปรียบเสมือนเป็นการกดโชคร้ายเอาไว้และท้าวเวสสุววณก็เป็นเทพแห่งทรัพย์เอาโชคเอาลาบขึ้นมาและเทวรูปแบบนี้มันถูกต้องหรือไม่เรามาหาคำตอบกันเลยและใครที่ไม่รู้ว่าราหูกับท้าวเวสสุววณแต่ละองค์มีที่มาที่ไปอย่างไรเราจะมาเล่าเรื่องราวแต่ละองค์ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง สำหรับท้าวเวสสุววณหรืออีกชื่อหนึ่งก็คือพระกุเวรถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสี่ของสวรรค์ชั้นแรกเนื่องจากสวรรค์ชั้นแรกของเทวดาที่เป็นราชาถึงสี่องค์ด้วยกันสวรรค์ชั้นแรกเลยมีชื่อว่าจาตุ มหาราชิกานอกจากท้าวเวสสุวรรณในพุทธแล้วในศาสนาฮันดูก็มีอยู่เช่นเดียวกันแต่มักจะเรียกว่าพระกุเวรหรือที่คนไทยเรียกว่าพระไพสพแต่เดิมพระเวสโบราณพรกุเวรจะมีสถานะเป็นตัวร้าย เนื่องจากจะมีลักษณะคล้ายกับคนแคะที่เป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ในดินเท่านั้นต่อมาในยุคพุทธการที่มีศาสนาฮันดูพระกุเวรก็เลยกลายมาเป็นสถานะเทพทรัพย์ที่ดูอ้วนที่ชอบบูชาคู่กับพระแม่รัศมีในสถานะน้องชายเทวีแห่งทรัพย์และมียศเป็นราคาของพวกยักษ์ในรามายณะหรือรามเกียรติ์พระกุเวรจะรู้จักกันในนามท้าวกุเปรันที่ถูกทศกัณฐ์แย้งบุษบกวิมานไป นอกจากนี้พระกุเปรันเป็นพี่ชายต่างมารดาของทศกัณฐ์อีกด้วยสำหรับท้าวเวสสุววณในศาสนาพุทธถือว่าเป็นราชาป้องครองพวกยักษ์อยู่ทางทิศเหนือทำให้บรรดาภูมิผีปีศาจต่างก็มีความเกรงกลัวเป็นอันมากเมื่อใดที่ท้าวเวสสุวรรณได้เสด็จผ่านท้าวเวสสุวรรณจะสั่งลงโทษพวกยักษ์ผีร้ายที่ทำชั่วและคนนดีถือกระบองเป็นอาวุธ โดยกระบองของท้าวเวสสุวรรณนั้นในพระไตรปิฎกได้มีพลังระดับทำลายระดับยูนิเวอร์เลเวลก็คือสามารถทำลายเขาพระสุเมธที่เป็นแกนจักรวาลได้และยังได้เป็นหนึ่งในสี่อาวุธสุดยอดของเทพเจ้าในพุทธส่วนอีกสามอย่างก็คือวัชระของพระอินทร์ผ้าโพกหัวของอวะกายะและก็ในตาของพระยายมราชที่เผาทุกอย่างได้ทั้งหมด ดังนั้นท้าวเวสสุวรรณก็เป็นเทพที่ไม่ควรไปหบหลู่เป็นอย่างยิ่งเพราะโดนตีทีก็ยูนิเวอร์เลเวลบอกได้เลยว่าฝีมือของท่านก็รองพระอินทร์เลยทีเดียว     สนับสนุนโดย.    sexybaccarat

เกาะขามอาถรรพ์ความหลอน

ซึ่งหากใครที่จะไปยังเกาะแห่งนี้ก็มักจะได้รับคำเตือนอยู่เสมอว่าหากเดินทางขึ้นไปบนเกาะแล้วควรจะให้เกียรติสถานที่ไม่ส่งเสียงดังไม่ลบหลู่สถานที่หรือไม่หยิบเอาสิ่งของอะไรออกไปจากเกาะเด็ดขาดเพราะว่าเคยมีเหตุการณ์ลี้ลับกับคนที่หยิบของออกไปจากเกาะแห่งนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว เมื่อประมาณ3-4ปีที่แล้วเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักแสดงหนุ่มรายหนึ่งที่มีชื่อย่อว่า ก. เขาและทีมงานได้เดินทางมากถ่ายแบบเซ๊กซี่ในเกาะแห่งนี้ โดยเขาได้ทำการถ่ายแบบกับหินปาการังก้อนหนึ่งที่มีลักษณะค่อนข้างที่จะสวยงามและก็ไม่รู้ว่าอะไรดนจิตดนใจพวกเขาทำให้เขาหยิบหินก้อนนี้ใส่ในกระเป๋าและนำออกไปจากเกาะนั่นเอง นอกจากนี้หลังจากนั้นเองทางทีมงานก็ได้พบเจอกับเรื่องราวลี้ลับบนเกาะแห่งนี้ขึ้นมาทันทีนั่นก็คือในระหว่างที่พวกเขาได้กำลังทำงานกันอยู่คนเดินเรือก็ได้สังเกตเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ใส่ชุดสีขาวยืนจ้องมองทุกคนอยู่บนยอดเขาจนทำให้คนเดินเรือที่ทีแรกระบุว่าจะมารับพวกเขาออกจากเกาะในเวลา18.00นาฬิกาจู่ๆก็รีบบอกทีมงานให้รีบเก็บของโดยด่วน ซึ่งในขณะนั้นก็ยังไม่ถึง17.00นาฬิกาด้วยซ้ำทั้งๆที่ช่วงเวลานี้เองเป็นช่วงเวลที่แสค่อนข้างที่จะสวยที่สุดในระหว่างที่ทุกคนกำลังกลับขึ้นเรือได้เกิดเหตุการประหลาดเกิดขึ้นกับช่างภาพนั่นก็คือระหว่างที่ช่างภาพกำลังขึ้นเรืออยู่เขาก็เดินเข้าไปหาใบพัดเรือแล้วก็โดนใบพัดเรือบาดจนเลือดออก เนื่องจากนี้ช่างภาพก็ได้มาเล่าให้ฟังในภายหลังว่าเขารู้สึกเหมือนกับว่ามีใครผลิกตัวเขาเข้าไปในยังใบพัดเรือยังไงยังงั้นเมื่อทุกคนได้ขึ้นเรือได้หมดแล้วในระหว่างที่ทุกคนกำลังเดินทางอยู่กลางทะเลคนเดินเรือก็ได้ถามว่ามีใครได้หยิบเอาสิ่งของอะไรจากบนเกาะกลับติดตัวมาบ้างหรือเปล่า ดังนั้นนักแสดงที่มีชื่อว่า ก. ก็ได้ถามกับคนเดินเรือว่าเกาะนี้มีอะไรหรือเปล่าพร้อมกับเขาได้ยอมรับว่าตนเองได้หยิบเอาปาการังที่ใช้ในการถ่ายแบบติดตัวกลับออกมาด้วยนั่นเองเพราะเห็นว่ามันสวยงามและค่อนข้างที่จะสวยงามมากจริงๆ นอกจากนี้พวกเขาก็ได้เดินทางออกมาเกินครึ่งทางแล้วและมันก็ใกล้จะมืดแล้วด้วยจึงไม่สามารถนำเอาหินปาการังกลับไปคืนได้ในวันนั้นเอง เพราะฉะนั้นในภายหลังหินปาการังชุดนั้นก็ยังไม่ได้นำเอาไม่คืนที่เดิมแต่อย่างใดและช่างภาพรวมถึงนักแสดงนายแบบก็เคยได้นำเอาเรื่องราวดังกล่าวออกมาถ่ายทอดผ่านรายการแนวลี้ลับอยู่หลายรายการโดยมีชื่อเรื่องว่าผีทวงคืนปาการัง     สนับสนุนโดย.    gclub ทดลองเล่นฟรี

ประวัติการก่อตั้งแบรนด์ รองเท้าNike

          เชื่อว่าหากพูดถึงแบรนด์ Nike ทุกคนต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีเนื่องจากว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่ทำอุปกรณ์เกี่ยวกับทางด้านกีฬาขายโดยเฉพาะที่โด่งดังมากก็จะเป็นเสื้อผ้ากีฬาและรองเท้ากีฬา Nike นั่นเอง   คุณรู้หรือไม่ว่าก่อนที่จะมาเป็นแบรนด์ที่ชื่อว่า Nike นี้มีจุดกำเนิดเริ่มต้นมาอย่างไรถึงทำให้มีแบรนด์ Nike ซึ่งเป็นแบรนด์ที่โด่งดังระดับโลกได้จนถึงปัจจุบันนี้          สำหรับแบนรด์  Nike นั้น ถูกสร้างขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงของผู้ชายที่ชื่อว่า  Philip Hampson Knight เลยผู้ชายคนนี้ในสมัยที่เขายังไม่รู้ว่าเขาจะทำอาชีพอะไรนั้นครอบครัวของเขาที่จริงแล้วทำอาชีพมีโรงพิมพ์เป็นของตัวเองในตอนแรกนั้นเขาขอร้องพ่อเขาเขาเข้าไปทำงานในโรงพิมพ์แต่พ่อเขากลับปฏิเสธโดยต้องการให้ลูกชายของตนเองนั้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบและรักอย่างแท้จริงซึ่งทางด้าน Philip Hampson Knight                เขารู้ตัวดีว่าเขานั้นเป็นคนที่ชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องกีฬาเพราะตั้งแต่สมัยเรียนเขาก็เป็นนักกีฬาให้กับโรงเรียนมาโดยตลอดแต่อย่างไรก็ตามเขาก็ยังหาความต้องการของเขาว่าในอนาคตนั้นก็ควรจะประกอบอาชีพอะไรจนอยู่มาวันหนึ่งเขาต้องไปเป็นทหารประจำการรับใช้ชาติเป็นระยะเวลา 1 ปีซึ่งหลังจากที่เขารับใช้ชาติเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็มาหาความต้องการของตนเองอีกครั้งหนึ่งว่าสุดท้ายแล้วเขาต้องการที่จะทำอะไรแต่ยังหาไม่ได้เขาจึงเดินทางออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศต่างๆทั่วโลกจนในที่สุดเขาก็เดินทางไปถึงประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีขนาดนั้นเป็นช่วงที่กำลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นช่วงที่ญี่ปุ่นนั้นกำลังฟื้นฟูประเทศของตนเองเขาได้เที่ยวที่ญี่ปุ่นแล้วไปเจอรองเท้ากีฬายี่ห้อ Onitsuka                  ซึ่งเป็นรองเท้าแบรนด์ของญี่ปุ่นโดยเฉพาะและเขาก็เห็นว่าคนญี่ปุ่นนั้นใส่รองเท้ายี่ห้อ Onitsuka กันเยอะเขาจึงต้องการที่จะทำรองเท้าในแบรนด์ของเขาเองดังนั้นเขาจึงไปโรงงานผลิตรองเท้าที่มีราคาถูกและมีคุณภาพหลังจากนั้นก็สั่งให้โรงงานผลิตรองเท้าส่งมาให้เขาที่อยู่ในประเทศอเมริกาหลังจากนั้นก็ต้องเป็นแบรนด์ของตนเองโดยในตอนแรกนั้นเมื่อเขาได้รองเท้ามาเขาก็นำไปแจกให้กับ ฺBall Bowerman ซึ่งผู้ชายคนนี้เขามีอิทธิพลในมหาวิทยาลัยมากดังนั้น  Philip Hampson Knight จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าหาก Ball Bowerman ได้มีการใส่รองเท้าของเขาแล้วอาจจะทำให้คนอื่นๆในมหาวิทยาลัยสั่งซื้อสินค้าจากเขาก็ได้                     แต่อย่างไรก็ตามแต่  Ball Bowerman ไม่ได้สั่งซื้อรองเท้าจากเขาแต่ปรากฏว่า Ball Bowermanมาขอเป็นหุ้นส่วนในการสร้างแบรนด์รองเท้าร่วมกับเขาและนับตั้งแต่นั้นทั้งสองคนก็ช่วยกัน เปิดร้านขายรองเท้า แต่อย่างไรก็ตามแต่ขายรองเท้าได้ไม่นานพวกเขาก็มีปัญหากับทางแบรนด์ Onitsuka จนทำให้ทางญี่ปุ่นไม่ส่งรองเท้ามาให้และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งสองคนนั้นตัดสินใจที่จะทำโรงงานผลิตรองเท้าเป็นของพวกเขาเองพวกเขาก็ลองผิดลองถูกไปจนในที่สุดก็ได้รองเท้าที่มีคุณภาพและติดตลาดหลังจากนั้นเขาก็ได้มีการตั้งชื่อแบรนด์ของเขาว่า Nike นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา   สนับสนุนโดย … Read More »

ตํานานผีนางตานี

          สำหรับผีนางตานีนั้นคนไทยมีความเชื่อกันว่าเป็นผีของหญิงสาวที่อาศัยอยู่ในต้นกล้วยซึ่งผีนางตานีนั้นจะมีลักษณะนิสัยทั้งนิสัยดีโอบอ้อมอารีคอยช่วยเหลือผู้คนและยังมีผีนางตานีที่มีความดุร้าย  แต่อย่างไรก็ตามแต่ไม่ว่าจะเป็นผีนางตานีที่ดุร้ายหรือผีนางตาดีที่ใจดีคอยช่วยเหลือผู้คนแต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือว่ากันว่านางจะมีรูปร่างหน้าตาที่สวยงาม ทรวดทรงองเอว  แตกต่างจากชาวบ้านทั่วไป และที่สำคัญชุดที่นางตานีสวมใส่นั้นจะแตกต่างกับชาวบ้านและอื่นๆเนื่องจากว่านางตานีจะสวมชุดไทยบางคนเคยเห็นว่านางตานีนั้นสวมใส่เป็นชุดโจงกระเบนแต่บางคนก็เห็นนางตานีสวนใส่ผ้าถุงแต่ที่เหมือนกันเลยก็คือผ้าสไบของนางตานีนั้นจะต้องเป็นสีเขียวเพียงเท่านั้น             และสิ่งที่ร่ำลือถึงตำนานของนางปราณีนั่นก็คือนางตานีมักจะใช้ความสวยงามมาหลอกล่อชายหนุ่มให้หลงใหลเพื่อนำชายหนุ่มไปอยู่ด้วยกับตนเอง  อย่างไรก็ตามมีตำนานเล่าขานว่าหากชายใดก็ตามที่ได้มีโอกาสเจอนางตานีแล้วเกิดหลงรักนางตานีรวมถึงมีสัมพันธ์กับนางตานีแล้วจะไม่สามารถไปมีผู้หญิงคนอื่นได้อีกเพราะนางตานีนั้นเป็นผีผู้หญิงที่มีอารมณ์หัวรุนแรงเป็นอย่างมากว่ากันว่าเมื่อชายใด แอบนี้นางไปมีผู้หญิงคนอื่นนางจะไปตามฆ่าผู้ชายคนนั้นทันที          ดังนั้นตามตำนานโบราณจึงกล่าวได้ว่าหากใครก็ตามที่ได้มีโอกาสมีความสัมพันธ์กับนางตานีแล้วเราก็ชายผู้นั้นจะต้องเสียชีวิตทุกคนไปซึ่งเรื่องราวนี้จะมีการเล่าสืบทอดกันมาจากรุ่นปู่ย่าตายายมาสู่รุ่นหลานของตนเอง         อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้เกี่ยวกับเรื่องของผีของนางตานีนั้นไม่ค่อยพูดถึงกันมากนักส่วนใหญ่แล้วความเชื่อเกี่ยวกับผีของนางตานีนั้นจะค่อยๆลดลงและลืมเลือนไปเนื่องจากปัจจุบันไม่ค่อยมีใครปลูกต้นกล้วยตานีไว้ในพื้นที่บ้านของตนเองมากนักส่วนใหญ่ก็จะปลูกเป็นสวนและช่วงเวลายามค่ำคืนก็ไม่มีใครไปเดินในสวนให้ไม่มีใครเคยเห็นผีของนางตานีมานานแล้ว       ดังนั้นเรื่องราวความน่ากลัวของผีนางตานีจึงไม่ค่อยมีใครพูดถึงกันมากนักยกเว้นว่านำมาเล่าเป็นนิทานบอกกล่าวให้ลูกหลานได้ฟังอันถึงความน่ากลัวของผีนางตานีเท่านั้นเอง      และอีกอย่างหนึ่งที่เราจะสามารถรู้ข้อมูลเกี่ยวกับผีนางตานีได้นั่นก็คือการหาข้อมูลจากทางอินเตอร์เน็ตรวมถึงการดูละครหรือนิทานต่างๆที่มีการนำมาแสดงผ่านทางสื่อทีวีหรือสื่อผ่านระบบออนไลน์   สนับสนุนโดย   www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ

ตุ๊กตาแอนนาเบลล์ ของนาตาลี

          เมื่อพูดถึงชื่อตุ๊กตาแอนนาเบลล์ เชื่อว่าหลายคนยังคงจำตำนานตุ๊กตาต้องคำสาปหรือตุ๊กตาผีสิงแอนนาเบลล์ได้เป็นอย่างดี แต่ตุ๊กตาแอนนาเบลล์ ของนาตาลี ที่จะกล่าวถึงนี้เป็นตุ๊กตาแอนนาเบลล์คนละตัวกันกับที่เราเคยได้ยินประวัติกันนะคะ เพราะตุ๊กตาแอนนาเบลล์ตัวนั้นถูกบาทหลวงจับขังเอาไว้ในกล่องและจัดเก็บอย่างดีเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ และสำหรับตุ๊กตาตุ๊กตาแอนนาเบลล์ ของนาตาลี นี้มีเรื่องเล่าเกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 2016 เมื่อนางสาว นาตาลี เมลลอน จากเมืองกราสโกล ประเทศสก็อตแลนด์   นาตาลี  เมลลอนเธอได้นำตุ๊กตาโบราณซึ่งมีอายุมากกว่าหนึ่งร้อยปี โดยเธอเล่าถึงที่มาของตุ๊กตาตัวนี้ว่าเธอได้ตุ๊กตาตัวนี้มาจากพ่อบุญธรรมของเพื่อนของเธอคนหนึ่ง ซึ่งพวกเขาพบตุ๊กตาตัวนี้อยู่ในห้องใต้หลังคาของบ้านของพ่อของเพื่อน  ซึ่งพ่อบุญธรรมของเพื่อนได้มอบตุ๊กตาตัวนี้ให้กับนาตาลีก็เพราะว่า พวกเขารู้ว่า นาตาลี นั้นเป็นคนชอบของโบราณมาก พวกเขาจึงได้มอบให้เธอเป็นของขวัญเพราะพวกเขาคิดว่าเธอควรจะเก็บตุ๊กตาตัวนี้เอาไว้ดีกว่า เพราะพวกเขาเองก็ไม่ได้ชอบของโบราณสักเท่าไหร่ ซึ่งหลังจากที่นาตาลีนำตุ๊กตามาไว้ที่บ้านวันแรกนั้นเธอก็นึกกลัวตุ๊กตาตัวนี้อยู่เหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามเธอได้ตั้งชื่อตุ๊กตาตัวนี้ว่าแอนนาเบลล์  และตั้งแต่นาตาลีเอาตุ๊กตาแอนนาเบลล์มาไว้ในบ้านเธอก็เริ่มรับรู้ถึงความแปลกประหลาด เช่นครั้งนึ่งเพื่อนของเธอมาหาเธอที่บ้านและพวกเขาได้ยินคนเดินอยู่ด้านนอกของห้องนอนทั้งที่ไม่ได้มีใครอยู่ในบ้านอีกแล้ว และเมื่อเปิดประตูห้องนอนก็พบว่ามีตุ๊กตาแอนนาเบลล์ยืนอยู่ที่หน้าห้องนอน และสิ่งที่ผิดปกติยังมีอีกมาก เช่นทุกครั้งที่เธอเอาตุ๊กตาแอนนาเบลล์ไปไว้ในห้องนอน หมาของเธอจะไม่ยอมเข้าไปในห้องนอนของเธอเลย และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอนั้นถ่ายรูปตัวเองนั้น เธอเห็นว่าตู้ด้านหลังของเธอประตูตู้เปิดออกเองได้ และเธอเห็นมีดเล่มหนึ่งลอยออกมาด้วย และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นาตาลี จึงได้ตัดสินใจนำตุ๊กตาแอนนาเบลล์ ไปเก็บไว้ที่ห้องใต้ดิน และไม่นำเอาออกมาไว้ด้านนอกอีกเลย และตั้งแต่ ตุ๊กตาแอนนาเบลล์ไปอยู่ที่ห้องใต้ดินของบ้านเธอ ตัวเธอและคนในครอบครัวก็ไม่เคยเจอกับเหตุการณ์ที่มีความแปลกประหลาดอีกเลยเช่นเดียวกัน    ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   ufabetcn

ตำนานย่านผีเฮี้ยนที่หมู่บ้านพลัคลีย์

สำหรับหมู่บ้านพลัคลีย์ นี้อยู่ในประเทศอังกฤษ  มีตำนานเล่าถึงหมู่บ้านพลัคลีย์ นี้มาอย่างยาวนานแล้วว่าเป็นหมู่บ้านที่มีดวงวิญญาณออกมาคอยหลอกหลอนผู้คนยามค่ำคืนเป็นผีของผู้ชายคนหนึ่งที่มักตกตึกแล้วจะออกมากรีดร้องโหยหวนจนชาวบ้านต่างก็พากันหวาดกลัว ว่ากันว่าหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ได้มีผีแค่ตัวเดียวเท่านั้นแต่มีหลายตัวเลยทีเดียว ซึ่งตัวแรกนั้นเสียชีวิตจากการที่เขานั้นทำงานก่อสร้างอยู่แล้วพลัดตกลงมาจากที่สูงและเสียชีวิตคาที่ทันทีกับอีกคนนึงเป็นวิญญาณของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเขานั้นถูกฆ่าตายด้วยการเอามีดปักกลางของเขาและตรึงร่างของเขาไว้กับต้นไม้ นอกจากผี 2 ตนนี้แล้วยังมีคนเห็นผีของครูใหญ่ซึ่งเป็นครูที่สอนในโรงเรียนในหมู่บ้านแห่งนี้ได้มีการผูกคอตายอยู่ที่โรงเรียนหลังจากที่ตายแล้ววิญญาณของครูใหญ่ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหมู่บ้านชาวบ้านมักจะเห็นวิญญาณของครูใหญ่คอยเดินวนเวียนอยู่ในหมู่บ้านตลอดทุกค่ำคืน   ซึ่งชาวบ้านบอกว่าในช่วงยามค่ำคืนทุกคนจะต้องรีบพากันปิดประตูหน้าต่างของบ้านและไม่ออกไปไหนในเวลายามค่ำคืนเพราะถ้าออกมาแล้วเราก็ก็มักจะพบเห็นผีทั้ง 3 ตัวสลับวนเวียนคอยให้เห็นอยู่เป็นประจำเรียกได้ว่าทุกค่ำคืนจะมีผีสลับหน้าตาออกมาคอยหลอกหลอนชาวบ้านจนไม่มีใครกล้าที่จะเดินออกมาเดินเล่นในช่วงเวลากลางคืนกันอีกเลย ซึ่งเรื่องเล่าความเฮี้ยนนี้ยังคงมีการพูดถึงมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ทำให้หมู่บ้านพลัคลีย์  กลายเป็นหมู่บ้านที่ติดอันดับในเรื่องของความเฮี้ยนของผี 1 ใน 10 ที่มีผีน่ากลัวคอยหลอกหลอนชาวบ้านในหมู่บ้านเลยก็ว่าได้           สำหรับเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของผีใน หมู่บ้านพลัคลีย์ นี้ ปัจจุบันไม่ค่อย มีใครพูดถึงกันมากแล้วเพราะเรื่องราวก็ผ่านกันมานานแล้วและปัจจุบันก็ไม่มีใครเห็นวิญญาณของผีทั้ง 3 ตนออกมาหลอกหลอนผู้คนกันอีกแล้วดังนั้นเรื่องเล่านี้จึงเป็นเพียงแค่ตำนานที่มีการพูดถึงของคนในสมัยอดีตเท่านั้นซึ่งปัจจุบันหมู่บ้านพลัคลีย์ เป็นหมู่บ้านที่ผู้คนต่างก็พากันออกมาเดินเที่ยวเล่นกันในยามค่ำคืนได้แล้ว          และเรื่องเล่าเกี่ยวกับความน่ากลัวของผีในหมู่บ้านแห่งนี้ถ้าถามคนในปัจจุบันที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นก็คงจะไม่มีใครรู้จักกันแล้วแต่ถ้าถามคนเก่าคนแก่ในหมู่บ้านก็ยังคงมีเรื่องเล่าจากคนเก่าคนแก่ที่เคยได้ยินเรื่องเล่าหรืออาจจะเคยประสบพบเจอกับเหตุการณ์จริงเราเรื่องราวความน่ากลัวของผีทั้ง 3 ตนให้คุณได้ฟังก็ได้     ได้รับการสนับสนุนโดย       ีดฟิำะ

ประวัติหลวงปู่ทวดตอนเหยียบน้ำทะเลจืด

         วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องประวัติของหลวงปู่ทวดที่มีการเล่าขานถึงความศักดิ์สิทธิ์และอิทธิฤทธิ์ต่างๆ ที่มีการเล่าขานกันมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังมีการพูดถึงกันอยู่และถ้าหากใครก็ตามที่มีเหรียญของหลวงปู่ทวดอยู่ในครอบครองแล้วเราก็เรียกได้ว่าคนกำลังรวยเป็นมหาเศรษฐีเลยทีเดียวเพราะเหรียญของหลวงปู่ทวดนั้นเป็นที่ต้องการของคนที่นิยมเล่นพระกันเป็นอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันราคาของหลวงปู่ทวดถ้าเป็นรุ่นแรกๆและเป็นของแท้ก็ราคาหลักล้านถึงหลักสิบล้านเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่ทวดที่มีการพูดถึงแก่นมาก็คือการที่หลวงปู่ทวดนั้นสามารถเหยียบน้ำทะเลที่เค็มให้กลายเป็นน้ำจืดได้โดยมีการเล่าเรื่องของหลวงปู่ทวดว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อหลวงปู่ทวดนั้น มีการบวชเป็นพระสงฆ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วและต้องการที่จะเดินทางจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่งซึ่งหลวงปู่ทวดนั้นได้อาศัยเรือสำเภาของพ่อค้าเพื่อที่จะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปอีกเมืองหนึ่งนั่นเองแต่อย่างไรก็ตามในระหว่างที่มีการล่องเรือกันอยู่นั้นเองเกิดพายุพัดโหมรุนแรงขึ้นทำให้พายุนั้นได้พัดข้าวของที่อยู่บนเรือกระจัดกระจายตกลงในทะเลและหนึ่งในนั้นก็คือน้ำดื่ม ซึ่งชาวเรือได้มีการเตรียมเอาไว้และแน่นอนว่าเมื่อไม่มีน้ำดื่มขณะที่อยู่กลางทะเลทำให้ชาวเรือต่างก็รู้สึกไม่พอใจและต่างก็โทษกันว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดพายุพัดข้าวของตรงกลางทะเลนั่นก็เพราะว่ามีพระสงฆ์ติดเรือมาด้วยซึ่งทุกคนพากันมองว่าหลวงปู่ทวดนั้นเป็นคนที่ทำให้เกิดพายุอย่างไรก็ตามทาง หัวหน้าเรือได้สั่งให้ลูกน้องนำเรือเล็กออกไปส่งหลวงปู่ทวดให้ขึ้นฝั่งเราไม่ต้องการที่จะให้ร่วมทางไปด้วยอีกต่อไป ในระหว่างที่หลวงปู่ทวดลงไปอยู่ในเรือลำเล็กนั่นเองหลวงปู่ทวดได้ใช้เท้าข้างหนึ่ง ยื่นออกไปในทะเลหลังจากนั้นก็บอกให้ชาวเรือคนที่จะพายเรือไปส่งนั้นให้ตักน้ำบริเวณนั้นขึ้นมากินเมื่อชายคนดังกล่าวนั้นได้มีการตักน้ำมากินก็รู้สึกว่าน้ำทะเลตรงนั้นเป็นน้ำจืดจึงได้ร้องบอกให้หัวหน้าของตนเองนั้นได้ฟัง ซึ่งหลายคนก็ไม่มีใครเชื่อแต่เมื่อได้ลองชิมน้ำดูแล้วก็ปรากฏว่าน้ำทะเลตรงบริเวณนั้นจืดจริงๆทุกคนจึงได้รู้ถึงความอัศจรรย์และอภินิหารที่หลวงปู่ทวดมีจึงได้อัญเชิญหลวงปู่ทวดขึ้นเรือเพื่อที่จะไปส่งหลวงปู่ทวดตามจุดหมายปลายทางที่หลวงปู่ทวดอยากเดินทางโดยทางเรือนั้นได้มีการตักน้ำตรงบริเวณดังกล่าวขึ้นมาบนเรือ เพื่อเป็นน้ำเอาไว้สำหรับตื่นในการล่องเรือในครั้งนั้นและเรื่องราวนี้ก็มีการกล่าวขานการนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาว่าหลวงปู่ทวดนั้นสามารถที่จะเหยียบน้ำทะเลที่เค็มให้กับเป็นน้ำจืดและนำมาดื่มกินได้นั่นเอง     สนับสนุนเรื่องราวโดย  จีคลับคาสิโนออนไลน์