Monthly Archives: ธันวาคม 2019

Normal Lens พื้นฐานเลนส์ที่ควรรู้

Normal lens หรือ Standard lens นั้นเป็นเลนส์ที่เป็นพื้นฐานที่สุดของการถ่ายภาพเลยก็ว่าได้เลนส์ประเภทนี้เป็นเลนส์ระยะแรกบนโลกเพราะเป็นเลนส์ที่มีความใกล้เคียงสายตามากที่สุดเรียกได้ว่าถ้ามองตานึงในช่องเล็งอีกตานึงเปิดมองด้วยก็จะเห็นภาพที่เหมือนกันเดะเลยๆไม่มีความบิดเบือนใดๆ ซึ่งนั้นก็ทำให้เป็นเลนส์ระยะที่ทำได้ง่ายที่สุดอีกด้วย เป็นระยะที่กำเนิดมาบนโลกก่อนใครๆเลนส์ระยะนี้จึงเป็นระยะเริ่มต้นที่ช่างภาพหรือนักเล่นกล้องมือใหม่ควรจะลองหามาใข้ก่อนระยะอื่นๆเพื่อให้ตัวเองนั้นรู้ว่าเรารู้สึกอยากจะให้กว้างขึ้นไหมหรือว่าอยากจะให้ขยายมากกว่านี้ไหม เลนส์ระยะนี้จริงๆแล้วก็ครอบคลุมไปหลายระยะอยู่เหมือนกันอย่าง 50mm เป็นระยะกลางสุด แล้วก็บวกลบนิดหน่อย 45 – 60 กว่าก็ยังถือเป็นระยะ normalได้เช่นกันระยะนี้เป็นระยะที่มีขนาดของเลนส์ไม่เล็กไม่ใหญ่ไปก็เลยทำให้พกพาได้สะดวกไม่หนักจนเกินไปแต่นั้นก็ขึ้นอยู่กับค่ารูรับแสงด้วยนะถ้ารูรับแสงกว้างอย่างรุ่นที่ทำรูรับแสงได้ถึง 0.95 นี่ก็ใหญ่และหนักเอาเรื่องเลยอีกอย่างด้วยสูตร เลนส์ที่ง่ายที่สุดในทุกๆระยะก็เลยทำให้ราคาของระยะนี้ถือว่าหาได้ถูกที่สุดในเลนส์เกรดเดียวกันกับระยะอื่นๆ หรือใครจะเรียกเลนส์นี้ว่าเป็นเลนส์อเนกประสงค์ก็ได้เช่นกัน เพราะสามารถนำไปถ่ายวิวก็ดี ถ่ายคนก็ดี แต่จะให้พูดก็ถือว่าไม่สุดเท่าเลนส์เฉพาะทางอื่นๆอะนะ แล้วเลนส์ระยะนี้ก็ถือเป็นเลนส์ระยะที่มีเลนส์ขึ้นชื่อด้านคาแรคเตอร์โด่งดังมากมายในอดีต เพราะฉนั้นเหล่าช่างภาพสายวินเทจที่ชอบหาเลนส์มือหมุนมาเล่นก็จะจับเลนส์ระยะนี้บ่อยหน่อย เลนส์ฟิกซ์ระยะนี้ถือเป็นระยะที่สร้างภาพได้สุดยอดมากเช่นกัน สามารถละลายหลังได้อย่างสวยงาม แล้วเลนซ์ซูมที่มีช่วงนี้อยู่ก็จะเป็นเลนส์ที่ครอบคุมได้ระยะกว้างและเทเลอย่างละนิดละหน่อยด้วย จึงเป็นเลนส์อเนกประสงค์ของแท้ ตัวเดียวเที่ยวรอบโลกสบายๆ ส่วนตัวผมแล้วจะพกเลนส์มุมกว้างแล้วก็เทเล อย่างละตัว ส่วนระยะนี้จะเล่นพวกมือหมุนมาเล่นเอาคาร์แรคเตอร์สวยๆ แปลกตาๆ  

Tune in for love (เมื่อไหร่ที่คลื่นความรักของเราจะปรับจูนตรงกันเสียที)

ภาพยนตร์เกาหลีสุดแสนโรแมนติกถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกและเรื่องรามความรักของทั้งสอง เรื่องราวได้ถูกถ่ายทอดผ่านนักแสดงแนวหน้าของเกาหลีคือคิมโกอึนและจองแฮอิน  ภาพยนต์เรื่องนี้ถือว่าเป็นภาพยนต์ที่หน้าสนใจในปี2019มาก เพราะนอกจากได้นักแสดงที่มากความสามารถอย่างทั้งสองแล้วนี่คือผลงานการเขียนของอีซุกยอง ( April snow) ร่วมกับ ผู้กำกับจองจีอู (Heart Blackened) อีกด้วย เรื่องราวถูกถ่ายทอดผ่านการแสดงของนักแสดงทั้งสอง คิมโกอึน (มีซู)และ จองแฮอิน (ฮยอนอู) เป็นเรื่องราวของความรักในยุค 90 ก็ว่าได้ทั้งสองเจอกันครั้งแรกที่ร้านเบเกอร์รี่ของมีซูในปี 1994  ฮยอยอูได้ทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านของมีซูชะะตาของพวกเขาทั้งสองเกิดขึ้นพร้อมกับรายการวิทยุ music album ทำให้เรารู้สึกถึงกลิ่นไอความคลาสสิคทั้งภาพ แสงและเพลงที่ประกอบในภาพยนตร์ โดยเราจะได้สัมผัสถึงอารมณ์ของหนุ่มสาวในยุคที่ต้องสื่อสารการพูดคุยผ่านดีเจโดยคลื่นวิทยุ ทำให้เห็นมุมมองการใช้ชีวิตในยุคสมัยนั้นโดยการนำเรื่องราวความรักการใช้ชีวิตเข้ามาสอดแทรก ถือเป็นภาพยนตร์ที่มีความลงตัวมาก เรื่องราวถูกดำเนินไปด้วยการผลัดพรากจากกันของทั้งสองในครั้งแรกจนเวลาผ่านไปในปี 1997 ทั้งสองได้กลับมาเจอกันอีกครั้งด้วยความบังเอิญและต้องพลัดพลาดจากกันอีกครั้งเพราะฮยอนแต้องไปเข้ากรมโดยมีซูได้ให้อีเมลล์กับฮยอนอูแต่ลืมให้รหัสผ่าน มีซูได้เขียนเมลล์หาฮยอนอูทุกวันแต่ไร้การตอบกลับมาของฮยอนอูจนเวลาผ่านไปฮยอนอูจำรหัสผ่านได้และได้ตอบกลับมาหามีซู   จึงทำให้หัวใจของมีซูกลับมาเต้นแรงอีกครั้งแต่แล้วทั้งสองก็มีเรื่องราวให้พลัดพรากกันอีกครั้งจนในปี2005 โชคชะตาก็นำพาเค้ากลับมาพบกันอีกครั้ง แต่ก็คงยังมีเรื่องราวที่ทำให้บีบหัวใจอย่างมาก จนในตอนสุดท้ายฮยอนอูได้ไปถ่ายรายการวิทยุและได้ฝากดีเจสื่อข้อความถึงมีซูและพวกเขาทั้งสองก็กลับมาพบกันอีกครั้ง เมื่อดูภาพยนต์จบแล้วเราจะรู้สึกถึงการถูกปลอบประโลมในหัวใจ ทำให้รู้ว่ายุคที่ไม่มีโทรศัพท์นั้นความรักเป็นเรื่องที่ยากเพียงใดเราต้องอาศัยโชคชะตาและความบังเอิญเพื่อกลับมาเจอกันอีกครั้ง