Monthly Archives: ตุลาคม 2020

ประวัติหลวงปู่ทวดตอนเหยียบน้ำทะเลจืด

         วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องประวัติของหลวงปู่ทวดที่มีการเล่าขานถึงความศักดิ์สิทธิ์และอิทธิฤทธิ์ต่างๆ ที่มีการเล่าขานกันมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังมีการพูดถึงกันอยู่และถ้าหากใครก็ตามที่มีเหรียญของหลวงปู่ทวดอยู่ในครอบครองแล้วเราก็เรียกได้ว่าคนกำลังรวยเป็นมหาเศรษฐีเลยทีเดียวเพราะเหรียญของหลวงปู่ทวดนั้นเป็นที่ต้องการของคนที่นิยมเล่นพระกันเป็นอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันราคาของหลวงปู่ทวดถ้าเป็นรุ่นแรกๆและเป็นของแท้ก็ราคาหลักล้านถึงหลักสิบล้านเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่ทวดที่มีการพูดถึงแก่นมาก็คือการที่หลวงปู่ทวดนั้นสามารถเหยียบน้ำทะเลที่เค็มให้กลายเป็นน้ำจืดได้โดยมีการเล่าเรื่องของหลวงปู่ทวดว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อหลวงปู่ทวดนั้น มีการบวชเป็นพระสงฆ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วและต้องการที่จะเดินทางจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่งซึ่งหลวงปู่ทวดนั้นได้อาศัยเรือสำเภาของพ่อค้าเพื่อที่จะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปอีกเมืองหนึ่งนั่นเองแต่อย่างไรก็ตามในระหว่างที่มีการล่องเรือกันอยู่นั้นเองเกิดพายุพัดโหมรุนแรงขึ้นทำให้พายุนั้นได้พัดข้าวของที่อยู่บนเรือกระจัดกระจายตกลงในทะเลและหนึ่งในนั้นก็คือน้ำดื่ม ซึ่งชาวเรือได้มีการเตรียมเอาไว้และแน่นอนว่าเมื่อไม่มีน้ำดื่มขณะที่อยู่กลางทะเลทำให้ชาวเรือต่างก็รู้สึกไม่พอใจและต่างก็โทษกันว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดพายุพัดข้าวของตรงกลางทะเลนั่นก็เพราะว่ามีพระสงฆ์ติดเรือมาด้วยซึ่งทุกคนพากันมองว่าหลวงปู่ทวดนั้นเป็นคนที่ทำให้เกิดพายุอย่างไรก็ตามทาง หัวหน้าเรือได้สั่งให้ลูกน้องนำเรือเล็กออกไปส่งหลวงปู่ทวดให้ขึ้นฝั่งเราไม่ต้องการที่จะให้ร่วมทางไปด้วยอีกต่อไป ในระหว่างที่หลวงปู่ทวดลงไปอยู่ในเรือลำเล็กนั่นเองหลวงปู่ทวดได้ใช้เท้าข้างหนึ่ง ยื่นออกไปในทะเลหลังจากนั้นก็บอกให้ชาวเรือคนที่จะพายเรือไปส่งนั้นให้ตักน้ำบริเวณนั้นขึ้นมากินเมื่อชายคนดังกล่าวนั้นได้มีการตักน้ำมากินก็รู้สึกว่าน้ำทะเลตรงนั้นเป็นน้ำจืดจึงได้ร้องบอกให้หัวหน้าของตนเองนั้นได้ฟัง ซึ่งหลายคนก็ไม่มีใครเชื่อแต่เมื่อได้ลองชิมน้ำดูแล้วก็ปรากฏว่าน้ำทะเลตรงบริเวณนั้นจืดจริงๆทุกคนจึงได้รู้ถึงความอัศจรรย์และอภินิหารที่หลวงปู่ทวดมีจึงได้อัญเชิญหลวงปู่ทวดขึ้นเรือเพื่อที่จะไปส่งหลวงปู่ทวดตามจุดหมายปลายทางที่หลวงปู่ทวดอยากเดินทางโดยทางเรือนั้นได้มีการตักน้ำตรงบริเวณดังกล่าวขึ้นมาบนเรือ เพื่อเป็นน้ำเอาไว้สำหรับตื่นในการล่องเรือในครั้งนั้นและเรื่องราวนี้ก็มีการกล่าวขานการนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาว่าหลวงปู่ทวดนั้นสามารถที่จะเหยียบน้ำทะเลที่เค็มให้กับเป็นน้ำจืดและนำมาดื่มกินได้นั่นเอง     สนับสนุนเรื่องราวโดย  จีคลับคาสิโนออนไลน์

ปีศาจเหนียน ที่ทำให้เรามี วันตรุษจีน ในทุกวันนี้

เพื่อนๆหลายคนเคยได้ยินประวิต ปีศาจเหนียน กันบ้างรึเปล่า เพราะปีศาจเหนียน เป็นต้นกำเนิดของวันตรุษจีนเลยนะ เรามาฟังเรื่องของปีศาจเหนียนกันดีกว่า วันตรุษจีน เป็นวันสำคัญของชาวจีนมาช้านาน และมีที่เล่าขานกันมาว่า การที่มีวันตรุษจีนแบบทุกวันนี้ที่ มีป้ายสีแดงติดหน้าบาน จุดประทัด หรือ จุดโคมไฟ นั้น เพราะปีศาจเหนียน นั้นเอง ชาวจีนจะเรียนกันสั้นๆว่า เหนียน ซึ่ง เหนียน คือสัตว์โบราณที่ดุร้ายจะออกมา 1 วันใน 365 วัน เพื่อมาล่าผู้คนเพื่อกินเป้นอาหาร และด้วยรูปลักษณ์นั้นดูร่างใหญ่ หน้าตาดุดัน และที่ขนรุงรัง เล็บยาว มีสีขาและมีนิสัยที่ดุร้าย และชอบทำร้ายผู้คน ซึ่งเหนียนจะมาในช่วงค่ำคืน และมาในช่วงเข้าฤดูใบไม้ผลินั้นเอง และชาวจีนจะนอนไม่หลับตลอดคืน ค่อยหลบอยู่ในบ้าน เพื่อระวังตัวและหลบซ้อนจากเหนียนนั้นเอง ซึ่งตัวเหนียนเอง มักจะบุกไปตามหมู่บ้าน เพื่อไปล้าเหยื่อ ทุกวันที่ 30 เดือน 12 ทุกประตูบานจะปิดเงียบและทำตัวเหมือนไม่มีใครอาศัยอยู่ในบ้านนั้นเอง และหากผ่านคืนนั้นไปได้ จะเป็น วันแรม 1 ค่ำ เดือน 1 นั้นเอง และชาวบ้านจะออกมาอวยพร… Read More »

บัวลอยที่คลองบางกอกน้อย เขตธนบุรี กรุงเทพฯ

อีกหนึ่งตำนานที่เป็นเรื่องสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นจริงในจังหวัดกรุงเทพมหานครเขตธนบุรีที่ต้องนำมาพูดถึงกันในครั้งนี้คงหนีไม่พ้นตำนานบัวลอยซึ่งบัวลอยในที่นี้เป็นชื่อของหญิงสาวคนหนึ่งโดยเธอนั้นมีบ้านอยู่ในเขตอาศัยพื้นที่แถวบริเวณบางกอกน้อยสำหรับตำนานบัวลอยนั้นชาวบ้านมีการเล่าลือกันว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งเธอชื่อว่าบัวลอยเธอกำลังท้องแก่ใกล้คลอด ซึ่งสามีของเธอนั้นก็รักเธอเป็นอย่างมากไม่อยากจะให้เธอทำงานหนักแต่เธอก็ดื้อรั้นอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระของสามีและเธอนั้นมีฝีมือในการทำอาหารและขนมเธอจึงได้ทำขนมขายโดยพายเรือขายในคลองบางกอกน้อยซึ่งเธอจะต้องแอบสามีไปขายเป็นประจำทุกวันเนื่องจากสามีของเธอนั้นไม่ยอมให้เธอทำงานขนมที่เธอขายนั้นเธอขายขนมบัวลอยจนชาวบ้านเรียกกันติดปากว่าชื่อของเธอนั้นคือบัวลอยซึ่งเธอขายได้ดีทุกวันแต่เราอยู่มาวันหนึ่งมือถือออกไปขายขนมบัวลอยตามปกติเธอก็ไม่กลับมาบ้านอีกเลยสามีของเธอที่ออกตามหาเธอไปทั่วจนสุดท้ายผู้คนก็พบว่าเธอเสียชีวิต ด้วยการตกน้ำตายในคลองบางกอกน้อยนั้นเองจบของเธอลอยขึ้นมาหลังจากที่เธอหายตัวไปประมาณ 3 วันหลังจากนั้นสามีของเธอและชาวบ้านก็ช่วยกันนำศพของบัวลอยขึ้นมาทำพิธีทางศาสนาแต่เนื่องจากว่าความเชื่อของคนในสมัยโบราณนั้นมีความเชื่อที่ว่าหากหญิงท้องแก่เสียชีวิตเป็นการเสียชีวิตแบบผิดปกติถือว่าเป็นการเสียชีวิตแบบตายโหง จะไม่นิยมเขาแต่จะนิยมในการฝังเพียงเท่านั้นสามีของบัวลอยจึงได้นำร่างของบัวลอยมาฝังไว้บริเวณริมคลองบางกอกน้อยนั่นเองและนับตั้งแต่ที่มีการทำพิธีฝังศพบัวลอยแล้วชาวบ้านบางคนที่มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของความเฮี้ยนของผีตายโหงจึงได้เดินทางมาขอหวยกับผีของบัวลอยซึ่งบัวลอยก็ไม่เคยทำให้ชาวบ้านผิดหวังเพราะชาวบ้านต่างก็พากันถูกหวยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ในทุกวันที่ใกล้วันหวยออกชาวบ้านก็จะมาที่หลุมฝังศพของบัวลอยกันอย่างหนาแน่นเพื่อมาทำการขอหวยแต่เราอยู่มาวันหนึ่งก็มีคนพบว่าหลุมฝังศพของบัวลอยนั้นถูกขุดขึ้นมาและศพของบัวลอยหายไปซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าศพของบัวลอยนั้นน่าจะถูกเจ้ามือหวยคนใดคนหนึ่งมาขุดเอาไปเผาและทำพิธีสะกดวิญญาณเพราะว่าตั้งแต่มีศพของบัวลอยมาให้หวยชาวบ้านก็ทำให้เจ้ามือหวยนั้น พากันเจ๊งกันเป็นแถบและนับตั้งแต่ศพของบัวลอยหายไปก็ไม่มีใครพบหรือเจอศพของบัวลอยอีกเลยและไม่สามารถจับได้ว่าใครเป็นผู้ที่ขโมยศพของบัวลอยไปและหลังจากนั้นเรื่องราวของบัวลอยก็ค่อยๆเลือนหายไปตามกาลเวลา   ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   ดาวน์โหลด Gclub