Monthly Archives: มีนาคม 2021

วันปีใหม่ของไทย

หาใครเคยได้ดูเกี่ยวกับเรื่องของละครของคุณพี่หมื่นที่นางเอกนั้นกลับชาติไปเกิดใหม่ในภพชาติสมัยโบราณจะเห็นได้ว่าในอดีตกาลนั้นวันขึ้นปีใหม่ไม่ใช่วันที่ 1 เดือนมกราคมแต่ถ้าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยในอดีตนั้นจะตรงกับวันที่ 1 เดือนเมษายนซึ่งทุกคนนั้นจะต่างไปร่วมกันทำบุญที่วัดตักบาตรขอพรและถึงสิงห์รวมถึงถ้าเป็นวัฒนธรรมของไทยแล้วในการขึ้นปีใหม่ของไทยนั้น ก็จะมีการนำทรายมาก่อกองทรายภายในวัดซึ่งถือว่าเป็นวัฒนธรรมอันดีงามที่มีการสืบทอดต่อกันมาแต่จากเดิมที่ไทยนั้นเคยจัดงานวันปีใหม่ขึ้นเป็นวันที่ 1 เดือนเมษายนก็มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเรื่องของวันขึ้นปีใหม่เรื่อยมาซึ่งถ้าตามตลอดข้อมูลแล้วประเทศไทยมีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่มาแล้วถึง 4 ครั้งด้วยกัน และปัจจุบันนี้ได้ยึดเป็นวันสากลซึ่งตรงกับประเทศอื่นๆทั่วโลกโดยเปลี่ยนมาเป็นวันที่ 1 เดือนมกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่แทนส่วนการจัดกิจกรรมในช่วงของวันขึ้นปีใหม่ในเดือนมกราคมก็ไม่ได้แตกต่างจากของเดิมมากนักเพราะว่าทุกคนก็ยังคงออกมาทำบุญตักบาตรกันเป็นประจำซึ่งชาวบ้านก็มักจะไปทำบุญตามสถานที่ต่างๆที่เป็นวัดหรือสถานที่พี่เป็นพวกสำนักสงฆ์ อีกทั้งยังมีการไปรวมกันเป็นครอบครัวใหญ่เพื่อทำบุญและกราบไหว้ขอพรกับผู้หลักผู้ใหญ่ภายในบ้านที่สำคัญก็จะมีการรวมตัวของญาติพี่น้องจะมีการจัดงานรื่นเริงขึ้นจึงเรียกได้ว่าเป็นการขึ้นปีใหม่แล้วจะมีสิ่งใหม่ๆเข้ามาในชีวิตนั่นเองและการขึ้นปีใหม่นั้นก็มีการทำขั้วโลกซึ่งจะมีการจัดงานแล้วแต่ว่าวัฒนธรรมของประเทศไหนจะมีการจัดการขึ้นปีใหม่กันอย่างไรบ้าง          ยังของไทยเราเองนั้นแต่เดิมวันขึ้นปีใหม่ที่เป็นเดือนเมษายนนั้นจะมีการนำกองทรายไปเกาะที่วัดนั่นก็เพราะว่าเป็นการออกเป็นอุบาย ให้ชาวบ้านช่วยกันขนดินเข้าไปถมที่ในวัดนั่นเองเพราะสมัยโบราณนั้นที่ดินอาจจะเป็นอาจจะเป็นส่วนใหญ่ดังนั้นจึงได้มีการก่อนออกอุบายให้ชาวบ้านนั้นขนดินทรายเอาไปเทไว้ภายในวัดให้มีการขยายพื้นที่ ส่วนประเพณีการก่อกองทรายนั้นไม่ค่อยมีใครนิยมทำกันแล้วในปัจจุบัน เพราะทรายค่อนข้างหายากและมีราคาสูงไม่เหมือนกับในอดีตที่ทรายนั้นขนมาฟรีแต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะไม่มีประเพณีการก่อกองทรายแต่ก็ยังคงมีการจัดงานบุญภายในวัดเพื่อให้ประชาชนได้ร่วมงานบุญร่วมกันนั่นเอง   ได้รับการสนับสนุนโดย.   เปิดยูส ขั้นต่ำ 100

ศิลปะการฟ้อนรำ

        ในปัจจุบันนี้การฟ้อนรำเรามักจะเห็นเฉพาะตามเทศกาลต่างๆหรือการจัดงานและต้องการที่จะแสดงถึงศิลปวัฒนธรรมไทยก็จะมีการจ้างนางรำเอาไว้มาฟ้อนรำให้กับแขกที่มาร่วมงานได้ชมกันว่าในสมัยโบราณนั้นมีการรำและฟ้อนรำกันอย่างไรเพราะหากคนในปัจจุบันนั้นจะไม่มีการฟ้อนรำเพื่อความสวยงามอีกต่อไปการฟังเพลงหรือการเต้นรำในสมัยปัจจุบันเป็นการเต้นออกแนว Pop Dance เต้น เพื่อความสนุกสนานแต่สำหรับการฟ้อนรำแล้วเป็นการแสดงถึงศิลปะของการรำอย่างแท้จริงให้ความรู้สึกที่อ่อนช้อยงดงามแสดงถึงอารมณ์ของผู้ที่ลำว่ามีอารมณ์อ่อนช้อยอ่อนหวานมากแค่ไหนนับได้ว่าการฟ้อนรำก็คือการแสดงออกทางด้านศิลปะอย่างหนึ่งที่คนที่ชมนั้นจะต้องเข้าถึงศิลปะดังกล่าวถึงจะชมแล้วรู้สึกเข้าใจคนที่จะรำแล้วสื่อออกมาได้ว่านางรำนั้นต้องการจะสื่อถึงอะไรในขณะที่มีการรำ ซึ่งคนส่วนใหญ่เมื่อไปดูการรำของนางรำในปัจจุบันนั้นมักจะไม่ค่อยเห็นถึงความสวยงามของศิลปะการฟ้อนรำกันมากนักเพราะไม่ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะความงามของการแสดงสำหรับการฟ้อนรำนั้นจะต้องมีดนตรีเป็นตัวประกอบเพื่อให้การฟ้อนรำนั้นโดยดูสวยงามร้านอาหารฟาร์มอย่างเดียวอาจจะไม่รู้สึกอ่อนช้อยมากนัก และการฟ้อนรำของแต่ละจังหวัดนั้นก็มีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับการสื่อสารข้อมูลของท้องถิ่นออกมาเผยแพร่มากน้อยแค่ไหนเพราะแต่ละพื้นที่ก็จะมีลีลาการรำที่แตกต่างกันออกไปตามนิสัยใจคอของคนที่อยู่อาศัยในพื้นที่นั้นๆโดยปกติแล้วคนในสมัยโบราณมักจะนำกิริยาท่าทางของธรรมชาติมาดัดแปลงให้เป็นท่าร่ายรำทำให้เกิดความสวยงามอ่อนช้อยหลังจากนั้นก็ได้มีการสืบสานต่อกันมาจากรุ่นต่อรุ่นจากคนแก่ส่งต่อให้กับลูกหลาน      ในปัจจุบันนี้หากใครจังคงต้องการเรียนฟ้อนรำอยู่จะต้องเข้าเรียนในโรงเรียนที่เกี่ยวกับนาฏศิลป์โดยเฉพาะซึ่งกลุ่มคนที่เรียนนาฏศิลป์นั้นจะค่อนข้างมีน้อยเพราะการหางานทำจากการเรียนนาฏศิลป์นั้นค่อนข้างหายากเพราะเป็นงานเฉพาะเจาะจงเพียงเท่านั้นและคนที่เรียนนาฏศิลป์ก็จะต้องเป็นคนที่มีใจรักในศิลปะวัฒนธรรมไทยจริงๆถึงจะเรียนแล้ว นำความรู้ความสามารถมาเผยแพร่ให้กับคนอื่นได้รับรู้ได้ดังนั้นในปัจจุบันนี้จึงนับได้ว่ามีคนจำนวนน้อยมากที่สุดสานต่อวัฒนธรรมเกี่ยวกับเรื่องของการฟ้อนรำหรือการแสดงต่างๆของการแสดงพื้นบ้านของจังหวัดหรือภูมิภาค  ในปัจจุบันถ้าเราจะดูเกี่ยวกับเรื่องของการฟ้อนรำต่างๆนอกจากเราจะเห็นจากการจัดงานที่เป็นโครงการสืบสานวัฒนธรรมไทยแล้วเรามักจะหาดูได้ตามวัดที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพราะนักท่องเที่ยวมักจะไปแก้บนและการแก้บนนั้นก็มักจะใช้นางรำที่แต่งกายเหมือนหญิงในสมัยโบราณมาฟ้อนรำแก้บนให้นั่นเอง     สนับสนุนโดย.    สมัครเอเย่นต์ ufabet

ประวัติการก่อตั้งแบรนด์ รองเท้าNike

          เชื่อว่าหากพูดถึงแบรนด์ Nike ทุกคนต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีเนื่องจากว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่ทำอุปกรณ์เกี่ยวกับทางด้านกีฬาขายโดยเฉพาะที่โด่งดังมากก็จะเป็นเสื้อผ้ากีฬาและรองเท้ากีฬา Nike นั่นเอง   คุณรู้หรือไม่ว่าก่อนที่จะมาเป็นแบรนด์ที่ชื่อว่า Nike นี้มีจุดกำเนิดเริ่มต้นมาอย่างไรถึงทำให้มีแบรนด์ Nike ซึ่งเป็นแบรนด์ที่โด่งดังระดับโลกได้จนถึงปัจจุบันนี้          สำหรับแบนรด์  Nike นั้น ถูกสร้างขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงของผู้ชายที่ชื่อว่า  Philip Hampson Knight เลยผู้ชายคนนี้ในสมัยที่เขายังไม่รู้ว่าเขาจะทำอาชีพอะไรนั้นครอบครัวของเขาที่จริงแล้วทำอาชีพมีโรงพิมพ์เป็นของตัวเองในตอนแรกนั้นเขาขอร้องพ่อเขาเขาเข้าไปทำงานในโรงพิมพ์แต่พ่อเขากลับปฏิเสธโดยต้องการให้ลูกชายของตนเองนั้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบและรักอย่างแท้จริงซึ่งทางด้าน Philip Hampson Knight                เขารู้ตัวดีว่าเขานั้นเป็นคนที่ชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องกีฬาเพราะตั้งแต่สมัยเรียนเขาก็เป็นนักกีฬาให้กับโรงเรียนมาโดยตลอดแต่อย่างไรก็ตามเขาก็ยังหาความต้องการของเขาว่าในอนาคตนั้นก็ควรจะประกอบอาชีพอะไรจนอยู่มาวันหนึ่งเขาต้องไปเป็นทหารประจำการรับใช้ชาติเป็นระยะเวลา 1 ปีซึ่งหลังจากที่เขารับใช้ชาติเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็มาหาความต้องการของตนเองอีกครั้งหนึ่งว่าสุดท้ายแล้วเขาต้องการที่จะทำอะไรแต่ยังหาไม่ได้เขาจึงเดินทางออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศต่างๆทั่วโลกจนในที่สุดเขาก็เดินทางไปถึงประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีขนาดนั้นเป็นช่วงที่กำลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นช่วงที่ญี่ปุ่นนั้นกำลังฟื้นฟูประเทศของตนเองเขาได้เที่ยวที่ญี่ปุ่นแล้วไปเจอรองเท้ากีฬายี่ห้อ Onitsuka                  ซึ่งเป็นรองเท้าแบรนด์ของญี่ปุ่นโดยเฉพาะและเขาก็เห็นว่าคนญี่ปุ่นนั้นใส่รองเท้ายี่ห้อ Onitsuka กันเยอะเขาจึงต้องการที่จะทำรองเท้าในแบรนด์ของเขาเองดังนั้นเขาจึงไปโรงงานผลิตรองเท้าที่มีราคาถูกและมีคุณภาพหลังจากนั้นก็สั่งให้โรงงานผลิตรองเท้าส่งมาให้เขาที่อยู่ในประเทศอเมริกาหลังจากนั้นก็ต้องเป็นแบรนด์ของตนเองโดยในตอนแรกนั้นเมื่อเขาได้รองเท้ามาเขาก็นำไปแจกให้กับ ฺBall Bowerman ซึ่งผู้ชายคนนี้เขามีอิทธิพลในมหาวิทยาลัยมากดังนั้น  Philip Hampson Knight จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าหาก Ball Bowerman ได้มีการใส่รองเท้าของเขาแล้วอาจจะทำให้คนอื่นๆในมหาวิทยาลัยสั่งซื้อสินค้าจากเขาก็ได้                     แต่อย่างไรก็ตามแต่  Ball Bowerman ไม่ได้สั่งซื้อรองเท้าจากเขาแต่ปรากฏว่า Ball Bowermanมาขอเป็นหุ้นส่วนในการสร้างแบรนด์รองเท้าร่วมกับเขาและนับตั้งแต่นั้นทั้งสองคนก็ช่วยกัน เปิดร้านขายรองเท้า แต่อย่างไรก็ตามแต่ขายรองเท้าได้ไม่นานพวกเขาก็มีปัญหากับทางแบรนด์ Onitsuka จนทำให้ทางญี่ปุ่นไม่ส่งรองเท้ามาให้และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งสองคนนั้นตัดสินใจที่จะทำโรงงานผลิตรองเท้าเป็นของพวกเขาเองพวกเขาก็ลองผิดลองถูกไปจนในที่สุดก็ได้รองเท้าที่มีคุณภาพและติดตลาดหลังจากนั้นเขาก็ได้มีการตั้งชื่อแบรนด์ของเขาว่า Nike นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา   สนับสนุนโดย … Read More »

การสร้างสรรค์ศิลปะจากใบไม้

        ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าศิลปะนั้นไม่ได้อยู่เพียงแค่หน้ากระดาษหรือการปั้นเพียงเท่านั้นเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งเธอเป็นคนประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งเธอนั้นได้ตกงานในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรน่าเมื่อไม่มีงานทำและเธอจำเป็นต้องกักตัวเองอยู่แต่ในบ้านรายได้ที่เคยมีเงินที่เคยเก็บสะสมไว้ก็ลดลงไปเรื่อยๆสิ่งที่เธอทำได้ก็คือเธอจะต้องพยายามหาช่องทางที่จะสร้างรายได้ให้กับตัวเองเพราะเธอไม่สามารถออกไปหางานทำได้รวม ถึงเธอไม่สามารถออกไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ได้มากนักเนื่องจากต้องจำกัดในเรื่องของรายจ่ายของตนเองอย่างไรก็ตามก็เป็นหญิงสาวที่ชื่นชอบศิลปะมากเธอเป็นคนที่ชอบวาดรูปดังนั้นสิ่งที่เธอทำก็คือเธอได้มองหาของรอบๆตัวเธอรอบๆบริเวณบ้านเธอว่าเธอจะสามารถทำอะไรเพื่อสร้างรายได้ให้กับเธอได้บ้าง ซึ่งในที่สุดแล้วเธอก็แนะนำแนวความคิดการวาดรูปศิลปะออกมาเพื่อที่จะได้ขายให้กับคนที่สนใจแต่มันก็ติดตรงที่ว่าเธอไม่สามารถที่จะออกไปซื้อกระดาษวาดรูปหรือสีมาระบายรูปของเธอได้นั่นเองทั้งที่เธอเป็นคนที่ชอบว่าลูกมีศิลปะในหัวใจรวมถึงเธอยังมีฝีมือทางด้านศิลปะเป็นอย่างมากอีกด้วยซึ่งท้ายที่สุดแล้วทางออกที่เธอเลือกก็คือเธอได้นำใบไม้ ซึ่งเป็นใบไม้ขนาดใหญ่มาจากต้นขนุนหลังบ้านของเธอหลังจากนั้นเธอก็นำมาวาดรูปภาพซึ่งรูปที่เธอวาดนั้นก็จะเป็นเหล่าดาราคนดังไม่ว่าจะเป็นศิลปินของต่างประเทศหรือศิลปินภายในประเทศของเธอเองรวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงต่างๆทั่วโลกลงในใบไม้หลังจากนั้นก็แกะสลักให้เป็นรูปร่างหน้าตาของบุคคลเหล่านั้น ซึ่งเมื่อเธอได้ลองทำดูแล้วเธอก็รู้สึกว่าเธอชอบมันมากเลยทีเดียวเนื่องจากเคยเห็นช่องทางในการทำมาหากินเธอจึงลองโพสต์ภาพใบไม้ที่แกะสลักต่างๆเหล่านั้นลงใน Facebook ส่วนตัวของเธอซึ่งเมื่อเธอโพสต์ไม่มีการประกาศขายก็มีคนจำนวนมากที่สนใจซื้อศิลปะจากใบไม้เธอโดยเธอประกาศขายเพียงแค่ใบละ 250 บาทเท่านั้น หรืออาจจะมากกว่านี้หากภาพที่แกะสลักนั้นมีความยากอย่างไรก็ตามการนำศิลปะจากใบไม้มาประกาศขายนี้สร้างรายได้ของเธอได้มากเลยทีเดียวซึ่งเธอได้อยู่กับงานที่เธอรักและได้เงินมาเป็นค่าใช้จ่ายจากงานที่เธอรักได้อีกด้วยโดยที่เธอไม่จำเป็นต้องออกไปหางานทำในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรน่านี้เลยดังนั้นจะเห็นได้ว่าหากใครที่มีศิลปะในหัวใจไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนคุณก็สามารถรังสรรค์งานออกมาได้อย่างมีคุณภาพและงานเหล่านั้นก็สามารถสร้างรายได้ให้กับคุณได้เช่นเดียวกัน   สนับสนุนโดย   แทงบอลออนไลน์ ภาษาไทย

ตํานานผีนางตานี

          สำหรับผีนางตานีนั้นคนไทยมีความเชื่อกันว่าเป็นผีของหญิงสาวที่อาศัยอยู่ในต้นกล้วยซึ่งผีนางตานีนั้นจะมีลักษณะนิสัยทั้งนิสัยดีโอบอ้อมอารีคอยช่วยเหลือผู้คนและยังมีผีนางตานีที่มีความดุร้าย  แต่อย่างไรก็ตามแต่ไม่ว่าจะเป็นผีนางตานีที่ดุร้ายหรือผีนางตาดีที่ใจดีคอยช่วยเหลือผู้คนแต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือว่ากันว่านางจะมีรูปร่างหน้าตาที่สวยงาม ทรวดทรงองเอว  แตกต่างจากชาวบ้านทั่วไป และที่สำคัญชุดที่นางตานีสวมใส่นั้นจะแตกต่างกับชาวบ้านและอื่นๆเนื่องจากว่านางตานีจะสวมชุดไทยบางคนเคยเห็นว่านางตานีนั้นสวมใส่เป็นชุดโจงกระเบนแต่บางคนก็เห็นนางตานีสวนใส่ผ้าถุงแต่ที่เหมือนกันเลยก็คือผ้าสไบของนางตานีนั้นจะต้องเป็นสีเขียวเพียงเท่านั้น             และสิ่งที่ร่ำลือถึงตำนานของนางปราณีนั่นก็คือนางตานีมักจะใช้ความสวยงามมาหลอกล่อชายหนุ่มให้หลงใหลเพื่อนำชายหนุ่มไปอยู่ด้วยกับตนเอง  อย่างไรก็ตามมีตำนานเล่าขานว่าหากชายใดก็ตามที่ได้มีโอกาสเจอนางตานีแล้วเกิดหลงรักนางตานีรวมถึงมีสัมพันธ์กับนางตานีแล้วจะไม่สามารถไปมีผู้หญิงคนอื่นได้อีกเพราะนางตานีนั้นเป็นผีผู้หญิงที่มีอารมณ์หัวรุนแรงเป็นอย่างมากว่ากันว่าเมื่อชายใด แอบนี้นางไปมีผู้หญิงคนอื่นนางจะไปตามฆ่าผู้ชายคนนั้นทันที          ดังนั้นตามตำนานโบราณจึงกล่าวได้ว่าหากใครก็ตามที่ได้มีโอกาสมีความสัมพันธ์กับนางตานีแล้วเราก็ชายผู้นั้นจะต้องเสียชีวิตทุกคนไปซึ่งเรื่องราวนี้จะมีการเล่าสืบทอดกันมาจากรุ่นปู่ย่าตายายมาสู่รุ่นหลานของตนเอง         อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้เกี่ยวกับเรื่องของผีของนางตานีนั้นไม่ค่อยพูดถึงกันมากนักส่วนใหญ่แล้วความเชื่อเกี่ยวกับผีของนางตานีนั้นจะค่อยๆลดลงและลืมเลือนไปเนื่องจากปัจจุบันไม่ค่อยมีใครปลูกต้นกล้วยตานีไว้ในพื้นที่บ้านของตนเองมากนักส่วนใหญ่ก็จะปลูกเป็นสวนและช่วงเวลายามค่ำคืนก็ไม่มีใครไปเดินในสวนให้ไม่มีใครเคยเห็นผีของนางตานีมานานแล้ว       ดังนั้นเรื่องราวความน่ากลัวของผีนางตานีจึงไม่ค่อยมีใครพูดถึงกันมากนักยกเว้นว่านำมาเล่าเป็นนิทานบอกกล่าวให้ลูกหลานได้ฟังอันถึงความน่ากลัวของผีนางตานีเท่านั้นเอง      และอีกอย่างหนึ่งที่เราจะสามารถรู้ข้อมูลเกี่ยวกับผีนางตานีได้นั่นก็คือการหาข้อมูลจากทางอินเตอร์เน็ตรวมถึงการดูละครหรือนิทานต่างๆที่มีการนำมาแสดงผ่านทางสื่อทีวีหรือสื่อผ่านระบบออนไลน์   สนับสนุนโดย   www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ