Monthly Archives: กรกฎาคม 2021

ประวัติจุดกำเนิดของน้ำ Coca Cola

หากพูดถึง น้ำ Coca Cola  ทุกคนย่อมรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะปัจจุบันนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นน้ำดื่มที่ได้รับความนิยมและมีผู้คนดื่มมากเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำเปล่านั่นเองนอกจากนี้ในปัจจุบันนี้ Coca Cola ยังมีคู่แข่งที่ชื่อว่าเป๊ปซี่ซึ่งลักษณะของรสชาติของเครื่องดื่มโคคาโคลากับเป๊ปซี่นั้นแทบจะไม่แตกต่างกันเลย          โดยน้ำดื่มโคคาโคล่าในปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่าเป็นสีดำซึ่งจริงๆแล้วผู้ที่คิดค้นน้ำดื่มโคราชนั้นเขาเป็นเภสัชกรที่ชื่อว่า   จอห์น  แพมเบอร์ตัน  และอันที่จริงแล้ว สถานที่ในการคิดค้นเครื่องดื่มโคคาโคล่านั้นเกิดมาจากร้านขายยาที่ชื่อว่า   เจคอบ  ฟาร์มาซี  ซึ่งเป็นร้านขายยาของจอนนั่นเองโดยจอนนี้เป็นคนคิดค้นสูตรการผลิตเครื่องดื่ม Coca Cola ขึ้นมา             ซึ่งเขานั้นต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะได้เครื่องดื่มที่มีรสชาติถูกปากคนทั้งโลกแบบนี้เพราะในครั้งแรกที่เขาคิดสูตรขึ้นมานั้นเขาใช้ยาที่มีขายอยู่ในร้านนำมาผสมเพื่อทำน้ำเครื่องดื่ม Coca Cola นั่นเองซึ่งในการทำส่วนผสมนั้นเขาเคยใช้ยาแก้ไอเป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องดื่ม น้ำ Coca Cola ด้วยอย่างไรก็ตามเขาใช้วัตถุดิบมากมายหลายชนิดในการที่จะลองทำเครื่องดื่มชนิดนี้           เพราะเขาต้องการที่จะให้เครื่องดื่มที่เขาผลิตขึ้นมานั้นเป็นที่ต้องการของคนทั้งโลกและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งไม่สามารถมีใครลอกเลียนแบบเขาได้นั่นเองและในที่สุด จอห์น  แพมเบอร์ตัน สามารถทำสำเร็จได้ในที่สุดซึ่งวัตถุดิบที่เขานำมาใช้ผลิตนั้นก็หาวัตถุดิบหลายตัวมาผสมผสานกันจนเครื่องดื่มที่เขาผลิตขึ้นมานั้นมีรสชาติและสีที่ไม่เหมือนใครรวมถึงยังมีกลิ่นที่ไม่เหมือนน้ำดื่มที่ไหนมาก่อนอีกด้วย                  หลังจากที่ได้น้ำที่รสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะเป็นที่เรียบร้อยแล้วเขาจึงได้มีการเติมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปและที่สำคัญเพื่อให้เกิดความหวานจึงมีการใส่น้ำเชื่อมผสมเข้าไปอีกด้วยและเนื่องจากว่าอยากจะให้เมื่อคนดื่มน้ำชนิดนี้เข้าไปแล้วสดชื่นกระปรี้กระเป๋าจึงได้เพิ่มส่วนผสมที่เป็นคาเฟอีนเข้าไปและยังมีการนำใบโคล่ามาสกัด  และ จอห์น  แพมเบอร์ตัน มาผสมอีกจนทำให้เครื่องดื่มที่จอห์น  แพมเบอร์ตัน ผลิตขึ้นมานั้น             เมื่อใครได้กินก็รู้สึกสดชื่นซู่ซ่าเลยทีเดียว  อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเขาจะได้มีการผลิตเครื่องดื่มขึ้นมาเป็นที่นิยมแต่เขาก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะตั้งชื่อเครื่องดื่มชนิดนี้ว่าอะไรจนในที่สุดเขาก็ได้มีการถามผู้ช่วยของเขาซึ่งเป็นผู้ช่วยของเขานั้นก็เสนอว่าเครื่องดื่มชนิดนี้ควรจะชื่อ Coca Cola  นั่นเอง              สำหรับคนที่ตั้งชื่อ Coca Cola นี้ก็คือแฟรงค์โรบินสัน  ซึ่งมีการตั้งชื่อ Coca Cola ในปีคริสต์ศักราช 1929  … Read More »

ตำนาน เทพีแห่งชัยชนะเทพีไนกี้

             หากพูดถึงคำว่า Nike หลายคนคงนึกถึงบริษัทแห่งหนึ่งของต่างประเทศที่มีการผลิตสินค้าเกี่ยวกับด้านกีฬาออกมาขาย  เทพีแห่งชัยชนะเทพีไนกี้  ซึ่งก็คือบริษัทไนกี้นั่นเองและคุณรู้หรือไม่ว่าแต่ที่จริงแล้วคำว่า Nike นั้นมีความหมายมาจากองค์เทพองค์หนึ่งซึ่งเป็นองค์เทพในสมัยกรีกโรมันโดยเทพี Nike นั้นถือว่าเป็นเทพีแห่งชัยชนะซึ่งตามตำนานของประเทศมีการเล่าขานกันเอาไว้ว่าแท้ที่จริงแล้วเทพีไนกี้นั้นเธอเป็นลูกสาวของเทพ พาลุลัส กับเทพ กับเทพสติกซ์  ซึ่งเทพทั้งสองนั้นองค์หนึ่งเป็นเทพแห่งการสู้รบและยังมีสติปัญญาแต่ในขณะที่อีกองค์นึงนั้นเป็นเทพแห่งการอาฆาตและความริษยา                      นอกจากนี้ให้พี่ Nike ยังมีพี่น้องอีกหลายคนด้วยกันซึ่งแต่ละคนนั้นก็เป็นเทพที่ต้องรับใช้เทพเจ้าซุส  ในการออกไปทำศึกสงครามต่างๆพี่น้องตระกูลนี้จะต้องถูกสั่งให้ไปทำศึกสงครามและเทพเจ้า Nike ก็คือหนึ่งในองค์เทพที่ถูกสั่งให้ไปสู้รบในศึกสงครามเช่นเดียวกันและมักจะนำชัยชนะมาให้กับเทพเจ้าซุสอยู่เสมอจนในที่สุดจึงได้รับฉายาว่าเป็นเทพเจ้าแห่งชัยชนะนั่นเอง   บางตำนานเรียกเทพีไนกี้ว่าเทพีวิคตอเรีย           สำหรับประวัติการออกสงครามของเทพีไนกี้นั้น  เทพีแห่งชัยชนะเทพีไนกี้  โดยเทพเจ้าซุสได้เคยสั่งให้เทพีไนกี้ไปทำการสู้รบกับยักษ์ไททันรวมถึงยังเคยไปสู้รบในสงครามแห่งกรุงมาราธอนมาแล้วซึ่งแต่ละศึกสงครามที่เทพี Nike ออกรบนั้นก็สามารถคว้าชัยชนะมาได้โดยตลอดนั่นเอง              ปัจจุบันเทพีไนกี้นั้นเป็นสัญลักษณ์ของบริษัทต่างๆหลากหลายยกตัวอย่างเช่น บริษัทที่ผลิตเกี่ยวกับสินค้าทางด้านการกีฬายี่ห้อ Nike ซึ่งเป็นบริษัทชื่อดังอันดับโลกใครใครก็รู้จักบริษัทนี้มันเป็นอย่างดีขณะเดียวกันสัญลักษณ์ของเทพีไนกี้ก็ไปปรากฏอยู่บนกระโปรงหน้ารถยนต์ยี่ห้อโรสรอยซึ่งเป็นโลโก้ของเทพีไนกี้เลย  และการ์ตูนต่างๆของประเทศญี่ปุ่นอย่างการ์ตูนเรื่องเซนต์เซย่าเคยนำ Nike เป็นตัวละครบทหนึ่งในการ์ตูนดังกล่าวอีกด้วย                 สำหรับชื่อเรียกของเทพีไนกี้นั้นอาจจะไม่ค่อยเคยได้ยินกันมากนักแต่ถ้าหากเรียกว่าเทพีวิคตอเรียแล้วเชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี  แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้เกี่ยวกับเรื่องราวของเทพีไนกี้ก็ยังคงมีการกล่าวขวัญถึงกันอยู่และยังคงมีรูปปั้นของเทพีไนกี้หรือเทพีสุริยาอยู่ตามสถานที่ต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศในเขตยุโรป   ซึ่งคุณสามารถหาชมรูปปั้นขององค์เทพีนี้ได้ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ หรือตามสถานที่สำคัญๆในประเทศทางแถบยุโรปนั่นเอง      ได้รับการสนับสนุนโดย.    แจ้งฝาก-ถอน ufabet  

ตำนานอลิซาเบธ บาโธรี่

ตำนานอลิซาเบธ บาโธรี่ ได้เกิดในช่วงยุคสมัยจักรวรรดิฮังกาเรียนเธอนั้นได้เกิดในตระกลูที่ร่ำรวยมีพร้อมหมดทุกอย่างเรียกได้ว่าดีการเรียนก็ดีแล้วเธอก็ยังได้เรียนเก่งอีกด้วยเธอสามารถพูดได้หลายภาษาเลยไม่ว่าจะเป็นกรีกและก็ภาษาอื่นๆต่างๆนานา โดยชีวิตของเธอว่ากันว่าถ้าเธอนั้นทำตัวดีๆก็อาจจะสุขสบายไปทั้งชีวิตเลยก็ว่าได้ด้วยมรดกต่างๆนานาที่ครอบครัวได้มีให้มีเพียงมรดกอย่างเดียวเท่านั้นที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่แย่นั่นก็คือเธอนั้นเป็นโรคลมชักเขาว่ากันว่ามันได้เป็นโรคกรรมพันธุ์ที่คนในตระกลูนี้ได้เป็นกันซะส่วนใหญ่แต่ว่าทั้งตระกลูของเธอนั้นก็ไม่มีใครซาดิสม์แล้วก็ความซาดิสม์ของเธอนั้นไม่รู้ว่าไปได้มาจากไหน ซึ่งมันอาจจะเริมต้นมาจากที่เธอนั้นได้ใช้ชีวิตอยู่ในปราสาทก็เป็นได้โดยปราสาทยุคกลางในสมัยนั้นก็จะมีการทรมานผู้คนเป็นว่าเล่นกันเลยที่แปลกก็คือเหล่าเด็กๆคนอื่นที่เห็นคนที่ถูกทรมานในปราสาทก็จะกลัวแล้วก็ร้องไห้แต่ เด็กเล็ก ตำนานอลิซาเบธ บาโธรี่ ดูเหมือนว่าเธอจะชอบในการทรมานนี้เหลือเกินมีเรื่องเล่าว่าเธอนั้นได้หัวเลาะขณะเธอกำลังดูคนที่เย็บติดกับม้าอยู่ราวกับว่าดูรายการตลกอยู่เลย นอกจากนี้เมื่ออลิซาเบธ บาโธรี่ได้เติบโตขึ้นมาเธอก็ได้มีผิวพรรณที่งดงามสวยมากนั่นเองก็เลยได้ทำให้ครอบครัวของเธอเองได้หมั้นหมายกับสามีในอนาคตของเธอแล้วก็ได้ส่งเธอเข้าไปอยู่ในปราสาทของสามีในอนาคตเมื่ออายุ10ขวบและนี่เองก็เป็นการเริ่มต้นของคู่สามีภรรยามหาภัย เนื่องจากนี้สามีของเธอนั้นก็โหดใช่ย่อยมีเรื่องเล่าว่า อลิซาเบธ บาโธรี่ เธอเป็นคนที่ตันหาราคะจัดมักจะกระหายอยู่เลื่อยและก็มีอยู่หลายๆครั้งเลยที่เธอมักจะไปเล่นอะไรที่มันพิลึกกับชายคนอื่นและได้ทำให้เธอนั้นตั้งท้องขึ้นมาแต่เธอได้เอาลูกออกในภายหลัง เมื่อสามีรู้เข้าดังนั้นแทนที่สามีจะทำอะไรแต่เปล่าเลยกลับนิ่งใช่ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นแต่ผ่านไปสักพักไอหนุ่มเคราะห์ร้ายคนนั้นก็ถูกตัดอวัยวะเพศแล้วก็โยนเอาให้หมากินรวมไปถึงตัวของเขาเองด้วยโดย อลิซาเบธ บาโธรี่ เธอนั้นก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากด้วยราวกับว่าพ่อหนุ่มคนนี้เป็นของเล่นชนิดหนึ่ง ดังนั้นเมื่ออลิซาเบธ บาโธรี่มีอายุครบ14ปีอลิซาเบธ บาโธรี่เธอก็ได้แต่งงานกับสามีของเธองานในวันนั้นจะเป็นงานที่ยิ่งใหญ่มากจัดงานจนถึง3วัน3คืนกันเลยแล้วเธอก็ได้ของขวัญต่างๆมากมาย     สนับสนุนโดย    ufabet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ออโต้

คำสาปของฟาโรห์ มีอยู่จริง

คำสาปของฟาโรห์ ก็คือ กษัตริย์ของอียิปต์ในสมัยก่อนนั้นเอง ซึ่งที่จะทำหน้าที่ที่จะคอยปกครองประชาชนของอียิปต์ในยุคนั้นซึ่ง ฟาโรห์ที่ดังจนมาถึง ทุกวันนี้ก็คือ ฟาโรห์ตุตันคาเมน(King Tutankhamun) ซึ่งฟาโรห์นั้นได้มีอยู่หลายยุคหลายสมัยมาก ทั้ง King Ramses I King Ramses II และนอกจากนี้ยังมีกษัตริย์ หญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง Cleopatra อีกด้วย ซึ่งเหตุผลที่ ฟาโรห์ตุตันคาเมน(King Tutankhamun) นั้นเป็นฟาโรห์ที่ได้มีการพูดถึงกันอยู่มากก็เพราะว่าในบริเวณที่ค้นพบนั้นได้เป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่มากซึ่งเป็นบริเวณเดียวในบรรณดาฟาโรห์ทั้งหมดที่ได้มีการค้นพบ ซึ่งได้มีคำถามมากมายที่เพิ่มขึ้น ในหัวของนักโบราณคดีหลายคำถามเช่น ขนาดของโรงศพที่มีความไม่สมประกอบกับมัมมี่ภายในโรง บริเวณที่ได้มีการฝั่งโรงศพนั้นสิ่งของหรือความหรูหราต่างๆไม่น่าที่จะเป็นของฟาโรห์เลย และคำสาปของฟาโรห์ที่ได้มีการกล่าวไว้ว่า ถ้าหากผู้ใดมีการเข้ามารบกวนฟาโรห์ผู้นั้นจะต้องมีอันเป็นไป คำสาปของฟาโรห์ ซึ่งในปี1922 นั้นนักโบราณคดีท่านหนึ่งที่มีชื่อว่า Howard Carter และทีมงานของเขาอีก22คน นั้นได้มีการค้นพบ หลุมศพของฟาโรห์และต่อมาได้มีการทราบชื่อว่าเป็นฟาโรห์ตุตันคาเมน(King Tutankhamun)  และหลังจาการค้นพบนั้นก็ได้มีการขนย้ายพระศพของฟาโรห์ตุตันคาเมน(King Tutankhamun) และได้มีการขนย้ายสิ่งของต่างๆที่เป็นเครื่องราง ของใช้ หรือสมบัติที่อยู่ในห้องของพระศพนั้นได้มีการถูกขนย้ายออกไปแทบจะทั้งหมด และหลังจากนั้นทีมนักสำรวจของ Howard Carter นั้น ทั้ง22คนได้มีการเริ่มล้มป่วยและได้มีการเสียชีวิตเกิดขึ้นเรื่อยๆและในรูปแบบแปลกกันทั้ง22คนแต่มีการเสียชีวิตที่ได้มีความน่าสนใจอย่างมากจนมีการถูกพูดถึงตั้งแต่นั้นอดีตจนปัจจุบัน ซึ่งนอกจากนี้ยังเป็นบุคคลใกล้ตัวของ Howard Carter อีกด้วยนั้นก็คือ Lord Carnarvon… Read More »

การเผยแพร่ศาสนาสมัยรัชกาลที่4

การเผยแพร่ศาสนาสมัยรัชกาลที่4 การขนย้ายที่เห็นกันมันไม่ใช่เป็นเรื่องลับในสมัย รัชกาลที่5 ลงหนังสือพิมพ์ถามว่าคนไทยเห็นไหม เห็น กำลังขนเทวรูปที่มีนาคพันอยู่และ ฝรั่งเศสขนสมบัตินครวัดไปไหน (สยาม) รัฐท่ามกลางจักวรรดินิยม พวกยุโรปเป็นนักวิชาการอยู่แล้วทุกคนก็เลยต้องยกให้อังกฤษเป็นผู้ค้นพบโบราณวัตถุที่มีค่าที่สุดของโลกก็คือ วัฒนธรรมอียิปต์ ซึ่งฝรั่งเศสพอได้คลองซูเอซตั้งแต่ยุคนโปเลียนยังไม่ได้เป็นสาธารณรัฐก็เริ่มมาแล้วก็เห็นว่ากางแผนที่ดูแล้วภูมิภาคหลายอันถูกจับจองโดยอังกฤษไปหมดแล้ว โดยเฉพาะอินเดีย อินเดีย มาเลเซีย มาลายู จะเหลืออยู่แค่อินโดจีนฉะนั้นเขาก็ต้องหาทางที่จะไปอินโดนจีนให้ได้ เมื่อเขาพอได้อินโดนจีนจึงเป็นที่มาของการค้นพบว่าที่ เขมร จะมีCivilization อารยธรรมที่เทียบเคียงกับอียิปต์ได้อาจจะไม่3พันปีเท่าอียิปต์แต่พันกว่าปีฉะนั้นเขาจึงหวงมากว่าจะต้องทำอย่างไรสักอย่างหนึ่งที่จะต้องเข้าสู่แหล่งอารยธรรมโบราณแห่งนี้ให้ได้ก็มาเป็นต้นเหตุของการที่เขาเข้ามาในสมัยร.4  การเผยแพร่ศาสนาสมัยรัชกาลที่4 เพราะอะไรเพราะว่ารัชกาลที่4เขาเปิดประเทศท่านทำสัญญากับ เบาว์ริงกับประเทศอังกฤษทให้คนอังกฤษเข้ามาจุ้นจ้านมากฝรั่งเสศในยุคนั้นเข้ามาจะมีอยู่2กลุ่มเท่านั้นกลุ่มหนึ่งคือหมอสอนศาสนาดังนั้นเขาจะเปิดมิสซังคาทอลิกขึ้นซึ่งตอนนี้ยังอยู่ที่หน้าโบสถ์อัสสัมชัญบางรักยังเป็นมิสซังคาทอลิกอยู่เขาจะมีพระสังฆราชเขาจะดูแล นโปเลียนที่3ท่านจะเป็นองค์ศาสนูปถัมภกของคาทอลิกท่านจะสนับสนุนการเผยแพร่ศาสนาคาทอลิกมาก เพราะฉะนั้น นโปเลียนจะสนับสนุน มิสซังคาทอลิก บังเอิญเขาเลือกประเทศไทยเลยกลายมาเป็นศูนย์กลางของการเผยแพร่ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่4 ฉะนั้นมันเลยกลายมาเป็นที่มาของการที่มีบาทหลวง ปาล เลอกัวซ์ สนิทสนมกับ เจ้าฟ้าที่ทำงานมงกุฎ ตอนที่ท่านผนวชอยู่ที่ (วัดราชาธิวาส) เป็นต้น พอสนิทกับบาทหลวง ปาล เลอกัวซ์ ก็เลยให้สิทธิ์ต่างๆ บาทหลวงปาล เลอกัวซ์ก็เลยทำตัวเป็นสายลับที่เราใช้คำว่าสายลับอย่างไม่เป็นทางการมีอะไรก็รายงานไป เพราะว่าบาทหลวง ปาล เลอกัวซ์ คือมิสซังคาทอลิกจะมีพระสังฆราชพระสังฆราชประจำอยู่ที่กรุงเทพจะมีหน้าที่ส่งพระไปเผยแพร่ที่จีน พม่า เวียดนาม อินโดนีเซีย กรุงเทพกลายเป็นศูนย์กลางของการเผยแพร่ศาสนา กลุ่มแรกคือพวกบาทหลวงใช้คำว่าเป็นนักบวช กลุ่มที่สองจะเป็นกลุ่มที่นักสำรวจเข้ามาก็จะมาหาใครละถ้าไม่ใช่นักบวชฉะนั้นกลายเป็นว่าเวลาเราไปเยี่ยมมิสซังคาทอลิกจะมีเอกสารเขาจะหวงมากตั้งแต่สมัย ฟรังซิล… Read More »