Monthly Archives: สิงหาคม 2021

เจอโครงมนุษย์โบราณอายุมากกว่า 3000 ปี ที่สีบัวทอง แหล่งโบราณคดี

       เจอโครงมนุษย์โบราณ   หากใครที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของโบราณคดีจะรู้ว่าที่จังหวัดอ่างทองนั้นมีแหล่งค้นพบ วัตถุโบราณอยู่ที่ 1 ซึ่งที่นั่นอยู่ตรงอำเภอแสวงหาโดยจุดดังกล่าวนั้นมีการเรียกกันว่าสีบัวทองซึ่งที่นี่นับว่าเป็นแหล่งค้นพบโบราณคดีแหล่งใหญ่ของประเทศไทยแหล่งหนึ่งเลยก็ว่าได้            ก่อนหน้านี้ได้มีคนค้นพบศพในสมัยโบราณที่หมู่บ้านศรีบัวทองนี้มาก่อนหลังจากนั้นนักโบราณคดีก็ลงเข้ามาสำรวจพื้นที่บริเวณดังกล่าวเพื่อทำการคนซากศพปราณีหาข้อมูล  สำหรับการค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในครั้งนี้พบว่ามีโครงกระดูกทั้งหมดเก็บของด้วยกันโดยถูกแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 หลุมซึ่งในโครงกระดูกทั้งหมดนั้นมีโครงกระดูกที่เป็นของเด็กจำนวน 1 โครงส่วนที่เหลืออีก 6 โครงนั้นเป็นของผู้ใหญ่              หลักฐานที่ค้นพบนี้จะแสดงให้เห็นว่าคนในสมัยก่อนนั้นมีการฝังศพแบบไหนลักษณะของศพที่นอนเป็นแบบใดทิศทางการหันหัวศพนั้นไปทางไหนและที่สำคัญลักษณะของการฝังนั้นมีการทำการฝังจากหน้าดินลึกลงไปจนถึงบริเวณคงตบนั้นเพียงแค่ประมาณ  70 เซนติเมตรเท่านั้นเอง            บริเวณรอบๆโครงกระดูกที่พบนั้นยังพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นพวกหม้ออุทิศ  ซึ่งเป็นหม้อชามของคนในสมัยโบราณซึ่งหม้อนั้นถูกธรรมดาด้วยเครื่องปั้นดินเผาและยังมีพวกกำไรสำริด และยังมีโบราณวัตถุอีกหลายอย่างที่ค้นพบอยู่ใกล้กับโครงกระดูกซึ่งหลักฐานทั้งหมดนั้นมีสภาพไม่ค่อยสมบูรณ์มากนักเนื่องจากมีร่องรอยของการแตกหักเสียหาย               แต่อย่างไรก็ตามนี่ถือว่าเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ทำให้นักโบราณคดีสามารถศึกษาเกี่ยวกับชุมชนการดำเนินชีวิตของวิถีชีวิตของคนในสมัยโบราณ ซึ่งนักโบราณคดีเชื่อว่าคนในสมัยโบราณนั้นมักจะมีการตั้งถิ่นฐานอยู่แหล่ง 1 และเมื่อใช้ชีวิตไปชั่วระยะเวลาหนึ่งก็จะมีการย้ายถิ่นฐานและนี่เป็นอีกหนึ่งถิ่นฐานหนึ่งที่คนในสมัยโบราณใช้ชีวิตอยู่ก่อนที่จะย้ายไปอยู่หลังอื่นนั้นเอง       แต่ที่นี่ทำให้เราก็พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีอายุเก่าแก่อย่างยาวนานมากกว่า 3000 ปี     และค้นคว้าวิจัยของนักโบราณคดีเชื่อกันว่าโครงกระดูกที่พบนี้เป็นโครงกระดูกที่มีอายุในช่วงยุคสำริด จากการค้นพบโครงกระดูกที่มีอายุเก่าแก่เส้นนี้ทำให้นักโบราณคดีมีความเชื่อกันว่าจะสามารถค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์เพิ่มเติมและทำให้เราได้รู้ว่าในอดีตนั้นคนในสมัยโบราณมีการใช้ชีวิตกันอย่างไรมีวิถีชีวิต   สนับสนุนโดย.   แจ้งฝาก-ถอน ufabet

วัฒนธรรมความงดงามที่สุดแปลกของสาวๆในชนเผ่า Mursi

สำหรับเรื่องของความสวยความงามนั้น  เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ วัยรุ่นและวัยชรา  ต่างก็ชื่นชอบ  ความสวยงามนั้น ก่อให้คนทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ต่างก็ชื่นชอบความสวยงามด้วยกันทั้งนั้น วัฒนธรรมความงดงามที่สุดแปลก ดังนั้น หากใครก็ตามเมื่อรู้สึกว่าตัวเองยังไม่งดงามเพียงพอ หรือหากใครที่ความงดงามที่เคยมีร่วงโรยไปแล้ว สิ่งที่ทุกคนทั่วโลกทำเหมือนกันนั้นก็คือ การเพิ่มความงดงามให้กับตัวเอง และแต่ละคนก็จะมีแนวทางในการเพิ่มความงดงามของตัวเองไม่เหมือนกัน บางคนเลือกเป็นการแต่งหน้าแต่งตัว แต่บางคนเลือกการทำศัลยกรรม          อย่างไรก็ตามบางประเทศกลับมีชนเผ่าหนึ่งที่สาวสาวในชนเผ่ามีความคิดและความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องขอการเสิรมความสวยงามที่ไม่เหมือนใคร  มีความแปลกแตกต่างจากสาวสาวของประเทศอื่นอื่นอย่างที่ไม่เคยมีประเทศไหนทำตาม สำหรับสาวๆที่มีความคิดเกี่ยวกับเรื่องของความสวยงามไม่เหมือนคนอื่นนี้คือ สาวๆของชนเผ่า Mursi ซึ่งชนเผ่านี้เผ่าชนเผ่าเก่าแก่ มีอายุมาไม่ต่ำกว่าสามหมื่นปีมาแล้ว โดยชนเผ่านี้อยู่ในเขตพื้นที่เอธิโอเปีย        สำหรับสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงแนวความคิด และความแตกต่างเกี่ยวกับรสนิยมความสวยงามนั้น ก็เพราะว่า สาวสาวของชนเผ่า Mursi นี้จะมีการแตกต่งริมฝีปากล่างให้มีความโดดเด่น และสามาถดึงดูดสายตาต่อเพศตรงข้าม วัฒนธรรมความงดงามที่สุดแปลก  โดยสาวสาวของเผ่า Mursi จะมีการเจาะริมฝีปากของตัวเอง นอกจากจะเจาะริมฝีปากแล้ว พวกเขายังต้องเอาแผ่นไม้ที่มีลักษณะเป็นวงกลม หรือแผ่นดินเหนียวที่มีการปั้นเป็นรูปวงกลม มายัดใส่ริมฝีปากล่างที่เจาะอีกด้วย  ซึ่งการเตรียมแผ่นไม้ หรือแผ่นดินมาใส่ริมฝีปากนั้นจะต้องมีขนาดใหญ่มากมากอีกด้วย เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ยิ่งสวย ยิ่งใหญ่ยิ่งโดดเด่น          สำหรับการเจาะริมฝีปากของสาวสาวเผ่า Mursi นี้ว่ากันว่าพวกเธอจะเริ่มทำตั้งแต่พวกเธอเริ่มเข้าสู่วัยแตกเนื้อสาว  ซึ่งการเจาะช่วงแรกๆก็จะวงเล็กหน่อยแต่จะมีการค่อยค่อยเพิ่มขนาดวงให้ใหญ่ขึ้นไปเรื่อยเรื่อย และจากที่มีการสำรวจและหาข้อมูลเกี่ยวกับการเจาะริมฝีปากล่างของสาวสาวเผ่า Mursi นี้  พบว่านี่คือวัฒนธรรมที่เก่าแก่และมีการยึดและปฎิบัติตามกันมาเป็นเหมื่นหมื่นปีแล้ว และปัจจุบันวัฒนธรรมนี้ก็ยังคงยึดและปฎิตามกันอยู่  ซึ่งจากการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับความใหญ่ของวงที่เจาะที่ตรงริมฝีปากล่าง พบว่าเคยมีคนที่เจาะริมฝีปากล่างที่ใหญ่สุดมาแล้ว ถึง … Read More »

ตำนานความเชื่อ เกี่ยวกับศุกร์ 13

ความเชื่อ เกี่ยวกับศุกร์ 13 เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินตำนานความเชื่อเกี่ยวกับวันศุกร์ที่ 13 กันเป็นอย่างดีโดยตำนานความเชื่อนี้มีมาตากกลุ่มคนประเทศทางแถบฝั่งตะวันตก  ซึ่งความเชื่อนี้เริ่มต้นมาจากการที่พวกเขานั้นต้องสูญเสียพระเยซูไปในวันที่ 13 ซึ่งตรงกับวันศุกร์ซึ่งวันดังกล่าวเป็นวันที่พระเยซูมีชีวิตเป็นวันสุดท้ายบนโลกมนุษย์นั่นเองหลังจากนั้นพระองค์ก็ถูกตรึงบนไม้กางเขนจนสิ้นใจตาย ในวันดังกล่าวนั้นเป็นวันที่มีสาวกทั้งหมด 12 คนร่วมกินอาหารกับพระเยซูเป็นอาหารมื้อสุดท้ายและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมากลุ่มคนที่นับถือศาสนาคริสต์โดยเฉพาะนิกายคาทอลิกต่างก็มองว่าเลข 13 นั้นเป็นเลขอาถรรพ์เป็นเลขโชคร้ายเป็นเลขที่ไม่เป็นมงคลแต่อย่างใด       ความเชื่อ เกี่ยวกับศุกร์ 13  และความเชื่อนี้ก็ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นจนในปัจจุบันนี้ความเชื่อนี้ก็ยังคงมีอยู่จนมีบางคนที่เกิดอาการวิตกกังวลเกี่ยวกับเลข 13 ถึงขนาดที่ว่าเดือนไหนที่มีวันศุกร์ตรงกับวันที่ 13 ก็จะไม่ออกเดินทางไปนอกบ้านและไม่ได้ทำกิจกรรมต่างๆเลยทีเดียว  อย่างไรก็ตามมีสถิติมากมายเกิดขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการรวบรวมสถิติเกี่ยวกับเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุในวันที่ 13 โดยหากเดือนไหน มีวันศุกร์ตรงกับวันที่ 13 ปรากฏว่าเดือนนั้นจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากกว่า 50% และมากกว่าวันที่ 13 ซึ่งตรงกับวันอื่นนั่นเอง         ความหวาดกลัวของวันที่ 13 ที่ตรงกับวันศุกร์นั้นมีความรุนแรงมากถึงขนาดที่มีคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับความกลัวของวันศุกร์ที่ 13 นี้โดยโรคดังกล่าวถูกตั้งชื่อเอาไว้ว่าโลกวันศุกร์ที่ 13    หรือในภาษาอังกฤษมีการเรียกชื่อโรคนี้ว่า  Paraskevidekatriaphobia  และคุณเชื่อหรือไม่ว่าคนที่เป็นโรคกลัววันศุกร์ที่ 13 นี้ในประเทศอเมริกาสามารถสำรวจออกมาแล้วพบว่ามีมากถึง 80% ด้วยกันที่เป็นโรคชนิดนี้ซึ่งโดยจำนวนสถิติของคนอเมริกันคิดเป็นจำนวน 21 ล้านคนเลยทีเดียวที่เป็นโรคกลัววันศุกร์ที่ 13 นี้นั่นเอง        อย่างไรก็ตามความน่ากลัวของวันศุกร์ที่ 13 นั้นเกิดจากสภาวะจิตใจของคนมากกว่าเพราะคนมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของตัวเลขที่ไม่เป็นมงคลและเชื่อว่าจะมีความเป็นโชคร้ายดังนั้นพวกเขาจึงไม่ค่อยมีความระมัดระวังเนื่องจากว่าจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายนั่นเอง        ซึ่งถ้าหากเรามองย้อนไปก็จะเห็นได้ว่าในทุกวันแต่ละวันนั้นมักจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่เสมอหากลองคิดอุบัติเหตุวันต่อวันอาจกล่าวได้ว่าวันศุกร์ที่ 13… Read More »

เทศกาล Festival of Colours ประเทศอินเดีย

เทศกาล Festival of Colours  คือเทศกาลที่จัดขึ้นที่ประเทศอินเดียและอาจจะมีประเทศอื่นๆร่วมด้วยเนื่องจากว่าเทศกาลนี้จัดขึ้นสำหรับผู้ที่นับถือศาสนา เห็นดูด้วยเทศกาลนี้จะจัดขึ้นในทุกๆปีและมักจะจัดขึ้นตรงกับเดือนมีนาคม ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการจัดงานอยู่ที่ประมาณ 2 วันด้วยกัน       เทศกาล Festival of Colours เราสามารถไปได้อย่างลงตัวก็คือเทศกาลนี้เป็นเทศกาลแห่งสีสันนั่นเองโดยเทศกาลนี้จะมีการนำสีมาใช้ในการละเล่นลักษณะของการจัดการเทศกาลนี้ก็คือมีความคล้ายคลึงกับเทศกาลวันสงกรานต์ของบ้านเราโดยเทศกาลวันสงกรานต์บ้านเราจะใช้น้ำในการสอดใส่กันแต่สำหรับเทศกาล Festival of Colours นั้นจะใช้สีในการใส่กันนั่นเอง      สำหรับจุดประสงค์ในการจัดเทศกาลวันสารทสีในก็คือเป็นการเฉลิมฉลองการต้อนรับฤดูใบไม้ผลิเพราะถือว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ซึ่งชาวฮินดูทุกคนโดยเฉพาะคนในประเทศอินเดียจะมารวมกันแล้วนำสีมาสาดใส่กันสร้างความสนุกสนานโดยในวันดังกล่าวนั้นจะไม่มีการถือยศฐาบรรดาศักดิ์หรือชั้นวรรณะทุกคนจะร่วมการละเล่นนี้ด้วยกัน        นอกจากนี้ในช่วงวันเทศกาลวันสารทสีนั้นนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมักจะเดินทางมาที่ประเทศอินเดียเพื่อร่วมกิจกรรมนี้เพราะถือว่าเป็นกิจกรรมที่มีความสนุกสนานที่สำคัญกิจกรรมนี้ไม่ได้มีการเข้าไปเกี่ยวข้องเกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนาด้วยเป็นเพียงแค่การละเล่นเพื่อสร้างความครื้นเครงให้กับประชาชนเพียงเท่านั้น               โดยปกติแล้วการละเล่นการสาดสีใส่กันนั้นจะเริ่มเล่นกันตั้งแต่เช้าหลังจากนั้นช่วงประมาณเที่ยงๆกิจกรรมนี้ก็จะหยุดลงซึ่งแต่ละคนนั้นก็จะพากันกลับไปพักผ่อนและอาบน้ำแต่งตัวใหม่แล้วจะออกมาเจอกันอีกครั้งนึงในช่วงเวลาตอนเย็นเพื่อออกมาสังสรรค์กันในหมู่เพื่อนฝูงหรือคนในครอบครัวก็จะไปกินข้าวร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ในช่วงเวลาตอนเย็นนั้นจะมีการนำขนมมาแจกให้กันเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวและแสดงความมีไมตรีกับเพื่อนบ้านชาวอินเดียเรียกเทศกาลนี้ว่าเทศกาลโฮลีนั่นเอง          โดยปกติแล้วในช่วงเทศกาลวัน Holi นั้นชาวอินเดียมักจะสวมใส่เสื้อผ้าสีขาวเพื่อที่เวลาสีถูกสารมาโดนตัวและเสื้อผ้านั้นจะได้มองเห็นเป็นสีสันต่างๆเปลี่ยนเสื้อผ้าและเสื้อผ้าที่ใส่ในเทศกาลนี้ส่วนใหญ่แล้วจะมีการเก็บเอาไว้ชาวอินเดียมักจะไม่ทิ้ง        อย่างไรก็ตามในวันที่มีการจัดเทศกาล holi นั้นหากบ้านไหนที่เพิ่งแต่งงานได้ไม่นานและหญิงสาวที่อยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวนั้นคลอดลูกออกมาเป็นเด็กผู้ชายในวันเทศกาลโฮลีจะมีการจัดซุ้มกองไฟขึ้นมาเพื่อเป็นการปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีออกจากเด็กผู้ชายและเป็นการสร้างความเป็นสิริมงคลโดยวิธีนี้จะจัดขึ้นในช่วงเวลาตอนเย็นๆซึ่งคนอินเดียเชื่อว่าวิธีนี้คือพิธีบูชากองไฟนั่นเอง    สนับสนุนโดย.    ufabet สมัคร