Monthly Archives: ตุลาคม 2021

เผด็จการบ้าอำนาจที่คุณอาจจะรู้จัก?

ในโลกนี้คุณเคยคิดกันหรือไม่ว่ามันมีอะไรที่แย่กว่าในปัจจุบันนี้หรือไม่เมื่อเรามองดูผู้นำสุดโหดในต่างประเทศแล้ว เผด็จการบ้าอำนาจที่คุณอาจจะรู้จัก? นั้นคุณจะพบว่าประเทศเราโชคดีขนาดไหนและผู้นำที่ปกครองประเทศตนเองนั้นเลวร้ายเสียยิ่งกว่าเราสะอีกแต่พวกเขาก็ยังสามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างยาวนานไม่น่าว่าบางทีพวกเขาอาจจะเสริมปูนที่ใบหน้าก็เป็นได้และเราจะพาไปดูรวมมิตรเผด็จการกันหน่อย ซึ่งคนแรกนั้นก็จะเป็น เตโอโดโร โอเบียง อึงเกมา อึมบาโซโก เราจะเรียกเขาว่า โอเบียงก็แล้วกัน บุคคลนี้ได้เป็นเจ้าของประเทศขนาดเล็กที่อยู่ทางบุคคลนี้ได้เป็นเจ้าของประเทศขนาดเล็กที่อยู่ทางภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกที่มีประชากรกว่า5แสนคนกว่า โดยในอดีตที่ผ่านมาประเทศนี้ได้เคยถูกปกครองโดยโปรตุเกตมาก่อนและยังได้ถูกตกเป็นอาณานิคมของสเปนในช่วงเวลาหนึ่งประมาณ190ปีจนได้รับเอกราชและได้ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนแรกของประเทศก่อนที่จะถูกฆ่าตายโดยโอเบียงที่ได้เป็นหลานแท้ๆของเขาเอง ดังนั้นเขาก็ได้เริ่มจากการที่ได้รับตำแหน่งของนายโอเบียงที่ได้ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีในแบบเผด็จการเมื่อในปี1979จากนั้นเขาก็ได้ทำการปกครองประเทศนี้มาอย่างยาวนานกว่า30ปี ในช่วงระยะเวลาหนึ่งที่นายโอเบียงได้ปกครองประเทศอยู่นั้นมันก็ได้มีอยู่หลายฝ่ายด้วยเหมือนกันที่ได้กล่าวหาว่านายโอเบียงนั้นที่เป็นเผด็จการและมีความเลวร้ายมาที่สุดในแอฟริกายิ่งกว่านายโรเบิร์ตมูกาเบเสียอีกภายใต้ระบบการปกครองของที่ได้กินหมดทุกอย่างของท่านประธานาธิบดีทำให้ประชาชนกว่าหนึ่งในสามของประเทศถูกสังหารหรือหากันอออกไปนอกประเทศไปหมด นอกจากนี้ในเดือนกรกฎาคมปี2003ที่ผ่านมาสถานีวิทยุของรัฐบาลก็ได้ประกาศว่านายโอเบียงสามารถติดต่อกับพระเจ้าไปจริงๆและเขานั้นก็มีสิทธิที่จะสั่งฆ่าใครก็ได้โดยที่เรานั้นไม่ตกนรกและเขายังได้คิดอีกว่าเขานั้นได้เป็นคาทอลิกที่ได้รับการเชิญตัวไปวาติกันอีกด้วย โดยที่นายนายโอเบียงได้สั่งให้คนสรรเสริญตัวเองมากๆเขาชอบกล่าวคำอวยพรตัวเองมากกว่าที่จะอวยพรให้กับประชาชนเสียอีกทั้งๆที่เขานั้นยังยืนต่อหน้าเหล่าประชาชนและแน่นอนว่าในความบ้าอำนาจนายโอเบียงก็ได้สั่งการให้ประชาชนให้ทำการติดรูปของเขาไปแทบทุกที่ เนื่องจากนี้ก็ยังมีการฉลองคบรอบในการทำรัฐประหารของเขาอีกด้วยอีกทั้งประชาชนจะต้องสวมเสื้อผ้าที่มีรูปหน้าของเขาอีก   สนับสนุนโดย.    ufabet ฝาก-ถอน เอง

3 ตำนานสถานที่ท่องเที่ยวที่แปลกและลึกลับที่หาคำตอบไม่ได้

ที่ท่องเที่ยวที่แปลก เมื่อพูดถึงเรื่องของตำนาน ไม่ว่าเราจะไปที่ไหนในโลกทุกที่ล้วนมีเรื่องเล่าและประวัติของตนเอง และเมื่อมีการพูดกันปากต่อปากมาเป็นระยะเวลายาวนาน เล่าเรื่องก็จะกลายมาเป็นตำนานนั่นเอง ซึ่งครั้งนี้เราจะพามารู้จักกับตำนาน 3 ตำนานของ 3 สถานที่ที่น่าสนใจ และแปลกพร้อมทั้งยังดูลึกลับและยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ช็อคโกแลตฮิลล์  ประเทศ ฟิลิปปินส์         ช็อคโกแลตฮิลส์   แห่งนี้เรื่องรายครอบคลุมพื้นที่ 50 ตารางกิโลเมตรประกอบด้วยเนินเขาแบบเดียวกันกว่า 1,200 ลูกท่ามกลางหญ้าเขียวขจีและเนินเขาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลในช่วงฤดูแล้งโดยมีตำนานว่า นานมาแล้วมีควายยักษ์ตัวเท่านั้นเขาเข้ามากัดกินพืชผักในทุ่งนาของชาวบ้านเสียหายชาวบ้านจึงช่วยกันคิดกลอุบายโดยหาอาหารบูดเน่ากองโตมาให้ควายยักษ์กินแทนเจ้าควายกลืนกินด้วยความตะกละและทันใดนั้นก็เกิดอาการท้องเสียอย่างรวดเร็วจนวิ่งพล่านทิ้งกองอุจจาระเรี่ยราดไปทั่ว เมื่อมูลควายแห้งก็จำแลงกลายเป็นเนินเขาช็อกโกแลตนั่นเอง   Tsingy Madagascar         ใกล้กับชายฝั่งด้านตะวันตกของมาดากัสการ์เป็นที่ตั้งของเขาหินปูนซึ่งมีซึ่งมีรูปร่างประหลาดแหลมคมคล้ายกับเข็มยักษ์ตำนานเล่าว่า ซิฟาก้า  สัตว์ในตระกูลลีเมอร์อาศัยอยู่ที่มาดากัสการ์ ได้รับของขวัญพิเศษจากเทพแห่งจันทราด้วยการเนรมิตสีขนให้เปล่งประกายเหมือนแสงจันทร์ทำให้พวกมัน  ซิฟาก้า รู้สึกภาคภูมิใจในความสง่างามแต่ในขณะเดียวกัน  ขนเรืองแสงของมันก็โดดเด่นก็ทำให้ ซิฟาก้า เป็นที่สังเกตและมองเห็นได้ง่าย ซึ่งไม่ปลอดภัยจากเจ้าฟอสซ่าจอมเจ้าเล่ห์ที่เป็นแมวนักล่า          ในไม่ช้าพวกพ้องที่เหลืออยู่ก็ถูกกำจัดทิ้งอย่างน่าใจหายเจ้าตัวที่เหลืออยู่ก็หาหนทางแห่งการรอดชีวิตด้วยการสร้างที่หลบภัยในป่าหิน จะขอความช่วยเหลือจากเทพแห่งจันทราด้วยความสงสารแห่งจันทราจึงเสกป่าหินธรรมดากลายเป็นหินเข็มยักษ์ซึ่งมีความแหลมคมมากหากปีนป่ายไม่ระวังจะทำให้เสียชีวิตได้  Tsingy แห่งมาดากัสการ์จึงเป็นสถานที่ที่อยู่อาศัยได้ยากแต่ก็มั่นใจได้ว่าจะปลอดภัยจากพวกนักล่าแน่นอน   Bear Rock  ประเทศ สหรัฐอเมริกา       ภูเขาหินยักษ์แบร็อคหรืออนุสาวรีย์ปีศาจซึ่งสูง จากพื้นดินมีลักษณะพื้นผิวประหลาดเป็นร่องลึกยาวเป็นเส้นรอบด้านในตำนานเล่าว่ามีเด็กผู้หญิง 7 คนเข้าไปวิ่งเล่นในป่าแต่กลับถูกไล่ล่าจากกลุ่มมียักษ์เด็กๆจึงพากันหนีด้วยการปีนขึ้นเนินหินเล็กก้อนหนึ่งขณะเดียวกันมีใจโหดก็ไม่ลดละใช้กรงเล็บจิกไต่เพื่อตามขึ้นไปหวังจะจับตัวให้ได้      เด็กหญิงช่วยกันสวดมนต์ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองและก็เป็นผลอำนาจลึกลับเสกเนินหินก้อนเล็กให้กลายเป็นภูเขาสูงเสียดฟ้าเหล่าผีร้ายค่อยๆลื่นไถลตกลงไปทีละตัวทิ้งไว้เพียงรอยเล็บรอบด้านของภูเขาและเด็กหญิงทั้ง 7 ขึ้นสู่ท้องฟ้าก็กลายร่างเป็นกลุ่มดาว Seven Sister    … Read More »

ตำนานวังเทพารักสมัยรัชการที่1

  วังเทพารักสมัยรัชการที่1 ซึ่งคนไทยนั้นได้เชื่อว่าพระบรมมหาราชวังที่รัชกาลที่1ได้โดยเกล้าให้ทรงสร้างขึ้นก็จะเป็นสถานที่สถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆชาววังหลวงหลายคนเชื่อกันว่าในเขตของรั้ววังจะมีเทพเทพารักปกป้องอยู่แม้แต่ประตูพระราชวังเองก็จะมีกฎเคร่งครัดว่าถ้าใครจะเดินเข้าออกให้ข้ามธรณีห้าเหยียบประตูเด็ดขาด นอกจากนี้ถ้าหากว่ามีใครที่ไม่รู้หรือว่าไปเหยียบเข้าก็จะถูกเจ้าหน้าที่รักษาประตูดุดเข้าหรือบางทีก็จะสั่งให้ก้มกราบธรณีประตูเพื่อขอขมาลาโทษกันเลยทีเดียว สำหรับเรื่องนี้ก็ไม่แน่ใจว่าในสมัยปัจจุบันเขายังทำกันอยู่หรือเปล่าใครเคยเห็นคนก้มกราบธรณีประตูบ้างและก็ธรรมดาของทุกๆที่ นอกจากเรื่องเทพยดาก็ต้องมีของอาถรรพ์ปะปนมาด้วยเนของคู่กันโดยชาววังในสมัยก่อนเขาก็หวาดกลัวกับเรื่องพวกนี้พอกับที่พวกเขาเกรงกลัวเทพยดาเลยก็เพราะว่ามีคนเคยไปประสบมา โดยเรื่องแรกวันนี้ได้เป็นเรื่องของสระน้ำที่กว้างแห่งหนึ่งภายในราชวังที่ชื่อว่า สระ อรทัย เทพกัญญา สระน้ำที่ว่านี้จะเป็นสระที่มีท่อต่อเข้ามาจากแม่น้ำเจ้าพระยาและด้านหัวและด้านท้ายของสระจะมีบนไดที่ให้ผู้คนได้ลงไปตักน้ำได้แต่ก็จะมีกฎที่ห้ามคนไม่ให้ลงไปเล่นน้ำหรือว่าห้ามทำให้บริเวณใกล้ๆสระมีความสกปรก ดังนั้นสระน้ำแห่งนี้ก็จะมีน้ำที่ใสมากรอบๆสระ ก็จะมีต้นไม้มงคลขึ้นสูงอยู่และในเวลาที่มันได้ออกดอกก็จะเป็นดอกสีขาวและจะมีกลิ่นหอมชื่นใจทำให้เป็นที่ชื่นชอบของคนในวังไปอย่างมากแต่เบื้องหลังที่เป็นที่ชื่นชอบแห่งนี้มันก็ได้มีที่มาที่ลึกลับอยู่ เนื่องจากนี้ได้มีข่าวลือว่าที่สระแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อที่จะอุทิศให้แก่ดวงวิญญาณของเจ้าหญิงองค์หนึ่งที่เป็นพระราชธิดาของรัชกกาลที่4ทรงมีพระนามว่า พระเจ้าน้องนางเธอพระองค์เจ้าเทพ อรทัย เทพกัญญา เจ้าหญิงองค์นี้ก็เป็นคนที่มีสุขภาพที่ไม่ค่อยจะแข็งแรเท่าไรท่านก็ได้ป่วยลงด้วยโรคประหลาดที่ไม่ว่าแพทย์ในสมัยนั้นจะรักษากี่คนก็ตามก็ไม่สามารถรักษาหายได้ ซึ่งในบางครั้งจึงได้ทำให้พระราชวังหันไปพึ่งทางไสยศาสตร์ตั้งแต่การทำบุญทำทานสร้างสิ่งต่างๆเพื่อที่จบำรุงพุทธศาสนาจนกระทั่งถึงเรื่องอื่นๆแต่ว่าถึงแม้จะทำเท่าไรก็ตามอาการของเจ้าหญิงองค์นี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลยจนในที่สุดพระนางก็ได้เสียชีวิตลง   สนับสนุนเรื่องราวโดย.  gclub สล็อตฟรี