ศิลปะการแสดงโปงลาง

By | มกราคม 23, 2020

ศิลปะการแสดงโปงลางมีดังนี้

โปงลางถือเป็นศิลปะการแสดงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในทางภาคอีสานโปงลางถือเป็นการเอาชื่อเรียกของเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของทางภาคอีสานมาตั้งเป็นชื่อการแสดงที่เป็นวง เหมือนเป็นการรวบรวมเอาศิลปะดนตรีและการฟ้อนรำมารวมกันกลายเป็นวง โดยมีชื่อเรียกว่าวงโปงลาง โปงลางเป็นเครื่องดนตรีที่เกิดจากการเอาสิ่งรอบตัวมาประยุกต์จนเกิดเป็นเครื่งดนตรีที่มีความไพเราะ

ซึ่งเกิดระฆังที่เอาไว้แขวนคอสัตว์เลี้ยงเพื่อให้เกิดเสียง และได้ถูกพัฒนาจนกลายเป็นเครื่องดนตรีขึ้น โปงลางจะมีลักษณะที่ถูกทำขึ้นด้วยไม้เนื้อแข็ง และเหล่าให้เป็นรูปร่างที่เหมาะสำหรับการเกิดเสียงแล้วทำขึ้นตามโน๊ตต่างๆและถูกร้อยรวมกันจนมีลักษณะคล้ายกับระนาด แต่ว่ามีลักษณะเป็นแนวตั้ง เรียงลำดับตามตัวโน๊ตทั้ง 12 โน๊ตไล่ตั้งแต่เสียงสูงไปเสียงต่ำ นอกจากโปงลางที่ทำด้วยไม้แล้วยังมีโปงลางที่ทำด้วยเหล็กอีกด้วย และตีด้วยไม้ที่มีลักษณะเป็นหัวหงอน 1 คู่เอาไว้ใช้ตีให้เกิดเสียง 

 

แต่ว่าวงโปงลางจะประกอบไปด้วยเครื่องดนตรีหลายชนิด

ที่เป็นเอกลักษณ์ของทางภาคอีสาน หลักๆก็จะประกอบไปด้วย โปงลาง พิณ แคน โหวต กลองยาว กลองรำมะนา ฉิ่ง ฉาบเล็ก ฉาบใหญ่ และเบส ซึ่งเบสถือเป็นเครื่องดนตรีที่เข้ามาบทบาทในภายหลัง แต่ก็อาจจะมีดนตรีอื่นๆที่เขามาประกอบด้วย เช่น ซอ ปี่ภูไท และอื่นๆตามแล้วแต่ล่ะการแสดงของเพลงนั้นๆ

และที่บอกว่าเบสคือเครื่องดนตรีที่เข้ามาบนบาทในภายหลังนั้นก็คือ ในสมัยก่อน เบสนั้นถือเป็นเครื่องดนตรีฝรั่งที่ค่อนข้างหาได้ยาก ซึ่งเครื่องดนตรีที่ทำหน้าที่แทนเบสในอดีตนั้นก็คือ ไห ไหแต่ก่อนถือเป็นเครื่องดนตรีอีกชนิดเหมือนกัน

โดยการเอาหนังยางเส้นใหญ่ๆมาขึงคั่นปากไหเอาไว้ แล้วก็ดีดจนเกิดเสียงี่มีลักษณะคล้ายกับเสียงเบส ไหเองก็ก็ประกอบไปด้วยไหทั้ง 4 ใบขนาดเล็กใหญ่ตามขนาดของเสียงและใช้ไมค์ล่อเพื่อขยายเสียงของการดีดให้ แต่ในปัจจุบันเบสได้เข้ามามีบทบาทแทนมากขึ้นเนื่องจากสะดวกต่อการใช้งานและให้เสียงที่คงที่กว่า ไหจนได้ถูกลดบทบาทการเป็นเครื่องดนตรีลงไป แต่ด้วยความที่อยากจะอนุรักษ์ไหเอาไว้ จึงได้ประยุกต์นำมาเป็นอุปกรณืที่เอาไว้ใช้สำหรับการแสดงนั่นก็คือนางไหซองที่นำเอาไหมาเป็นส่วนสำคัญในการแสดง หรือที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีนั่นก็คือ นางไห นั่นเอง

นอกจากเครื่องดนตรีที่นำเอาความเป็นอีสานมารวมกันแล้ว

การแสดงก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่วงโปงลางนั่นขาดไม่ได้ โดยการอสดงส่วนมาก็จะเกิดการเอาวิถีชีวิตการกินการเป็นอยู่ของผู้คนในภาคอีสานนั่นมาทำเป็นศิลปะการแสดง อย่างเช่น เซิ้งแหย่ไข่มดแดงที่นำเอาวิถีการหาอาหารของชาวอีสานนั้นมาทำเป็นแสดงที่สนุกสนาน การแสดง เซิ้งกะโป๋ ที่นำเอากะโป๋หรือ กะลามาเป็นอุปปกรณ์ในการแสดง ซึ่งการแสดงนี้จะเอากะลามาเคาะตามจังหวะดนตรีโดยผู้ที่แสดงจะแสดงเป็นคู่ๆชายหญิง ที่มีเกิดจากการที่หนุ่มสาวเกี้ยวพาราสีกัน และยังีความเชื่ออีกว่าหากคู่ไหนเคาะกันจนกะลาเขาเชื่อว่าคู่รำคู่นั้นจะเป็นเนื้อคู่กัน ศิลปะการแสดงโปงลางนั้นได้แสดงความเป็นตัวตนของชาวอีสานได้เป็นอย่างดี

เพราะเกิดภูมิปัญญาของของคนอีสาน ดังนั้นศิลปะการแสดงที่มีคุณค่าเหล่านี้ควรที่จะถูกอนุรักษ์เอา เพื่อเป็นตัวบอกเล่าถึงเรื่องราวของผู้คนในอดีตให้ลูกหลานได้รับรู้ ควรค่าอย่างยิ่งแก่การเก็บรักษาเอาไว้ แม้ในปัจจุบันจะเหลือผู้ที่สืบทอดลดน้อยลงเรื่อยๆ แต่เราก็หวัวงว่าศิลปะการแสดงที่งดงามแบบนี้จะอยู่กับเราสืบไป