การเติบโตของศิลปิน

ศิลปินในวงการเพลงและดนตรีนั้นถือว่าเป็นศิลปินที่เรานั้นมองเห็นพัฒนาการและการเจริญเติบดตของพวกเขานั้นได้เป็นอย่างดี โดยส่วนใหย่จุดเริ่มต้นหลักของศิลปินแต่ละคนและแต่ละวงนั้นก่อนที่จะมีเป็นศิลปินได้ ก็มักจะต้องมากความชื่อนชอบในเสียงเพลงและดนตรีหรืออาจจะมีการเติบโตมากับครัอบครัวที่มีการปลูกฝังและรักในเสีนงเพลงและดนตรีนั่นเอง

โดยศิลปินส่วนใหญ่นั้นก็จะต้องมีการผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาด้วยกันทั้งนั้นเพราะศิลปินที่มาเป็นศิลปินชื่อดังใช่ว่าทุกคนนั้นจะเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์และความสามารถในด้านดนตรีและการสร้างสรรค์ผลงานเพลง บางคนที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์นั้นก็ถือว่าเป็นคนที่โชคดีอย่างมากแต่พวกเขาก็มีการฝึกฝนและฝึกซ้อมอย่างหนนักหน่วงเช่นกัน

กว่าที่เค้านั้นจะสามารถก้าวเข้าสู่วงการและป็ศิลปินได้และสำหรับคนที่ไม่มีพรสวรรค์แต่ชื่นชอบในการร้องเพลงและด้านดนตรีก็อาจจะต้องอาศัยความสามารถของตัวเองล้วนๆก็เกิดจากการฝึกซ้อมซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาจะต้องฝึกซ้อมให้มากกว่าคนที่มีพรสวรรค์เป็นเท่าตัว ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์หรือไม่มีพรสวรรค์นั้นจะไม่สามารถมาเป็นศิลปินได้เลยถ้าหากขาดดอกาสในการได้แสดงความสามารถดังนั้นแล้วโอกาสก็เป็นจุดสำคัญในการเติบโตของศิลปินด้วย

จากความชื่นชอบในวัยเด็กสู่การไขว่คว้าและเป็นศิลปิน เมื่อเกิดความชื่นชอบแล้วด้วยสัญชาตญาณของมนุษย์นั้นก็จะตั้งใจและฝึกฝนทำสิ่งต่างๆเหล่านั้นและทะเยอทะยานเพื่อหาวิธีที่ทำให้ตัวเองนั้นได้ประสบกับความสำเร็จ ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับศิลปินหลายๆคนและส่วนใหญ่เลยนั้นก็มักจะต้องผ่านเวทีการประกวดกันมาทั้งสิ้นโดยเฉพาะศิลปินในยุคก่อนๆนั้น การผ่านเวทีประกวดทางด้านดนตรีหรือการชนะในรายการแข่งขันได้นั้นเปรียบเสมือนเครื่องการันตีว่าพวกเขานั้นสามารถไปต่อได้ในทางด้านดนตรีหรือการเป็นศิลปินนั่นเอง

ในช่วงของการประกวดนั้นไม่ได้หมายความว่าศิลแนชื่อดังจะสามารถชนะหรือประกวดกันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพราะโดยส่วนใหญ่ก็ต้องเก็บประสบการณ์จนกว่าจะสามารถชนะในรายการใดรายการหนึ่งได้นั่นเอง เมื่อชนะการประกวดแล้วนั้นโดยเฉพาะรายการประกวดค้นหาสิลปินที่โด่งดังนั้นก็จะทำให้ศิลปินคนนั้นเป็นศิลปินอย่างเต็มตัวและได้โล้ดแล่นในวงการเพลงนั่นเอง

สิ่งที่น่าสนใจหลังจากนี้นั้นก็คือการโล้ดแล่นในวงการนั่นเองเพราะจะเป็นสิ่งที่จะได้เห็นการเติบโตอย่างเต็มที่ของศิลปินคนนั้นๆ

สำหรับศิลปินนั้นการเติบโตและประสบความสำเร็จของพวกเขานั้นก็คือการสร้างสรรค์ผลงานเพลงและมีคนฟังและได้รับการยอมรับนั่นเอง และพวกเขาจะสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองอย่างเต็มที่และพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองจนผลงานของพวกเขานั้นเป็นที่ยอมรับ ซึ่งนี่ก็คือการเติบโตของศิลปินอย่างแท้จริง สิ่งใดที่ดีพวกเขาจะตั้งใจและสร้างสรรค์ต่อไปให้ถูกใจและคงสไตล์ความเป็นตัวตนของศิลปินเองด้วย

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    จีคลับ ผ่านมือถือ

4 ประติมากรรม สุดเศร้า

Expansion ผลงานประติมากรรมสุดเศร้าที่ทรงประสิทธิภาพชิ้นนี้สร้างโดย เพจ แบรดลีย์ แม้ว่าจะไม่มีเรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังแต่ว่ามันสะท้อนให้มองเห็นถึงสิ่งที่พวกเรามีอยู่ภายใน ตามชื่อของมันเป้าหมายถึงการขยายตัว รูปปั้นสื่อความหมายถึงสมรรถนะซึ่งหลบซ่อนอยู่ภายในตัวเราภายใต้ความเหนื่อยล้า ความมุ่งหวังรวมทั้งความเข้าใจผิด เมื่อเหนื่อยหน่ายกับการโดนปฏิเสธ

ผู้สร้างผลงานชิ้นนี้เลือกใช้รูปร่างของหญิงสาวที่กำลังตั้งใจทำอะไรสักอย่างอยู่บนพื้นและก็กำลังปล่อยพลังด้านในที่แท้จริงออกมา โดยสื่อความหมายถึงการเป็นอิสระรวมทั้งเปิดโอกาสกับตนเอง หากท่านสนใจสามารถไปชมผลงานชิ้นนี้ได้ โดยผลงานตั้งแสดงอยู่ที่นิวยอร์ก 

ปืนผูกปม ประติมากรรมสีดำที่ตั้งอยู่ที่สำนักงานใหญ่ UN ในนิวยอร์กมีรูปปั้นปืนขนาดยักษ์และปลายปืนถูกผูกปมไว้ สื่อให้ทุกท่านหยุดใช้ความรุนแรง ศิลปินคนนี้สร้างขึ้นเพื่อคนึงถึงเพื่อนฝูงของเขาและก็นักร้องที่มีชื่อเสียง จอห์น เลนนอน ผู้จัดตั้งวงเดอะ บีทเทิ้ล ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตในบ้านพักของเขาเอง

รัก ประติมากรรมนี้เสนอ เด็ก 2 ที่ติดในโครงร่างของคน 2 คน ผลงานจาก อเล็กซานเดอร์ มิลอฟ โดยเสนอส่วนประกอบของคนสองผู้ที่หันหลังชนกัน รวมทั้งด้านในองค์ประกอบมีรูปปั้นเด็กอยู่ภายในของทั้งสองที่กำลังเบือนหน้าเข้าพบกัน ผลงานตั้งแสดงคราวแรกในเบิร์นนิ่งแมนซึ่งเป็นที่พึงพอใจรวมทั้งมีการแชร์กันเป็นอย่างมากในโลกอินเตอร์เน็ต และก็มันมีการสื่อความหมายได้หลายๆ ทิศทาง สิ่งที่ผู้คนส่วนมากมักตีความไว้ก็คือเด็กหันหน้ามาจับมือกันโดยบิดามารดาแยกทางกัน หรือคู่ครองที่มีปัญหาทิฐิต่อกัน หรือบิดามารดาที่สูญเสียลูกๆ   

รูปปั้นฮาจิโกะ รูปปั้นที่ถือได้ว่ามีชื่อที่สุดในประเทศญี่ปุ่นก็ว่าได้ ตั้งในชิบูย่า เมืองโตเกียว ญี่ปุ่น หากแม้รูปปั้นจะเป็นเพียงแค่หมาปกติทั่วๆ ไป แต่ว่าสำหรับคนท้องถิ่นมันนับว่าเป็นเกียรติยศแก่หมาที่ไม่ธรรมดาที่สุดที่ชื่อ ฮาจิโกะ หมาที่ถูกชุบเลี้ยงโดยศ.จ.จากมหาวิทยาลัยเมืองโตเกียวที่ชื่อ ฮิเดซาบูโร อูเอโนะ

วันแล้ววันเล่าฮาจิจะมานั่งคอยคุณฮิเดซาบูโร ที่สถานีรถไฟชิบูยะ โดยมาตรงเวลานับเป็นเวลาหลายปีที่ฮาจิทำแบบนี้มาตลอดจนกว่ากระทั่งฮิเดซาบูโร ได้เสียชีวิตลง และวันนั้นเขาไม่ได้กลับมา แต่ว่าถึงแบบนั้น สุนัขฮาจิก็ยังคงมาคอยการกลับมาของเขาอยู่ตลอดทุกวัน เป็นเวลากว่า 9 ปี กระทั่งฮาจิหมดอายุขัยลง โดยปัจจุบันเถ้ากระดูกของสุนัขฮาจิก็ได้ถูกฝังอยู่คู่กับเจ้านายของมัน

เป็นอย่างไรบ้างกับประติมากรรมสุดเศร้าเหล่านี้ และคุณตีความหมายไปทางไหนกันบ้าง ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนแต่ประติมากรรมเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ในใจของผู้คน ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้สื่อถึงสิ่งล้ำค่าใดๆ แต่กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่ศิลปินเหล่านี้ต้องการจะสื่อนั้นมันได้เข้าถึงใจผู้คน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   จีคลับ เล่นออนไลน์

ศิลปะและดนตรีสิ่งที่ผสมผสานให้เกิดความลงตัว

หากพูดถึงศิลปะแล้วนั้น แน่นอนว่าหลายคนก็อาจจะคิดถึงภาพวาดหรือการสร้างสรรค์อย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดผลงานที่น่าสนใจและสร้างความบรรเทิงใจให้กับคนเราได้นั่นเอง แต่หลายคนอาจจะไม่ได้นึกถึงในเรื่องความเป็นศิลปะในการสร้างสรรค์ทางด้านงานดนตรีมากนัก เพราะงานดนตรีโดยส่วนใญ่นั้นเป็นสิ่งที่ให้ความผ่อนคลายและบรรเทิงใจก็จริง

แต่การฟังเพลงหรือการเสพผลงานทางด้านดนตรีนั้น เป็นผลงานที่มีการสร้างสรรคืออกมาเป็นรูปแบบเสียงและคนเรานั้นไม่ได้เห็นถึงความเผ็นผลงานด้วยตานั่นเอง ทำให้หลายคนกักจะแยกความเป็นศิลปะออกจากความเป็นดนตรีนั่นเอง

ซึ่งความเป็นจริงแล้วนั้นกล่าวได้ว่าไม่ว่าจะเป็นผลงานการสร้างสรรค์ในการวาดภาพ การสร้างสรรค์งานด้านการออกแบบ ประติมากรรมต่างๆ เป็นต้นนั้น กฌล้วนเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงได้กับโลกของการสร้างสีค์ผลงานทางด้านตรีนั่นเอง เพราะความจริงแล้วนั้นกล่าวได้ว่า ทั้งสองสิ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในแขนงเดียวกัน เพราะเป็นสิ่งที่เมื่อมีการสร้างสรรค์แล้วนั้น

สามารถสร้างความสบายใจกับผู้สร้างสรรค์หรือผู้ที่พบเห็นได้ การแสดงออกนการสร้างสรรคืผลงานนั้นก็ล้วนเป็นสิ่งที่จ้องมีการจินตนาการและแสดงออกมาจากภายใต้จิตใจของผู้สร้างสรรค์ทั้งงานศิลปะและงานด้านดนตรี เพียงแค่ทั้งสองสิ่งนี้นั้น ไม่ได้มีการแสดงออกถึงความรู้สึกหรือความสร้างสรรค์ในรูปแบบเดียวกัน ทำให้หลายคนอาจจะเข้าใจผิดและมักจะแยกความเป็นศิลปะออกจากความเป็นดนตรีอยู่เสมอๆ

ศิลปะและดนตรีนั้นถึงแม้จะเป็นสิ่งที่มีความแตกต่างในการแสดงออกมาก็จริง แต่ทั้งสองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่จะสามารถนำมารวมและผสมผสานให้เกิดผลงานที่ดีและสวยงามได้ ยกตัวอย่างเช่น การสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะนั้น ก็มักจะมีการนำเพลงมาเปิดร่วมขณะที่ต้องการสร้างสรรค์ผลงาน เพราะการฟังเพลงหรือการฟังดนตรีเบาๆ

ขณะสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะไม่ว่าจะเป็นภาพวาด ประติมากรรม การออกแบบนั้น ก็จะช่วยทำให้ความคิดในการที่จะสร้างสรรคค์ผลงานออกมานั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะในบางครั้งการสร้างสรรค์หรือการแสดงออกมาจากภายใต้จิตใจนั้นอาจจะไม่เพียงพอนั่นเอง ก็อาจจะต้องมีการนำดนตรีเข้ามาผสมผสานในการก่อให้เกิดปลงานชิ้นใหม่ๆ ในอนาคตด้วย

และไม่เพียงแต่การนำดนตรีเข้ามาช่วยในเรื่องของการสร้างสรรค์ศิลปะเท่านั้น แต่ในเรื่องของการนำศิลปะเข้าไปผสมผสานกับเรื่องราวความเป็นดนตรีแล้วนั้น ก็สามารถที่จะทำให้ผู้สร้างสรรค์ด้านดนตรีเมื่อได้รับความรู้สึกในด้านความเป็นศิลปะต่างๆแล้วนั้นก็สามารถที่จะนำความรู้สึกเหล่านั้นไปสร้างสรรคืผลงานทางด้านมดนตรีที่ดีและมีประสิทธิภาพได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน 

ดังนั้นแล้วความเป็นศิลปะและความเป็นดนตรี ก็ล้วนเป็นสิ่งที่ถ้าหากนำมาผสมผสานอย่างถูกวิธีนั้นก็จะเป็นสิ่งที่เกื้อกูลให้เกิดผลงานใหม่ๆขึ้นอยู่เสมอ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    gclub

ตุ๊กตาแอนนาเบลล์ ของนาตาลี

          เมื่อพูดถึงชื่อตุ๊กตาแอนนาเบลล์ เชื่อว่าหลายคนยังคงจำตำนานตุ๊กตาต้องคำสาปหรือตุ๊กตาผีสิงแอนนาเบลล์ได้เป็นอย่างดี แต่ตุ๊กตาแอนนาเบลล์ ของนาตาลี ที่จะกล่าวถึงนี้เป็นตุ๊กตาแอนนาเบลล์คนละตัวกันกับที่เราเคยได้ยินประวัติกันนะคะ เพราะตุ๊กตาแอนนาเบลล์ตัวนั้นถูกบาทหลวงจับขังเอาไว้ในกล่องและจัดเก็บอย่างดีเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ

และสำหรับตุ๊กตาตุ๊กตาแอนนาเบลล์ ของนาตาลี นี้มีเรื่องเล่าเกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 2016 เมื่อนางสาว นาตาลี เมลลอน จากเมืองกราสโกล ประเทศสก็อตแลนด์   นาตาลี  เมลลอนเธอได้นำตุ๊กตาโบราณซึ่งมีอายุมากกว่าหนึ่งร้อยปี โดยเธอเล่าถึงที่มาของตุ๊กตาตัวนี้ว่าเธอได้ตุ๊กตาตัวนี้มาจากพ่อบุญธรรมของเพื่อนของเธอคนหนึ่ง

ซึ่งพวกเขาพบตุ๊กตาตัวนี้อยู่ในห้องใต้หลังคาของบ้านของพ่อของเพื่อน  ซึ่งพ่อบุญธรรมของเพื่อนได้มอบตุ๊กตาตัวนี้ให้กับนาตาลีก็เพราะว่า พวกเขารู้ว่า นาตาลี นั้นเป็นคนชอบของโบราณมาก พวกเขาจึงได้มอบให้เธอเป็นของขวัญเพราะพวกเขาคิดว่าเธอควรจะเก็บตุ๊กตาตัวนี้เอาไว้ดีกว่า เพราะพวกเขาเองก็ไม่ได้ชอบของโบราณสักเท่าไหร่

ซึ่งหลังจากที่นาตาลีนำตุ๊กตามาไว้ที่บ้านวันแรกนั้นเธอก็นึกกลัวตุ๊กตาตัวนี้อยู่เหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามเธอได้ตั้งชื่อตุ๊กตาตัวนี้ว่าแอนนาเบลล์  และตั้งแต่นาตาลีเอาตุ๊กตาแอนนาเบลล์มาไว้ในบ้านเธอก็เริ่มรับรู้ถึงความแปลกประหลาด เช่นครั้งนึ่งเพื่อนของเธอมาหาเธอที่บ้านและพวกเขาได้ยินคนเดินอยู่ด้านนอกของห้องนอนทั้งที่ไม่ได้มีใครอยู่ในบ้านอีกแล้ว

และเมื่อเปิดประตูห้องนอนก็พบว่ามีตุ๊กตาแอนนาเบลล์ยืนอยู่ที่หน้าห้องนอน และสิ่งที่ผิดปกติยังมีอีกมาก เช่นทุกครั้งที่เธอเอาตุ๊กตาแอนนาเบลล์ไปไว้ในห้องนอน หมาของเธอจะไม่ยอมเข้าไปในห้องนอนของเธอเลย และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอนั้นถ่ายรูปตัวเองนั้น เธอเห็นว่าตู้ด้านหลังของเธอประตูตู้เปิดออกเองได้ และเธอเห็นมีดเล่มหนึ่งลอยออกมาด้วย

และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นาตาลี จึงได้ตัดสินใจนำตุ๊กตาแอนนาเบลล์ ไปเก็บไว้ที่ห้องใต้ดิน และไม่นำเอาออกมาไว้ด้านนอกอีกเลย และตั้งแต่ ตุ๊กตาแอนนาเบลล์ไปอยู่ที่ห้องใต้ดินของบ้านเธอ ตัวเธอและคนในครอบครัวก็ไม่เคยเจอกับเหตุการณ์ที่มีความแปลกประหลาดอีกเลยเช่นเดียวกัน 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   ufabetcn

ตำนานย่านผีเฮี้ยนที่หมู่บ้านพลัคลีย์

สำหรับหมู่บ้านพลัคลีย์ นี้อยู่ในประเทศอังกฤษ  มีตำนานเล่าถึงหมู่บ้านพลัคลีย์ นี้มาอย่างยาวนานแล้วว่าเป็นหมู่บ้านที่มีดวงวิญญาณออกมาคอยหลอกหลอนผู้คนยามค่ำคืนเป็นผีของผู้ชายคนหนึ่งที่มักตกตึกแล้วจะออกมากรีดร้องโหยหวนจนชาวบ้านต่างก็พากันหวาดกลัว ว่ากันว่าหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ได้มีผีแค่ตัวเดียวเท่านั้นแต่มีหลายตัวเลยทีเดียว

ซึ่งตัวแรกนั้นเสียชีวิตจากการที่เขานั้นทำงานก่อสร้างอยู่แล้วพลัดตกลงมาจากที่สูงและเสียชีวิตคาที่ทันทีกับอีกคนนึงเป็นวิญญาณของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเขานั้นถูกฆ่าตายด้วยการเอามีดปักกลางของเขาและตรึงร่างของเขาไว้กับต้นไม้ นอกจากผี 2 ตนนี้แล้วยังมีคนเห็นผีของครูใหญ่ซึ่งเป็นครูที่สอนในโรงเรียนในหมู่บ้านแห่งนี้ได้มีการผูกคอตายอยู่ที่โรงเรียนหลังจากที่ตายแล้ววิญญาณของครูใหญ่ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหมู่บ้านชาวบ้านมักจะเห็นวิญญาณของครูใหญ่คอยเดินวนเวียนอยู่ในหมู่บ้านตลอดทุกค่ำคืน

 

ซึ่งชาวบ้านบอกว่าในช่วงยามค่ำคืนทุกคนจะต้องรีบพากันปิดประตูหน้าต่างของบ้านและไม่ออกไปไหนในเวลายามค่ำคืนเพราะถ้าออกมาแล้วเราก็ก็มักจะพบเห็นผีทั้ง 3 ตัวสลับวนเวียนคอยให้เห็นอยู่เป็นประจำเรียกได้ว่าทุกค่ำคืนจะมีผีสลับหน้าตาออกมาคอยหลอกหลอนชาวบ้านจนไม่มีใครกล้าที่จะเดินออกมาเดินเล่นในช่วงเวลากลางคืนกันอีกเลย

ซึ่งเรื่องเล่าความเฮี้ยนนี้ยังคงมีการพูดถึงมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ทำให้หมู่บ้านพลัคลีย์  กลายเป็นหมู่บ้านที่ติดอันดับในเรื่องของความเฮี้ยนของผี 1 ใน 10 ที่มีผีน่ากลัวคอยหลอกหลอนชาวบ้านในหมู่บ้านเลยก็ว่าได้

          สำหรับเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของผีใน หมู่บ้านพลัคลีย์ นี้ ปัจจุบันไม่ค่อย มีใครพูดถึงกันมากแล้วเพราะเรื่องราวก็ผ่านกันมานานแล้วและปัจจุบันก็ไม่มีใครเห็นวิญญาณของผีทั้ง 3 ตนออกมาหลอกหลอนผู้คนกันอีกแล้วดังนั้นเรื่องเล่านี้จึงเป็นเพียงแค่ตำนานที่มีการพูดถึงของคนในสมัยอดีตเท่านั้นซึ่งปัจจุบันหมู่บ้านพลัคลีย์ เป็นหมู่บ้านที่ผู้คนต่างก็พากันออกมาเดินเที่ยวเล่นกันในยามค่ำคืนได้แล้ว 

        และเรื่องเล่าเกี่ยวกับความน่ากลัวของผีในหมู่บ้านแห่งนี้ถ้าถามคนในปัจจุบันที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นก็คงจะไม่มีใครรู้จักกันแล้วแต่ถ้าถามคนเก่าคนแก่ในหมู่บ้านก็ยังคงมีเรื่องเล่าจากคนเก่าคนแก่ที่เคยได้ยินเรื่องเล่าหรืออาจจะเคยประสบพบเจอกับเหตุการณ์จริงเราเรื่องราวความน่ากลัวของผีทั้ง 3 ตนให้คุณได้ฟังก็ได้

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย       ีดฟิำะ

ประวัติหลวงปู่ทวดตอนเหยียบน้ำทะเลจืด

         วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องประวัติของหลวงปู่ทวดที่มีการเล่าขานถึงความศักดิ์สิทธิ์และอิทธิฤทธิ์ต่างๆ ที่มีการเล่าขานกันมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังมีการพูดถึงกันอยู่และถ้าหากใครก็ตามที่มีเหรียญของหลวงปู่ทวดอยู่ในครอบครองแล้วเราก็เรียกได้ว่าคนกำลังรวยเป็นมหาเศรษฐีเลยทีเดียวเพราะเหรียญของหลวงปู่ทวดนั้นเป็นที่ต้องการของคนที่นิยมเล่นพระกันเป็นอย่างมาก

ซึ่งปัจจุบันราคาของหลวงปู่ทวดถ้าเป็นรุ่นแรกๆและเป็นของแท้ก็ราคาหลักล้านถึงหลักสิบล้านเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่ทวดที่มีการพูดถึงแก่นมาก็คือการที่หลวงปู่ทวดนั้นสามารถเหยียบน้ำทะเลที่เค็มให้กลายเป็นน้ำจืดได้โดยมีการเล่าเรื่องของหลวงปู่ทวดว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อหลวงปู่ทวดนั้น

มีการบวชเป็นพระสงฆ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วและต้องการที่จะเดินทางจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่งซึ่งหลวงปู่ทวดนั้นได้อาศัยเรือสำเภาของพ่อค้าเพื่อที่จะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปอีกเมืองหนึ่งนั่นเองแต่อย่างไรก็ตามในระหว่างที่มีการล่องเรือกันอยู่นั้นเองเกิดพายุพัดโหมรุนแรงขึ้นทำให้พายุนั้นได้พัดข้าวของที่อยู่บนเรือกระจัดกระจายตกลงในทะเลและหนึ่งในนั้นก็คือน้ำดื่ม

ซึ่งชาวเรือได้มีการเตรียมเอาไว้และแน่นอนว่าเมื่อไม่มีน้ำดื่มขณะที่อยู่กลางทะเลทำให้ชาวเรือต่างก็รู้สึกไม่พอใจและต่างก็โทษกันว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดพายุพัดข้าวของตรงกลางทะเลนั่นก็เพราะว่ามีพระสงฆ์ติดเรือมาด้วยซึ่งทุกคนพากันมองว่าหลวงปู่ทวดนั้นเป็นคนที่ทำให้เกิดพายุอย่างไรก็ตามทาง หัวหน้าเรือได้สั่งให้ลูกน้องนำเรือเล็กออกไปส่งหลวงปู่ทวดให้ขึ้นฝั่งเราไม่ต้องการที่จะให้ร่วมทางไปด้วยอีกต่อไป

ในระหว่างที่หลวงปู่ทวดลงไปอยู่ในเรือลำเล็กนั่นเองหลวงปู่ทวดได้ใช้เท้าข้างหนึ่ง ยื่นออกไปในทะเลหลังจากนั้นก็บอกให้ชาวเรือคนที่จะพายเรือไปส่งนั้นให้ตักน้ำบริเวณนั้นขึ้นมากินเมื่อชายคนดังกล่าวนั้นได้มีการตักน้ำมากินก็รู้สึกว่าน้ำทะเลตรงนั้นเป็นน้ำจืดจึงได้ร้องบอกให้หัวหน้าของตนเองนั้นได้ฟัง

ซึ่งหลายคนก็ไม่มีใครเชื่อแต่เมื่อได้ลองชิมน้ำดูแล้วก็ปรากฏว่าน้ำทะเลตรงบริเวณนั้นจืดจริงๆทุกคนจึงได้รู้ถึงความอัศจรรย์และอภินิหารที่หลวงปู่ทวดมีจึงได้อัญเชิญหลวงปู่ทวดขึ้นเรือเพื่อที่จะไปส่งหลวงปู่ทวดตามจุดหมายปลายทางที่หลวงปู่ทวดอยากเดินทางโดยทางเรือนั้นได้มีการตักน้ำตรงบริเวณดังกล่าวขึ้นมาบนเรือ

เพื่อเป็นน้ำเอาไว้สำหรับตื่นในการล่องเรือในครั้งนั้นและเรื่องราวนี้ก็มีการกล่าวขานการนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาว่าหลวงปู่ทวดนั้นสามารถที่จะเหยียบน้ำทะเลที่เค็มให้กับเป็นน้ำจืดและนำมาดื่มกินได้นั่นเอง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  จีคลับคาสิโนออนไลน์

ปีศาจเหนียน ที่ทำให้เรามี วันตรุษจีน ในทุกวันนี้

เพื่อนๆหลายคนเคยได้ยินประวิต ปีศาจเหนียน กันบ้างรึเปล่า เพราะปีศาจเหนียน เป็นต้นกำเนิดของวันตรุษจีนเลยนะ เรามาฟังเรื่องของปีศาจเหนียนกันดีกว่า

วันตรุษจีน เป็นวันสำคัญของชาวจีนมาช้านาน และมีที่เล่าขานกันมาว่า การที่มีวันตรุษจีนแบบทุกวันนี้ที่ มีป้ายสีแดงติดหน้าบาน จุดประทัด หรือ จุดโคมไฟ นั้น เพราะปีศาจเหนียน นั้นเอง ชาวจีนจะเรียนกันสั้นๆว่า เหนียน ซึ่ง เหนียน คือสัตว์โบราณที่ดุร้ายจะออกมา 1 วันใน 365 วัน เพื่อมาล่าผู้คนเพื่อกินเป้นอาหาร และด้วยรูปลักษณ์นั้นดูร่างใหญ่ หน้าตาดุดัน และที่ขนรุงรัง เล็บยาว มีสีขาและมีนิสัยที่ดุร้าย และชอบทำร้ายผู้คน

ซึ่งเหนียนจะมาในช่วงค่ำคืน และมาในช่วงเข้าฤดูใบไม้ผลินั้นเอง และชาวจีนจะนอนไม่หลับตลอดคืน ค่อยหลบอยู่ในบ้าน เพื่อระวังตัวและหลบซ้อนจากเหนียนนั้นเอง ซึ่งตัวเหนียนเอง มักจะบุกไปตามหมู่บ้าน เพื่อไปล้าเหยื่อ ทุกวันที่ 30 เดือน 12 ทุกประตูบานจะปิดเงียบและทำตัวเหมือนไม่มีใครอาศัยอยู่ในบ้านนั้นเอง และหากผ่านคืนนั้นไปได้ จะเป็น วันแรม 1 ค่ำ เดือน 1 นั้นเอง

และชาวบ้านจะออกมาอวยพร มองหน้าด้วยความยินดี ที่ปลอดภัยมาจากค่ำคืนที่อันตราย และมีการเล่าขานก็ต่อมาเมื่อ ในช่วงคืนหนึ่งที่เหนียนต้องออกล่าผู้คนเพื่อเป็นอาหาร และคืนนั้นเอง เหนียนได้เดินทางไปถึงหมู่บ้าน และพบเห็นว่าในหมู่บ้านนั้นมี เด็กเล่นแส้ฟาดกันไปมาอย่างเสียงดัง และเหนียนรู้สึกกล้วจึงต้องหนีไปอีกหมู่บ้าน แต่พอไปอีกหมู่บ้าน เหนียนก็ต้องตกใจและวิ่งหนี

เพราะว่าเจอผ้าสีแดงฉูดฉาด นั้นเอง และพอไปอีกหมู่บ้าน ก็ดันไปเจอกับกองไฟที่ชาวบ้านก่อเอาไว้ ทำให้เหนียนเกินความหวาดกลัวและหนีไปในคืนนั้น และเพราะเหตุนี้เองชาวบ้านเลยรู้จุดอ่อนของเหนียนแล้ว และนั้นเองเลยกลายเป็นที่มาที่ชาวบ้าน ติดป้ายสัแดงที่หน้าบ้านและจุดบรระทัดให้เสียงดัง รวมไปถึงมีโคมไฟหน้าบ้าน และนั้นเองก็ทำให้เหนียนไม่เคยกลับมาอีกเลย

ชาวบ้านจีนที่รอบปลอดภัยก็รู้สึกดีใจและออกมาเฉลิมฉลองและอวยพรแต่สิ่งดีๆ ให้กันนั้นเอง และนั้นเองเลยกลายมาเป็น วันตรุษจีน ที่เราเห็นในปัจจุบันที่มีการอวยพรและฉลองรับวันใหม่ที่มีความสุข และกินอาหารหรือแลกเปลี่ยนอาหารกันนั้นเอง จนมาถึงการใหแต๊ะเอีย ที่แปลว่า กระเป๋าแดง เป็นสัญลักษณ์และตัวแทนที่แสดงถึงการมอบคำอวยพรและความสุขนั้นเอง เพื่อนๆรู้แล้วใช่ไหมละว่า เหนียน นี่ละ ที่มาของ วันตรุษจีน

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  UFABET เว็บตรง

บัวลอยที่คลองบางกอกน้อย เขตธนบุรี กรุงเทพฯ

อีกหนึ่งตำนานที่เป็นเรื่องสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นจริงในจังหวัดกรุงเทพมหานครเขตธนบุรีที่ต้องนำมาพูดถึงกันในครั้งนี้คงหนีไม่พ้นตำนานบัวลอยซึ่งบัวลอยในที่นี้เป็นชื่อของหญิงสาวคนหนึ่งโดยเธอนั้นมีบ้านอยู่ในเขตอาศัยพื้นที่แถวบริเวณบางกอกน้อยสำหรับตำนานบัวลอยนั้นชาวบ้านมีการเล่าลือกันว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งเธอชื่อว่าบัวลอยเธอกำลังท้องแก่ใกล้คลอด

ซึ่งสามีของเธอนั้นก็รักเธอเป็นอย่างมากไม่อยากจะให้เธอทำงานหนักแต่เธอก็ดื้อรั้นอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระของสามีและเธอนั้นมีฝีมือในการทำอาหารและขนมเธอจึงได้ทำขนมขายโดยพายเรือขายในคลองบางกอกน้อยซึ่งเธอจะต้องแอบสามีไปขายเป็นประจำทุกวันเนื่องจากสามีของเธอนั้นไม่ยอมให้เธอทำงานขนมที่เธอขายนั้นเธอขายขนมบัวลอยจนชาวบ้านเรียกกันติดปากว่าชื่อของเธอนั้นคือบัวลอยซึ่งเธอขายได้ดีทุกวันแต่เราอยู่มาวันหนึ่งมือถือออกไปขายขนมบัวลอยตามปกติเธอก็ไม่กลับมาบ้านอีกเลยสามีของเธอที่ออกตามหาเธอไปทั่วจนสุดท้ายผู้คนก็พบว่าเธอเสียชีวิต

ด้วยการตกน้ำตายในคลองบางกอกน้อยนั้นเองจบของเธอลอยขึ้นมาหลังจากที่เธอหายตัวไปประมาณ 3 วันหลังจากนั้นสามีของเธอและชาวบ้านก็ช่วยกันนำศพของบัวลอยขึ้นมาทำพิธีทางศาสนาแต่เนื่องจากว่าความเชื่อของคนในสมัยโบราณนั้นมีความเชื่อที่ว่าหากหญิงท้องแก่เสียชีวิตเป็นการเสียชีวิตแบบผิดปกติถือว่าเป็นการเสียชีวิตแบบตายโหง

จะไม่นิยมเขาแต่จะนิยมในการฝังเพียงเท่านั้นสามีของบัวลอยจึงได้นำร่างของบัวลอยมาฝังไว้บริเวณริมคลองบางกอกน้อยนั่นเองและนับตั้งแต่ที่มีการทำพิธีฝังศพบัวลอยแล้วชาวบ้านบางคนที่มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของความเฮี้ยนของผีตายโหงจึงได้เดินทางมาขอหวยกับผีของบัวลอยซึ่งบัวลอยก็ไม่เคยทำให้ชาวบ้านผิดหวังเพราะชาวบ้านต่างก็พากันถูกหวยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ในทุกวันที่ใกล้วันหวยออกชาวบ้านก็จะมาที่หลุมฝังศพของบัวลอยกันอย่างหนาแน่นเพื่อมาทำการขอหวยแต่เราอยู่มาวันหนึ่งก็มีคนพบว่าหลุมฝังศพของบัวลอยนั้นถูกขุดขึ้นมาและศพของบัวลอยหายไปซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าศพของบัวลอยนั้นน่าจะถูกเจ้ามือหวยคนใดคนหนึ่งมาขุดเอาไปเผาและทำพิธีสะกดวิญญาณเพราะว่าตั้งแต่มีศพของบัวลอยมาให้หวยชาวบ้านก็ทำให้เจ้ามือหวยนั้น

พากันเจ๊งกันเป็นแถบและนับตั้งแต่ศพของบัวลอยหายไปก็ไม่มีใครพบหรือเจอศพของบัวลอยอีกเลยและไม่สามารถจับได้ว่าใครเป็นผู้ที่ขโมยศพของบัวลอยไปและหลังจากนั้นเรื่องราวของบัวลอยก็ค่อยๆเลือนหายไปตามกาลเวลา

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   ดาวน์โหลด Gclub

ศิลปะอียิปต์และสุสานฟาโรห์

ศิลปะคือสิ่งที่ถ่ายทอดความเชื่อและความศรัทธาต่างๆ ในยุคอียิปต์ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์ฟาโรห์ต่างๆก็ได้รับความนิยมอย่างมากในการนำงานศิลปะมาพัฒนาเพื่อสร้าง วัฒนธรรมหรือว่าความเป็นอยู่ของประเทศอียิปต์ ประเทศอียิปต์เป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ในแถบทวีปแอฟริกามีแม่น้ำไนล์มากกว่า 5,000 ไลค์ผ่านกลางประเทศ พี่ถึงทำให้ผู้คนต่างๆมีความเชื่อความศรัทธาเกี่ยวกับพระเจ้าที่ประทานแม่น้ำนี้มาให้งานต่างๆของประเทศอียิปต์

ได้ถูกถ่ายทอดเป็นจำนวนมากอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันมีการค้นพบ เกี่ยวกับสุสานที่มีการแกะสลักเกี่ยวกับอียิปต์ฟาโรห์ และมีการพัฒนาความรู้ความสามารถเกี่ยวกับงานศิลปะเป็นจำนวนมากอย่างไรก็ตามในยุคอียิปต์ถือว่าเป็นที่เลื่องลือว่ามีงานปฏิมากรรมเกี่ยวกับนูนต่ำหรืองานลอยตัวเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังมีงานแกะสลักดินที่ช่างอียิปต์ ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความชำนาญอย่างมากในการทำงานสำเร็จ เงิน แล้วทองคำ อย่างไรก็ตามผู้คนต่างๆในยุคปัจจุบันก็มีการเข้าไปในสถานที่ที่จัดเก็บสมบัติของฟาโรห์เป็นจำนวนมากจึงทำให้มีการค้นพบงานศิลปะเป็นผลไม้สารไม่ว่าจะเป็นงานแกะสลักบนฝาโล่ง หรือว่าในสื่อสารต่างๆเหล่านั้นที่ถูกก็ดับไปด้วยงานศิลปะจนว่าอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันการค้นพบงานศิลปะต่างๆเหล่านี้ก็นำมาพัฒนางานเช่นเดียวกัน ประติมากรรมต่างๆของประเทศอียิปต์ได้รับความนิยมอย่างมากถูกแบ่งออกเป็น 3 ยุคสมัยใหญ่ๆ

สมัยอาณาจักรเก่า งานประติมากรรมที่มีรูปร่างต่างๆแกะสลักรวมไปถึงงานศิลปะชลมาศที่ทำจากหินที่มีความแข็ง ไม่ว่าจะเป็นหินแกรนิต หินบะซอลต์ เดี๋ยวจะมีคนอื่นอีกมากมายที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเป็นประติมากรรมที่เป็นนูนต่ำประกอบด้วยรูปทรงต่างๆไม่ว่าจะเป็นรูปสัตว์หรือแม้แต่จะเป็นพิธีกรรมต่างๆถูกพัฒนาให้เป็นงานศิลปะจำนวนมาก

ในยุคต่อมานั่นคือยุคอาณาจักรกลาง เป็นยุคที่เป็นอีกหนึ่งอยู่ที่มีความรู้ทางด้านศิลปะจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นวิธีการทำงานศิลปะหรือว่าจะเป็นในส่วนของการเพิ่มรายละเอียดที่เพิ่มมากขึ้นใส่ตัวอักษรในลักษณะที่เพิ่ม เป็นอีกหนึ่งทางในการบันทึกอย่างไรก็ตามในยุคนั้นมีการทำรูปนูนจมพื้นค่อนข้าง เพื่อลดระยะเวลาในการทำงาน ในส่วนเรานี้เองจึงทำให้ได้งานเป็นจำนวนมหาศาล

ยุคอาณาจักรใหม่ เป็นยุคที่มีความพึ่งปูและความมั่งคั่งเป็นจำนวนมากในยุคนี้มีการแกะสลักในส่วนของสุสานฟาโรห์ หรือประติมากรรมที่มีแสดงเห็นถึงพระเจ้าอย่างไรก็ตามในยุคต่างๆเหล่านี้ผู้คนต่างๆความสนใจในการพัฒนางานศิลปะไปทางความเชื่อ เพราะผู้คนเชื่อว่าฟาโรห์คือตัวแทนแห่งพระเจ้านี้จึงทำให้ในสุสานฟาโรห์ต่างๆมีการใส่สิ่งของเกี่ยวกับงานศิลปะหรือ เงินทองเป็นจำนวนมหาศาล

 อย่างไรก็ตาม แต่ยุคสมัยก็มีการเปลี่ยนแปลงทางความเชื่อรวมถึงยังมีในส่วนของลักษณะของงานศิลปะเช่นเดียวกันนี้จึงทำให้งานศิลปะในตามีความแตกต่างกันและมีลักษณะในการใช้งานที่แตกต่างเช่นเดียวกัน อียิปต์เป็นอีกหนึ่งยุคที่มีความสำคัญอย่างมากในการพัฒนา สำนักงานศิลปะการพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิตของผู้คน 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    gclub ฟรี 100

การเปลี่ยนแปลงของศิลปะ

 

นักศิลปะมีการเปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาตลอดเวลาเริ่มต้นตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ที่ การบันทึกข้อมูลต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการบอกต่อเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของสถานที่ต่างๆทุกคนต่างๆในยุคหินยุคถ้ำที่อาศัยอยู่ในถ้ำต่างๆ มีความจำเป็นจะต้องมีการบ่งบอกว่าสัตว์ในละแวกนั้นมีอะไรบ้างและสามารถล่าอะไรได้บ้าง รวมถึงแต่ละยุคแต่ละสมัย หรือแต่ละฤดูกาลมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น เป็นการจดบันทึกเพื่อให้คนรุ่นหลังที่เข้ามาอยู่ในถ้ำนั้นได้รับรู้นั่นก็คืออีกหนึ่งสิ่งที่เขาใช้ กระดูกสัตว์ เลือดสัตว์ รวมทั้งใช้หินต่างๆในการจดบันทึกขีดต่างๆกำแพงเป็นภาพนูน

เพื่อบ่งบอกถึงรายละเอียดที่ชัดเจนส่วนใหญ่ก็จะเป็นการล่าสัตว์ต่างๆเพื่อบ่งบอกว่าในอาณาเขตนี้มีสัตว์ใดบ้าง ในยุคปัจจุบันก็มีการค้นพบถ้ำหลายๆท่านที่มีลักษณะของการบันทึกเรื่องราวต่างๆหรือว่าเป็นงานศิลปะในยุคก่อน ในยุคต่อมาที่มีการพัฒนาให้งานศิลปะเป็นมากกว่าแค่การจดบันทึกเป็นทั้งสุนทรียภาพ การพัฒนาการทำงาน หรือแม้แต่จะเป็นการบ่งบอกถึงความคิดของศิลปินหรือจิตรกรต่างๆ

จึงทำให้ในยุคต่างๆเหล่านี้มีการพัฒนาการทำงานไม่ว่าจะเป็นความเชื่อ ช่างต่างๆก็มีการพัฒนาที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นไม่เพียงแต่เป็นงานภาพเขียนหรือภาพวาดแบบนั้นยังมีในส่วนของเครื่องใช้อุปกรณ์ต่างๆที่ถูกพัฒนาเพิ่มมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามนี้จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันผู้คนต้องการความสนใจในการเข้ามาศึกษาเกี่ยวงานศิลปะเพื่อศิลปะทุกยุคทุกสมัยก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน 

ไม่ว่าจะเป็น ยุคหิน ที่มีลักษณะในการใช้อุปกรณ์ต่างๆเข้ามาขูดขีดสร้างรอยนูนหรือสร้างสิ่งต่างๆที่ง่ายมากยิ่งขึ้นในการใช้งานเพราะผู้คนต่างๆจำเป็นจะต้องมีการเข้าถึงเหมือนกันว่างานศิลปะ นี่ถึงแสดงให้เห็นว่างานศิลปะและ วัฒนธรรมในการใช้ชีวิตของผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอเพราะแต่ละยุคแต่ละสมัยไม่ว่าจะเป็นลักษณะของ ยุคสมัยต่างๆหรือผู้นำต่างๆก็มีความต้องการในการสร้างผลงานที่แสดงถึงความเรื่องอำนาจของยุคสมัยของตัวเอง

หรือว่าสร้างสิ่งต่างๆที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของยุคสมัยของอียิปต์ เมโสโปเตเมีย ยุคกรีก โรมัน ยุคคริสเตียน รวมไปถึงในส่วนของยุคไบเซนไทน์ ยุคต่างๆเหล่านี้มีความสำคัญเกี่ยวกับศิลปะทั้งสิ้นเพราะศิลปะต่างๆมีการพัฒนาหรือมีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาให้ผู้คนต่างๆสามารถเข้าถึงง่ายมากยิ่งขึ้นเพราะสิ่งที่ศิลปะให้กับผู้คนนั้นนั่นคือสุนทรียภาพแห่งการรับรู้ต่างๆรวมถึงการบันทึกเรื่องราวต่างๆ

ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยของศิลปะต่างๆ ผู้คนในยุคกลางมีการศึกษาและค้นคว้าเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคนั้นก่อนผ่านทางงานศิลปะงานศิลปะเป็นทั้งการบันทึกเรื่องราวต่างๆ กิจกรรม การอยู่อาศัยและวิถีชีวิตของผู้คนต่างๆจึงเป็นส่วนสำคัญที่การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยของงานศิลปะต่างๆส่งผลให้การศึกษาของผู้คนหรือการรับรู้เรื่องราวของผู้คนในยุคหลังมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ศิลปะจึงเป็นสิ่งที่ทั้งกล่อมเกลาจิตใจผู้คนเป็นการบันทึกเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการส่งต่อความคิดต่างๆที่ดีมากยิ่งขึ้น 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet