วัฒนธรรมความงดงามที่สุดแปลกของสาวๆในชนเผ่า Mursi

สำหรับเรื่องของความสวยความงามนั้น  เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ วัยรุ่นและวัยชรา  ต่างก็ชื่นชอบ  ความสวยงามนั้น ก่อให้คนทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ต่างก็ชื่นชอบความสวยงามด้วยกันทั้งนั้น วัฒนธรรมความงดงามที่สุดแปลก ดังนั้น หากใครก็ตามเมื่อรู้สึกว่าตัวเองยังไม่งดงามเพียงพอ หรือหากใครที่ความงดงามที่เคยมีร่วงโรยไปแล้ว สิ่งที่ทุกคนทั่วโลกทำเหมือนกันนั้นก็คือ การเพิ่มความงดงามให้กับตัวเอง และแต่ละคนก็จะมีแนวทางในการเพิ่มความงดงามของตัวเองไม่เหมือนกัน บางคนเลือกเป็นการแต่งหน้าแต่งตัว แต่บางคนเลือกการทำศัลยกรรม

         อย่างไรก็ตามบางประเทศกลับมีชนเผ่าหนึ่งที่สาวสาวในชนเผ่ามีความคิดและความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องขอการเสิรมความสวยงามที่ไม่เหมือนใคร  มีความแปลกแตกต่างจากสาวสาวของประเทศอื่นอื่นอย่างที่ไม่เคยมีประเทศไหนทำตาม สำหรับสาวๆที่มีความคิดเกี่ยวกับเรื่องของความสวยงามไม่เหมือนคนอื่นนี้คือ สาวๆของชนเผ่า Mursi ซึ่งชนเผ่านี้เผ่าชนเผ่าเก่าแก่ มีอายุมาไม่ต่ำกว่าสามหมื่นปีมาแล้ว โดยชนเผ่านี้อยู่ในเขตพื้นที่เอธิโอเปีย

       สำหรับสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงแนวความคิด และความแตกต่างเกี่ยวกับรสนิยมความสวยงามนั้น ก็เพราะว่า สาวสาวของชนเผ่า Mursi นี้จะมีการแตกต่งริมฝีปากล่างให้มีความโดดเด่น และสามาถดึงดูดสายตาต่อเพศตรงข้าม วัฒนธรรมความงดงามที่สุดแปลก  โดยสาวสาวของเผ่า Mursi จะมีการเจาะริมฝีปากของตัวเอง นอกจากจะเจาะริมฝีปากแล้ว พวกเขายังต้องเอาแผ่นไม้ที่มีลักษณะเป็นวงกลม หรือแผ่นดินเหนียวที่มีการปั้นเป็นรูปวงกลม มายัดใส่ริมฝีปากล่างที่เจาะอีกด้วย  ซึ่งการเตรียมแผ่นไม้ หรือแผ่นดินมาใส่ริมฝีปากนั้นจะต้องมีขนาดใหญ่มากมากอีกด้วย เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ยิ่งสวย ยิ่งใหญ่ยิ่งโดดเด่น

         สำหรับการเจาะริมฝีปากของสาวสาวเผ่า Mursi นี้ว่ากันว่าพวกเธอจะเริ่มทำตั้งแต่พวกเธอเริ่มเข้าสู่วัยแตกเนื้อสาว  ซึ่งการเจาะช่วงแรกๆก็จะวงเล็กหน่อยแต่จะมีการค่อยค่อยเพิ่มขนาดวงให้ใหญ่ขึ้นไปเรื่อยเรื่อย และจากที่มีการสำรวจและหาข้อมูลเกี่ยวกับการเจาะริมฝีปากล่างของสาวสาวเผ่า Mursi นี้  พบว่านี่คือวัฒนธรรมที่เก่าแก่และมีการยึดและปฎิบัติตามกันมาเป็นเหมื่นหมื่นปีแล้ว และปัจจุบันวัฒนธรรมนี้ก็ยังคงยึดและปฎิตามกันอยู่  ซึ่งจากการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับความใหญ่ของวงที่เจาะที่ตรงริมฝีปากล่าง พบว่าเคยมีคนที่เจาะริมฝีปากล่างที่ใหญ่สุดมาแล้ว ถึง  19.5 เซนติเมตร 

     สำหรับข้อมูลเหล่านี้ถูกนักโบราณคดี จากมหาวิทยาลัย แห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน ได้เข้ามาสำรวจ และนำข้อมูลนี้มาเผยแพร่ 

 

สนับสนุนโดย.  gclub slot เล่นผ่านเว็บ

ตำนานความเชื่อ เกี่ยวกับศุกร์ 13

ความเชื่อ เกี่ยวกับศุกร์ 13 เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินตำนานความเชื่อเกี่ยวกับวันศุกร์ที่ 13 กันเป็นอย่างดีโดยตำนานความเชื่อนี้มีมาตากกลุ่มคนประเทศทางแถบฝั่งตะวันตก  ซึ่งความเชื่อนี้เริ่มต้นมาจากการที่พวกเขานั้นต้องสูญเสียพระเยซูไปในวันที่ 13 ซึ่งตรงกับวันศุกร์ซึ่งวันดังกล่าวเป็นวันที่พระเยซูมีชีวิตเป็นวันสุดท้ายบนโลกมนุษย์นั่นเองหลังจากนั้นพระองค์ก็ถูกตรึงบนไม้กางเขนจนสิ้นใจตาย

ในวันดังกล่าวนั้นเป็นวันที่มีสาวกทั้งหมด 12 คนร่วมกินอาหารกับพระเยซูเป็นอาหารมื้อสุดท้ายและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมากลุ่มคนที่นับถือศาสนาคริสต์โดยเฉพาะนิกายคาทอลิกต่างก็มองว่าเลข 13 นั้นเป็นเลขอาถรรพ์เป็นเลขโชคร้ายเป็นเลขที่ไม่เป็นมงคลแต่อย่างใด

      ความเชื่อ เกี่ยวกับศุกร์ 13  และความเชื่อนี้ก็ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นจนในปัจจุบันนี้ความเชื่อนี้ก็ยังคงมีอยู่จนมีบางคนที่เกิดอาการวิตกกังวลเกี่ยวกับเลข 13 ถึงขนาดที่ว่าเดือนไหนที่มีวันศุกร์ตรงกับวันที่ 13 ก็จะไม่ออกเดินทางไปนอกบ้านและไม่ได้ทำกิจกรรมต่างๆเลยทีเดียว 

อย่างไรก็ตามมีสถิติมากมายเกิดขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการรวบรวมสถิติเกี่ยวกับเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุในวันที่ 13 โดยหากเดือนไหน มีวันศุกร์ตรงกับวันที่ 13 ปรากฏว่าเดือนนั้นจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากกว่า 50% และมากกว่าวันที่ 13 ซึ่งตรงกับวันอื่นนั่นเอง

        ความหวาดกลัวของวันที่ 13 ที่ตรงกับวันศุกร์นั้นมีความรุนแรงมากถึงขนาดที่มีคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับความกลัวของวันศุกร์ที่ 13 นี้โดยโรคดังกล่าวถูกตั้งชื่อเอาไว้ว่าโลกวันศุกร์ที่ 13    หรือในภาษาอังกฤษมีการเรียกชื่อโรคนี้ว่า  Paraskevidekatriaphobia  และคุณเชื่อหรือไม่ว่าคนที่เป็นโรคกลัววันศุกร์ที่ 13 นี้ในประเทศอเมริกาสามารถสำรวจออกมาแล้วพบว่ามีมากถึง 80% ด้วยกันที่เป็นโรคชนิดนี้ซึ่งโดยจำนวนสถิติของคนอเมริกันคิดเป็นจำนวน 21 ล้านคนเลยทีเดียวที่เป็นโรคกลัววันศุกร์ที่ 13 นี้นั่นเอง

       อย่างไรก็ตามความน่ากลัวของวันศุกร์ที่ 13 นั้นเกิดจากสภาวะจิตใจของคนมากกว่าเพราะคนมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของตัวเลขที่ไม่เป็นมงคลและเชื่อว่าจะมีความเป็นโชคร้ายดังนั้นพวกเขาจึงไม่ค่อยมีความระมัดระวังเนื่องจากว่าจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายนั่นเอง

       ซึ่งถ้าหากเรามองย้อนไปก็จะเห็นได้ว่าในทุกวันแต่ละวันนั้นมักจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่เสมอหากลองคิดอุบัติเหตุวันต่อวันอาจกล่าวได้ว่าวันศุกร์ที่ 13 ก็มีอุบัติเหตุไม่ได้แตกต่างจากวันอื่นๆเลยเพียงแต่ว่ามีความเชื่อเกี่ยวกับตัวเลข 13 เข้ามาทำให้ตัวเลขนี้กลายเป็นตัวเลขอาถรรพ์ที่ใครก็พากันหวาดกลัว  และเราสามารถล้างอาถรรพ์ตัวเลข 13 ได้เพียงแค่เรามีสติทุกครั้งในการที่จะทำอะไรและหากคนทุกคนต่างก็พากันมีสติรับรองได้เลยว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นก็จะไม่มีอย่างแน่นอนและอาถรรพ์ศุกร์ 13 ก็จะหายไปจากโลกนี้อย่างสิ้นเชิงได้นั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย.   gclub สล็อตฟรี

เทศกาล Festival of Colours ประเทศอินเดีย

เทศกาล Festival of Colours  คือเทศกาลที่จัดขึ้นที่ประเทศอินเดียและอาจจะมีประเทศอื่นๆร่วมด้วยเนื่องจากว่าเทศกาลนี้จัดขึ้นสำหรับผู้ที่นับถือศาสนา เห็นดูด้วยเทศกาลนี้จะจัดขึ้นในทุกๆปีและมักจะจัดขึ้นตรงกับเดือนมีนาคม ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการจัดงานอยู่ที่ประมาณ 2 วันด้วยกัน

      เทศกาล Festival of Colours เราสามารถไปได้อย่างลงตัวก็คือเทศกาลนี้เป็นเทศกาลแห่งสีสันนั่นเองโดยเทศกาลนี้จะมีการนำสีมาใช้ในการละเล่นลักษณะของการจัดการเทศกาลนี้ก็คือมีความคล้ายคลึงกับเทศกาลวันสงกรานต์ของบ้านเราโดยเทศกาลวันสงกรานต์บ้านเราจะใช้น้ำในการสอดใส่กันแต่สำหรับเทศกาล Festival of Colours นั้นจะใช้สีในการใส่กันนั่นเอง

     สำหรับจุดประสงค์ในการจัดเทศกาลวันสารทสีในก็คือเป็นการเฉลิมฉลองการต้อนรับฤดูใบไม้ผลิเพราะถือว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ซึ่งชาวฮินดูทุกคนโดยเฉพาะคนในประเทศอินเดียจะมารวมกันแล้วนำสีมาสาดใส่กันสร้างความสนุกสนานโดยในวันดังกล่าวนั้นจะไม่มีการถือยศฐาบรรดาศักดิ์หรือชั้นวรรณะทุกคนจะร่วมการละเล่นนี้ด้วยกัน

       นอกจากนี้ในช่วงวันเทศกาลวันสารทสีนั้นนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมักจะเดินทางมาที่ประเทศอินเดียเพื่อร่วมกิจกรรมนี้เพราะถือว่าเป็นกิจกรรมที่มีความสนุกสนานที่สำคัญกิจกรรมนี้ไม่ได้มีการเข้าไปเกี่ยวข้องเกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนาด้วยเป็นเพียงแค่การละเล่นเพื่อสร้างความครื้นเครงให้กับประชาชนเพียงเท่านั้น    

          โดยปกติแล้วการละเล่นการสาดสีใส่กันนั้นจะเริ่มเล่นกันตั้งแต่เช้าหลังจากนั้นช่วงประมาณเที่ยงๆกิจกรรมนี้ก็จะหยุดลงซึ่งแต่ละคนนั้นก็จะพากันกลับไปพักผ่อนและอาบน้ำแต่งตัวใหม่แล้วจะออกมาเจอกันอีกครั้งนึงในช่วงเวลาตอนเย็นเพื่อออกมาสังสรรค์กันในหมู่เพื่อนฝูงหรือคนในครอบครัวก็จะไปกินข้าวร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ในช่วงเวลาตอนเย็นนั้นจะมีการนำขนมมาแจกให้กันเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวและแสดงความมีไมตรีกับเพื่อนบ้านชาวอินเดียเรียกเทศกาลนี้ว่าเทศกาลโฮลีนั่นเอง 

 

      โดยปกติแล้วในช่วงเทศกาลวัน Holi นั้นชาวอินเดียมักจะสวมใส่เสื้อผ้าสีขาวเพื่อที่เวลาสีถูกสารมาโดนตัวและเสื้อผ้านั้นจะได้มองเห็นเป็นสีสันต่างๆเปลี่ยนเสื้อผ้าและเสื้อผ้าที่ใส่ในเทศกาลนี้ส่วนใหญ่แล้วจะมีการเก็บเอาไว้ชาวอินเดียมักจะไม่ทิ้ง 

      อย่างไรก็ตามในวันที่มีการจัดเทศกาล holi นั้นหากบ้านไหนที่เพิ่งแต่งงานได้ไม่นานและหญิงสาวที่อยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวนั้นคลอดลูกออกมาเป็นเด็กผู้ชายในวันเทศกาลโฮลีจะมีการจัดซุ้มกองไฟขึ้นมาเพื่อเป็นการปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีออกจากเด็กผู้ชายและเป็นการสร้างความเป็นสิริมงคลโดยวิธีนี้จะจัดขึ้นในช่วงเวลาตอนเย็นๆซึ่งคนอินเดียเชื่อว่าวิธีนี้คือพิธีบูชากองไฟนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet สมัคร

ประวัติจุดกำเนิดของน้ำ Coca Cola

หากพูดถึง น้ำ Coca Cola  ทุกคนย่อมรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะปัจจุบันนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นน้ำดื่มที่ได้รับความนิยมและมีผู้คนดื่มมากเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำเปล่านั่นเองนอกจากนี้ในปัจจุบันนี้ Coca Cola ยังมีคู่แข่งที่ชื่อว่าเป๊ปซี่ซึ่งลักษณะของรสชาติของเครื่องดื่มโคคาโคลากับเป๊ปซี่นั้นแทบจะไม่แตกต่างกันเลย

         โดยน้ำดื่มโคคาโคล่าในปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่าเป็นสีดำซึ่งจริงๆแล้วผู้ที่คิดค้นน้ำดื่มโคราชนั้นเขาเป็นเภสัชกรที่ชื่อว่า   จอห์น  แพมเบอร์ตัน  และอันที่จริงแล้ว สถานที่ในการคิดค้นเครื่องดื่มโคคาโคล่านั้นเกิดมาจากร้านขายยาที่ชื่อว่า   เจคอบ  ฟาร์มาซี  ซึ่งเป็นร้านขายยาของจอนนั่นเองโดยจอนนี้เป็นคนคิดค้นสูตรการผลิตเครื่องดื่ม Coca Cola ขึ้นมา

            ซึ่งเขานั้นต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะได้เครื่องดื่มที่มีรสชาติถูกปากคนทั้งโลกแบบนี้เพราะในครั้งแรกที่เขาคิดสูตรขึ้นมานั้นเขาใช้ยาที่มีขายอยู่ในร้านนำมาผสมเพื่อทำน้ำเครื่องดื่ม Coca Cola นั่นเองซึ่งในการทำส่วนผสมนั้นเขาเคยใช้ยาแก้ไอเป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องดื่ม น้ำ Coca Cola ด้วยอย่างไรก็ตามเขาใช้วัตถุดิบมากมายหลายชนิดในการที่จะลองทำเครื่องดื่มชนิดนี้

          เพราะเขาต้องการที่จะให้เครื่องดื่มที่เขาผลิตขึ้นมานั้นเป็นที่ต้องการของคนทั้งโลกและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งไม่สามารถมีใครลอกเลียนแบบเขาได้นั่นเองและในที่สุด จอห์น  แพมเบอร์ตัน สามารถทำสำเร็จได้ในที่สุดซึ่งวัตถุดิบที่เขานำมาใช้ผลิตนั้นก็หาวัตถุดิบหลายตัวมาผสมผสานกันจนเครื่องดื่มที่เขาผลิตขึ้นมานั้นมีรสชาติและสีที่ไม่เหมือนใครรวมถึงยังมีกลิ่นที่ไม่เหมือนน้ำดื่มที่ไหนมาก่อนอีกด้วย 

                หลังจากที่ได้น้ำที่รสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะเป็นที่เรียบร้อยแล้วเขาจึงได้มีการเติมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปและที่สำคัญเพื่อให้เกิดความหวานจึงมีการใส่น้ำเชื่อมผสมเข้าไปอีกด้วยและเนื่องจากว่าอยากจะให้เมื่อคนดื่มน้ำชนิดนี้เข้าไปแล้วสดชื่นกระปรี้กระเป๋าจึงได้เพิ่มส่วนผสมที่เป็นคาเฟอีนเข้าไปและยังมีการนำใบโคล่ามาสกัด  และ จอห์น  แพมเบอร์ตัน มาผสมอีกจนทำให้เครื่องดื่มที่จอห์น  แพมเบอร์ตัน ผลิตขึ้นมานั้น

            เมื่อใครได้กินก็รู้สึกสดชื่นซู่ซ่าเลยทีเดียว  อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเขาจะได้มีการผลิตเครื่องดื่มขึ้นมาเป็นที่นิยมแต่เขาก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะตั้งชื่อเครื่องดื่มชนิดนี้ว่าอะไรจนในที่สุดเขาก็ได้มีการถามผู้ช่วยของเขาซึ่งเป็นผู้ช่วยของเขานั้นก็เสนอว่าเครื่องดื่มชนิดนี้ควรจะชื่อ Coca Cola  นั่นเอง

             สำหรับคนที่ตั้งชื่อ Coca Cola นี้ก็คือแฟรงค์โรบินสัน  ซึ่งมีการตั้งชื่อ Coca Cola ในปีคริสต์ศักราช 1929   แต่ทางไปเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น  จอห์น  แพมเบอร์ตัน ก็เสียชีวิตลง  ทำให้กิจการเครื่องดื่มที่เขาบุกเบิกขึ้นนั้นถูกขายต่อให้กับนักธุรกิจคนหนึ่งที่ชื่อว่า เอซา กริกส์ แคนด์เลอร์  นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 

 

สนับสนุนโดย.   ufabet บาคาร่าออนไลน์

ตำนาน เทพีแห่งชัยชนะเทพีไนกี้

             หากพูดถึงคำว่า Nike หลายคนคงนึกถึงบริษัทแห่งหนึ่งของต่างประเทศที่มีการผลิตสินค้าเกี่ยวกับด้านกีฬาออกมาขาย  เทพีแห่งชัยชนะเทพีไนกี้  ซึ่งก็คือบริษัทไนกี้นั่นเองและคุณรู้หรือไม่ว่าแต่ที่จริงแล้วคำว่า Nike นั้นมีความหมายมาจากองค์เทพองค์หนึ่งซึ่งเป็นองค์เทพในสมัยกรีกโรมันโดยเทพี Nike นั้นถือว่าเป็นเทพีแห่งชัยชนะซึ่งตามตำนานของประเทศมีการเล่าขานกันเอาไว้ว่าแท้ที่จริงแล้วเทพีไนกี้นั้นเธอเป็นลูกสาวของเทพ พาลุลัส กับเทพ กับเทพสติกซ์  ซึ่งเทพทั้งสองนั้นองค์หนึ่งเป็นเทพแห่งการสู้รบและยังมีสติปัญญาแต่ในขณะที่อีกองค์นึงนั้นเป็นเทพแห่งการอาฆาตและความริษยา       

    

         นอกจากนี้ให้พี่ Nike ยังมีพี่น้องอีกหลายคนด้วยกันซึ่งแต่ละคนนั้นก็เป็นเทพที่ต้องรับใช้เทพเจ้าซุส  ในการออกไปทำศึกสงครามต่างๆพี่น้องตระกูลนี้จะต้องถูกสั่งให้ไปทำศึกสงครามและเทพเจ้า Nike ก็คือหนึ่งในองค์เทพที่ถูกสั่งให้ไปสู้รบในศึกสงครามเช่นเดียวกันและมักจะนำชัยชนะมาให้กับเทพเจ้าซุสอยู่เสมอจนในที่สุดจึงได้รับฉายาว่าเป็นเทพเจ้าแห่งชัยชนะนั่นเอง   บางตำนานเรียกเทพีไนกี้ว่าเทพีวิคตอเรีย 

         สำหรับประวัติการออกสงครามของเทพีไนกี้นั้น  เทพีแห่งชัยชนะเทพีไนกี้  โดยเทพเจ้าซุสได้เคยสั่งให้เทพีไนกี้ไปทำการสู้รบกับยักษ์ไททันรวมถึงยังเคยไปสู้รบในสงครามแห่งกรุงมาราธอนมาแล้วซึ่งแต่ละศึกสงครามที่เทพี Nike ออกรบนั้นก็สามารถคว้าชัยชนะมาได้โดยตลอดนั่นเอง      

       ปัจจุบันเทพีไนกี้นั้นเป็นสัญลักษณ์ของบริษัทต่างๆหลากหลายยกตัวอย่างเช่น บริษัทที่ผลิตเกี่ยวกับสินค้าทางด้านการกีฬายี่ห้อ Nike ซึ่งเป็นบริษัทชื่อดังอันดับโลกใครใครก็รู้จักบริษัทนี้มันเป็นอย่างดีขณะเดียวกันสัญลักษณ์ของเทพีไนกี้ก็ไปปรากฏอยู่บนกระโปรงหน้ารถยนต์ยี่ห้อโรสรอยซึ่งเป็นโลโก้ของเทพีไนกี้เลย  และการ์ตูนต่างๆของประเทศญี่ปุ่นอย่างการ์ตูนเรื่องเซนต์เซย่าเคยนำ Nike เป็นตัวละครบทหนึ่งในการ์ตูนดังกล่าวอีกด้วย   

             สำหรับชื่อเรียกของเทพีไนกี้นั้นอาจจะไม่ค่อยเคยได้ยินกันมากนักแต่ถ้าหากเรียกว่าเทพีวิคตอเรียแล้วเชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี  แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้เกี่ยวกับเรื่องราวของเทพีไนกี้ก็ยังคงมีการกล่าวขวัญถึงกันอยู่และยังคงมีรูปปั้นของเทพีไนกี้หรือเทพีสุริยาอยู่ตามสถานที่ต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศในเขตยุโรป   ซึ่งคุณสามารถหาชมรูปปั้นขององค์เทพีนี้ได้ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ หรือตามสถานที่สำคัญๆในประเทศทางแถบยุโรปนั่นเอง   

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.    แจ้งฝาก-ถอน ufabet

 

ตำนานอลิซาเบธ บาโธรี่

ตำนานอลิซาเบธ บาโธรี่ ได้เกิดในช่วงยุคสมัยจักรวรรดิฮังกาเรียนเธอนั้นได้เกิดในตระกลูที่ร่ำรวยมีพร้อมหมดทุกอย่างเรียกได้ว่าดีการเรียนก็ดีแล้วเธอก็ยังได้เรียนเก่งอีกด้วยเธอสามารถพูดได้หลายภาษาเลยไม่ว่าจะเป็นกรีกและก็ภาษาอื่นๆต่างๆนานา

โดยชีวิตของเธอว่ากันว่าถ้าเธอนั้นทำตัวดีๆก็อาจจะสุขสบายไปทั้งชีวิตเลยก็ว่าได้ด้วยมรดกต่างๆนานาที่ครอบครัวได้มีให้มีเพียงมรดกอย่างเดียวเท่านั้นที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่แย่นั่นก็คือเธอนั้นเป็นโรคลมชักเขาว่ากันว่ามันได้เป็นโรคกรรมพันธุ์ที่คนในตระกลูนี้ได้เป็นกันซะส่วนใหญ่แต่ว่าทั้งตระกลูของเธอนั้นก็ไม่มีใครซาดิสม์แล้วก็ความซาดิสม์ของเธอนั้นไม่รู้ว่าไปได้มาจากไหน

ซึ่งมันอาจจะเริมต้นมาจากที่เธอนั้นได้ใช้ชีวิตอยู่ในปราสาทก็เป็นได้โดยปราสาทยุคกลางในสมัยนั้นก็จะมีการทรมานผู้คนเป็นว่าเล่นกันเลยที่แปลกก็คือเหล่าเด็กๆคนอื่นที่เห็นคนที่ถูกทรมานในปราสาทก็จะกลัวแล้วก็ร้องไห้แต่ เด็กเล็ก ตำนานอลิซาเบธ บาโธรี่ ดูเหมือนว่าเธอจะชอบในการทรมานนี้เหลือเกินมีเรื่องเล่าว่าเธอนั้นได้หัวเลาะขณะเธอกำลังดูคนที่เย็บติดกับม้าอยู่ราวกับว่าดูรายการตลกอยู่เลย

นอกจากนี้เมื่ออลิซาเบธ บาโธรี่ได้เติบโตขึ้นมาเธอก็ได้มีผิวพรรณที่งดงามสวยมากนั่นเองก็เลยได้ทำให้ครอบครัวของเธอเองได้หมั้นหมายกับสามีในอนาคตของเธอแล้วก็ได้ส่งเธอเข้าไปอยู่ในปราสาทของสามีในอนาคตเมื่ออายุ10ขวบและนี่เองก็เป็นการเริ่มต้นของคู่สามีภรรยามหาภัย

เนื่องจากนี้สามีของเธอนั้นก็โหดใช่ย่อยมีเรื่องเล่าว่า อลิซาเบธ บาโธรี่ เธอเป็นคนที่ตันหาราคะจัดมักจะกระหายอยู่เลื่อยและก็มีอยู่หลายๆครั้งเลยที่เธอมักจะไปเล่นอะไรที่มันพิลึกกับชายคนอื่นและได้ทำให้เธอนั้นตั้งท้องขึ้นมาแต่เธอได้เอาลูกออกในภายหลัง

เมื่อสามีรู้เข้าดังนั้นแทนที่สามีจะทำอะไรแต่เปล่าเลยกลับนิ่งใช่ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นแต่ผ่านไปสักพักไอหนุ่มเคราะห์ร้ายคนนั้นก็ถูกตัดอวัยวะเพศแล้วก็โยนเอาให้หมากินรวมไปถึงตัวของเขาเองด้วยโดย อลิซาเบธ บาโธรี่ เธอนั้นก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากด้วยราวกับว่าพ่อหนุ่มคนนี้เป็นของเล่นชนิดหนึ่ง

ดังนั้นเมื่ออลิซาเบธ บาโธรี่มีอายุครบ14ปีอลิซาเบธ บาโธรี่เธอก็ได้แต่งงานกับสามีของเธองานในวันนั้นจะเป็นงานที่ยิ่งใหญ่มากจัดงานจนถึง3วัน3คืนกันเลยแล้วเธอก็ได้ของขวัญต่างๆมากมาย

 

 

สนับสนุนโดย    ufabet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ออโต้

คำสาปของฟาโรห์ มีอยู่จริง

คำสาปของฟาโรห์ ก็คือ กษัตริย์ของอียิปต์ในสมัยก่อนนั้นเอง ซึ่งที่จะทำหน้าที่ที่จะคอยปกครองประชาชนของอียิปต์ในยุคนั้นซึ่ง ฟาโรห์ที่ดังจนมาถึง ทุกวันนี้ก็คือ ฟาโรห์ตุตันคาเมน(King Tutankhamun) ซึ่งฟาโรห์นั้นได้มีอยู่หลายยุคหลายสมัยมาก ทั้ง King Ramses I King Ramses II และนอกจากนี้ยังมีกษัตริย์ หญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง Cleopatra อีกด้วย

ซึ่งเหตุผลที่ ฟาโรห์ตุตันคาเมน(King Tutankhamun) นั้นเป็นฟาโรห์ที่ได้มีการพูดถึงกันอยู่มากก็เพราะว่าในบริเวณที่ค้นพบนั้นได้เป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่มากซึ่งเป็นบริเวณเดียวในบรรณดาฟาโรห์ทั้งหมดที่ได้มีการค้นพบ ซึ่งได้มีคำถามมากมายที่เพิ่มขึ้น

ในหัวของนักโบราณคดีหลายคำถามเช่น ขนาดของโรงศพที่มีความไม่สมประกอบกับมัมมี่ภายในโรง บริเวณที่ได้มีการฝั่งโรงศพนั้นสิ่งของหรือความหรูหราต่างๆไม่น่าที่จะเป็นของฟาโรห์เลย และคำสาปของฟาโรห์ที่ได้มีการกล่าวไว้ว่า ถ้าหากผู้ใดมีการเข้ามารบกวนฟาโรห์ผู้นั้นจะต้องมีอันเป็นไป

คำสาปของฟาโรห์ ซึ่งในปี1922 นั้นนักโบราณคดีท่านหนึ่งที่มีชื่อว่า Howard Carter และทีมงานของเขาอีก22คน นั้นได้มีการค้นพบ หลุมศพของฟาโรห์และต่อมาได้มีการทราบชื่อว่าเป็นฟาโรห์ตุตันคาเมน(King Tutankhamun)  และหลังจาการค้นพบนั้นก็ได้มีการขนย้ายพระศพของฟาโรห์ตุตันคาเมน(King Tutankhamun) และได้มีการขนย้ายสิ่งของต่างๆที่เป็นเครื่องราง ของใช้ หรือสมบัติที่อยู่ในห้องของพระศพนั้นได้มีการถูกขนย้ายออกไปแทบจะทั้งหมด และหลังจากนั้นทีมนักสำรวจของ Howard Carter นั้น

ทั้ง22คนได้มีการเริ่มล้มป่วยและได้มีการเสียชีวิตเกิดขึ้นเรื่อยๆและในรูปแบบแปลกกันทั้ง22คนแต่มีการเสียชีวิตที่ได้มีความน่าสนใจอย่างมากจนมีการถูกพูดถึงตั้งแต่นั้นอดีตจนปัจจุบัน ซึ่งนอกจากนี้ยังเป็นบุคคลใกล้ตัวของ Howard Carter อีกด้วยนั้นก็คือ Lord Carnarvon และอีกคนก็คือ Bruce Ingham

 

โดยที่เหตุการณ์แปลกๆนั้นได้มีการเริ่มเกิดขึ้นหลังจาการเคลื่อนย้ายพระศพ และสิ่งของต่างๆออกมาไม่กี่วัน และเกิขึ้นครั้งแรกในบ้านของ Howard Carter อีกด้วย และเหตุการณ์นั้นก็คือ มีผู้ช่วยคนหนึ่งได้มีการไปทำงานที่บ้านของ Howard Carter นั้นก็ได้มีการได้ยินเสียงร้องไห้อยู่หลายครั้งนั้นและมีอยู่วันหนึ่งที่เขาได้พบว่ามีงูเห่าตัวหนึ่งได้ทำการกัดนกของ Howard Carterนั้น

อยู่และนั้นก็ได้มีการโยงเชื่อมไปถึงความเชื่อของ อียิปต์โบราณที่ได้กล่าวไว้ว่านี้อาจะเป็นรางร้ายก็เป็นได้ เพราะงูเป็นสัตว์เทพที่ชาวอียิปต์มีการเคราพ์นับถือซึ่งเป็นตัวแทนของเทพ Apophis นั้นเอง และต่อมาก็ได้มีข่าวการถ่มของสุสารของกษัตริย์ตุตันคาเมน(King Tutankhamun) และหลังจากนั้นทีมสำรวจของ Howard Carter ได้มีการเริ่มทยอยเสียชีวิตกันที่ล่ะคน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.  ufabetฝ่ายบริการ

การเผยแพร่ศาสนาสมัยรัชกาลที่4

การเผยแพร่ศาสนาสมัยรัชกาลที่4 การขนย้ายที่เห็นกันมันไม่ใช่เป็นเรื่องลับในสมัย รัชกาลที่5 ลงหนังสือพิมพ์ถามว่าคนไทยเห็นไหม เห็น กำลังขนเทวรูปที่มีนาคพันอยู่และ ฝรั่งเศสขนสมบัตินครวัดไปไหน (สยาม) รัฐท่ามกลางจักวรรดินิยม พวกยุโรปเป็นนักวิชาการอยู่แล้วทุกคนก็เลยต้องยกให้อังกฤษเป็นผู้ค้นพบโบราณวัตถุที่มีค่าที่สุดของโลกก็คือ วัฒนธรรมอียิปต์

ซึ่งฝรั่งเศสพอได้คลองซูเอซตั้งแต่ยุคนโปเลียนยังไม่ได้เป็นสาธารณรัฐก็เริ่มมาแล้วก็เห็นว่ากางแผนที่ดูแล้วภูมิภาคหลายอันถูกจับจองโดยอังกฤษไปหมดแล้ว โดยเฉพาะอินเดีย อินเดีย มาเลเซีย มาลายู จะเหลืออยู่แค่อินโดจีนฉะนั้นเขาก็ต้องหาทางที่จะไปอินโดนจีนให้ได้

เมื่อเขาพอได้อินโดนจีนจึงเป็นที่มาของการค้นพบว่าที่ เขมร จะมีCivilization อารยธรรมที่เทียบเคียงกับอียิปต์ได้อาจจะไม่3พันปีเท่าอียิปต์แต่พันกว่าปีฉะนั้นเขาจึงหวงมากว่าจะต้องทำอย่างไรสักอย่างหนึ่งที่จะต้องเข้าสู่แหล่งอารยธรรมโบราณแห่งนี้ให้ได้ก็มาเป็นต้นเหตุของการที่เขาเข้ามาในสมัยร.4 

การเผยแพร่ศาสนาสมัยรัชกาลที่4 เพราะอะไรเพราะว่ารัชกาลที่4เขาเปิดประเทศท่านทำสัญญากับ เบาว์ริงกับประเทศอังกฤษทให้คนอังกฤษเข้ามาจุ้นจ้านมากฝรั่งเสศในยุคนั้นเข้ามาจะมีอยู่2กลุ่มเท่านั้นกลุ่มหนึ่งคือหมอสอนศาสนาดังนั้นเขาจะเปิดมิสซังคาทอลิกขึ้นซึ่งตอนนี้ยังอยู่ที่หน้าโบสถ์อัสสัมชัญบางรักยังเป็นมิสซังคาทอลิกอยู่เขาจะมีพระสังฆราชเขาจะดูแล นโปเลียนที่3ท่านจะเป็นองค์ศาสนูปถัมภกของคาทอลิกท่านจะสนับสนุนการเผยแพร่ศาสนาคาทอลิกมาก

เพราะฉะนั้น นโปเลียนจะสนับสนุน มิสซังคาทอลิก บังเอิญเขาเลือกประเทศไทยเลยกลายมาเป็นศูนย์กลางของการเผยแพร่ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่4 ฉะนั้นมันเลยกลายมาเป็นที่มาของการที่มีบาทหลวง ปาล เลอกัวซ์ สนิทสนมกับ เจ้าฟ้าที่ทำงานมงกุฎ ตอนที่ท่านผนวชอยู่ที่ (วัดราชาธิวาส) เป็นต้น

พอสนิทกับบาทหลวง ปาล เลอกัวซ์ ก็เลยให้สิทธิ์ต่างๆ บาทหลวงปาล เลอกัวซ์ก็เลยทำตัวเป็นสายลับที่เราใช้คำว่าสายลับอย่างไม่เป็นทางการมีอะไรก็รายงานไป เพราะว่าบาทหลวง ปาล เลอกัวซ์ คือมิสซังคาทอลิกจะมีพระสังฆราชพระสังฆราชประจำอยู่ที่กรุงเทพจะมีหน้าที่ส่งพระไปเผยแพร่ที่จีน พม่า เวียดนาม อินโดนีเซีย กรุงเทพกลายเป็นศูนย์กลางของการเผยแพร่ศาสนา

กลุ่มแรกคือพวกบาทหลวงใช้คำว่าเป็นนักบวช กลุ่มที่สองจะเป็นกลุ่มที่นักสำรวจเข้ามาก็จะมาหาใครละถ้าไม่ใช่นักบวชฉะนั้นกลายเป็นว่าเวลาเราไปเยี่ยมมิสซังคาทอลิกจะมีเอกสารเขาจะหวงมากตั้งแต่สมัย ฟรังซิล การ์นีเย ซึ่งก็ถือว่าเป็นนักสำรวจที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งหรือแมกระทั่ง อองรี มูโอต์ ค้นพบนครวัด

 

สนับสนุนโดย     สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ตำนานพระเจ้าพรหม กุมารวีรบุรุษที่ได้กอบกู้บ้านเมืองจากพวกขอม

ซึ่งอำเภอแม่จันทร์ในจังหวัดเชียงรายได้ถูกสันนิษฐานกันว่าอาจจะเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณอีกเมืองหนึ่งที่ได้ถูกบันทึกเอาไว้ในพงเสาวดารเหนือในตำนานได้กล่าวถึงเรื่องรวในการสร้างเมืองใหม่บนที่ราบเชียงแสนเอาไว้ว่า พญาสิงห์นวัดได้รวบรวมเอาคนพื้นเมืองกลุ่มต่างๆแล้วจัดตั้งเป็นอาณาจักรโยนกนาคพันธ์ สิงห์นวัดนคร

ตำนานยังได้เล่าถึงพระเจ้าพรหม กุมารวีรบุรุษที่ได้กอบกู้บ้านเมืองจากพวกขอมและช้างทรงคู่บารมีชื่อพรานคำที่ยังคงถูกพูดถึงและได้ถ่ายทอดออกมาได้รู้แบบของศิลปะร่วมกับวัฒนธรรมล้านนาอย่างกลมกลืนผ่านการประดับประดาวัดและเป็นสถานที่สำคัญของเชียงแสนมาทุกยุคทุกสมัย

โดยพื้นที่ที่ตรงนี้พยายามจะตอกย้ำหรือเชื่อมโยงถึงความสัมพันธ์อันเก่าแก่ก็คือพยายามโยงไปถึงยุคโยนกนาคพันธุ์โยนกนาคไชยบุรีที่ยุคเก่าเลยดังนั้นตำนานยุคเก่าที่เป็นลายลักษณ์อักษณก็จะกล่าวถึงช้างงูที่กษัตริย์ในอดีตสามารถจับงูในแม่น้ำโขงแล้วกลายเป็นช้างคู่บารมีที่สำคัญ

นอกจากนี้ตัวนี้น่าจะเกิดการรับรู้และผลิตสืบซ้ำต่อกันมาเมื่อมีการสร้างสถานที่ตรงนี้ขึ้นมาเป็นสะดือเมืองและในความเป็นสิ่งเก่าแก่ที่พยายามอ้างให้เห็นความสืบเนื่องจึงได้นำเอาตำนานนี้มาผูกให้เกิดเป็นรูปธรรมผ่านสัญลักษณ์ต่างๆเช่นรูปปั้นอดีตกษัตริย์กำลังจับงูแล้วกำลังจะกลายเป้นช้างแบบที่เราเห็น

แม้กระทั่งลายประดับตรงสันมณฑปของสะดือเมืองตรงนี้ก็จะเห็นว่าโดยขนบเดิมจะเป็นรูปมกรคายนาคแต่ตรงนี้ก็พยายามทำให้เอกลักษณ์โดยการปรับนาคให้เป็นช้างงูเป็น มกรคายช้างงูออกมาแทนตรงนี้ก็ทำให้เห็นการผสมผสารตำนานความเชื่อและโยงเข้ากับประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นผ่านศิลปกรรมที่เป้นรูปธรรมทั้งรูปปั้นช้างงูตัวนี้และมกรคายช้างงูข้างบนสันหลังคา

ดังนั้นเรื่องราวของเมืองบริเวณที่ราบเชียงแสนที่ได้ถูกทำลายและสร้างขึ้นใหม่หลายครั้งได้ดำเนิดมายาวนานหลายพันปีนับตั้งแต่ตำนานสุวรรณโคมคํา จนมาถึงยุคพญาแสนภูกษัตริย์องค์ที่3ของราชวงค์มังรายที่ได้ขึ้นครองอาณาจักรล้านนากล่าวได้ว่าเชียงแสนในยุคนี้มีความรุ่งเรืองมาที่สุดเพราะพญาแสนภูมีพระราชประสงค์ให้สร้างเมืองนี้ขึ้นเป็น เมืองหิรันนครไชย์บุรีสีเชียงแสน

ด้วยจุดมุ่งหมายให้เป็นเมืองหน้าด่านทางการค้าและเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรล้านลาแห่งใหม่และจะเห็นได้จากความร่ำรวยทางวัฒนธรรมในเขตเวียงเชียงแสนที่เต็มไปด้วยวัดวาอารามและโบราณสถานที่มีความสำคัญมากกว่า70แห่งที่ได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาบนสถานที่แห่งนี้ในสมัยพญาแสนภูกษัตริย์องค์ที่สามของล้านนา

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ติดต่อ ufabet

ผลงานและคุณค่าของงาน

สิ่งที่สะท้อนถึงรูปแบบทั้งความคิดและการแสดงออกถึงความคิดเห็นของผู้คนจำนวนมากมีรูปแบบใหม่ๆมากมาย ในส่วนของการเรียนรู้และการสร้างสรรค์ผลงานในส่วนของรูปแบบของงานศิลปะที่สร้างเกี่ยวกับพื้นผิวรูปแบบหรือไม่เป็นรูปภาพรวมถึงตัวบุคคลต่างๆ ในส่วนของบุคคลสำคัญในศาสนาซึ่งเป็นเทือกเขาสำคัญในการทำงานต่างๆในส่วนของงานศิลปะ

ที่มีการพัฒนาและการสร้างสรรค์และทำให้ผลงานต่างๆมีการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาสร้างความพึงพอใจผู้ปกขณะและผู้สร้างงานต่างๆตำราต่างๆทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับศิลปะในยุคปัจจุบันที่มีอ้างอิงหรือไม่เช่นการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆที่มีการศึกษาในรูปแบบใหม่ๆมากยิ่งขึ้นในส่วนของการพัฒนา

การเรียนการสอน และการพัฒนาการศึกษาต่างๆที่นำมาซึ่งการวิวัฒนาการของข้อมูลในยุคปัจจุบันที่การเปลี่ยนแปลงของการวิวัฒนาการในขณะนี้เองนำมาสู่การพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมในการสร้างผลงานดังกล่าว ทุกคนต่างในปัจจุบันยังคงมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนารูปแบบต่างๆที่เพิ่มขึ้นของการเรียนรู้ด้วยการสร้างสรรค์ผลงานแนวคิดต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการศึกษาจากผู้ที่มีความรู้ในการถ่ายทอดถึงรูปแบบงานศิลปะต่างๆในยุคปัจจุบันก็สามารถศึกษาได้ในมหาวิทยาลัยต่างๆ

รวมถึงการศึกษารูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นประถมมัธยมดังกล่าวก็เป็นสื่อกลางในการพัฒนาถึงพื้นฐานในการทำงานต่างๆในปัจจุบันที่สะท้อนถึงความคิดต่างๆของมนุษย์ซึ่งในปัจจุบันมนุษย์สามารถเข้าถึงรูปแบบงานต่างๆเหล่านี้ได้

ผลงานที่สะท้อนออกมาเป็นงานศิลปะหลายชิ้นที่บันทึกเรื่องราวโดยการเรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างความคิดและคุณค่าของงานให้มากที่สุด เรื่องราวที่สำคัญมากที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาและปรับปรุงงานศิลปะในแง่ของโครงสร้างหน้าที่ระบบงานศิลปะและแม้แต่การนำเสนอ

นี่คือการพัฒนาและการส่งมอบงานศิลปะในปัจจุบัน .. มีรูปทรงต่างๆ การเรียนรู้และการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด บทบาทที่สำคัญที่สุดในยุคปัจจุบันคือกิจกรรมของมนุษย์ในชีวิตประจำวันและแม้กระทั่งในปัจจุบันก็เป็นโครงสร้างที่สำคัญในการนำเสนอโครงสร้างหรือแม้แต่ในการพัฒนาระบบความคิดของมนุษย์ โดยการสร้างผลงานต่างๆที่อยู่คู่กับผู้คนมาเป็นระยะเวลานานเกี่ยวกับการศึกษาหรือไม่เช่นรูปแบบของงานประติมากรรมต่อที่การศึกษาของสิ่งต่างๆเหล่านี้เอง

นำมาสู่การพัฒนาการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆการเขียนรูปแบบในการทำงานและการเปลี่ยนแปลงทำให้ธุรกิจต่างๆมีการแสดงความรู้สึกความพึงพอใจในการสร้างผลงานและความสำเร็จในการชื่นชมผลงานตัวเอง แต่บางคนยังสามารถหาเลี้ยงชีพได้ด้วยการพัฒนารูปแบบงานต่างๆในการขายหรือทำรูปแบบงานที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้คน โดยคุณค่าของงานต่างๆอยู่ที่การทำงานหรือการวิวัฒนาการของรูปแบบในการทำงานต่างๆมากมายซึ่งผลงานต่างๆและคุณค่าต่างๆในการทำงานต่างๆเหล่านี้มีวิวัฒนาการเช่นเดียวกัน 

 

สนับสนุนโดย   ติดต่อ ufabet