Tag Archives: เรื่องที่น่าสนใจ

ประเพณีภาคใต้

ประเพณีแข่งขันตีโพน สำหรับประเพรณีแข่งขันตีโพนนั้นจะมีวันเริ่มขึ้นเมื่อตั้งแต่ปลายเดือน10จนถึงแรม1ค่ำเดือน11และได้จัดควบคู่ไปกับประเพณีลากพระในวันออกพรรษาก่อนที่จะถึงวันแข่งขันสำหรับเหล่านักตีโพนต่างก็ขยันกันในช่วงของสิ่งประดิษฐ์เพื่อที่จะได้เสียงของโพนนั้นออกมาอย่างดีที่สุดและมีเสียงที่เพราะมากที่สุดและได้เลือกเอาไม้เนื้อแข็งตาลโตนดจำปาป่าขนุนป่าแกะสลัดเป็นรูปวงกลมคล้ายกับอกไก่และใช้หนังควายแก่ซึ่งเป็นที่นิยมใช้เพราะมันจะมีความเหนียวและทนทานใช้เป็นหนังหุ้มโพนของพัทลุงและจึงได้มีชื่อเสียงโด่งดังด้วยการที่พิถีพิถันในการประดิษฐ์และมีรูปทรงที่สวยงามจึงได้โพนออกมาที่มีเสียงเพราะมากที่สุด   ประเพณีการแข่งขันว่าว จังหวัดสตูล สำหรับด้านประเพณีการแข่งขันว่าวจะมีวันจัดเริ่มขึ้นวันที่19กุมภาพันธ์2519ซึ่งโดนคณะครูอาจารย์โรงเรียนสตูนวิทยาและชาวในตำบนคลองขุด อำเภอเมือง จังหวัดสตูนได้เริ่มจัดการแข่งขันเนื่องจากในช่วงของเดือนกุมภาพันธ์ลมมรสุมทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือหรือลมว่าวกำลังพัดย่านย้อนที่สนามบินและในส่วนของจังหวัดภาคใต้เหมาะแก่การเล่นว่าวซึ่งได้เป็นการละเล่นพื้นเมืองที่ได้มีการลงทุนน้อยหรือใช้งบประมาณน้อยอีกทั้งยังเล่นง่ายและยังได้เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านที่ได้ประดิษฐ์ว่าวประเภคต่างๆนั้นขึ้นมา ซึ่งประกอบกับคนไทยที่มักชอบประดิษฐ์ช่างคิดช่างทำเห็นควายอยู่ในนาที่มันกำลังเก็บเกี่ยวและจึงได้จำลองหน้าตาของควายลงในตัวว่าวในคณะที่ว่าวนั้นได้ลอยอยู่กลางอากาศในส่วนหางจะอยู่ด้านบนส่วนหัวเขาจมูกหูจะอยู่ส่วนล่างสำหรับว่าวนั้นจะมีเสียงดังอยู่ไม่นิ่งซ่ายไปมาเหมือนกับนิสัยบ้าบิ่นของควายชาวบ้านนั้นต่างก็พากันเรียกว่าว่าวควายซึ่งได้เป็นสัญลักษณ์ของการเล่นว่าวในตัวจังหวัดของสตูนซึ่งถ้าหากใครที่อยากจะไปชมประเพณีนี้ได้ก็สามารถได้ที่จังหวัดสตูนในช่วงของเดือนกุมภาพันธ์รับลองเลยว่าต้องตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอน   ประเพณีแห่ผ้าขึ้นพระธาตุ พระบรมธาตุของนครศรีธรรมราชเป็นที่ศรัทธาของคนชาวเมืองนครศรีธรรมราชและชาวใต้สืบมายาวนานนับพันปีเมื่อได้เข้าถึงวัน15ค่ำเดือน6พุทธศาสนิกชนต่างรวมกันสักการะองค์พระมหาธาตุก่อเกิดประเพณีแห้ผ้าขึ้นธาตุ จะเห็นได้ว่าประเพณีถือได้ว่าเป็นประเพณีที่เรานั้นควรจดจำและบันทึกไว้เป็นเรื่องราวที่ดีเพราะเป็นการเอ่ยถึงประวัติเรื่องราวที่มาได้เป็นอย่างดี โดยจะกล่าวถึงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับความเป็นมา โดยทุกสิ่งที่เรานั้นได้ทำปฏิบัติกันมาล้วนแต่มีความสำคัญและควรสืบทอดให้ไว้ลูกหลานของเราอีกทอดนึง 

ประเพณีการผูกข้อมือ

ประเพณีผูกข้อมือแต่ละภาคอีสาน และภาคเหนือ  วันนี้เรานั้นจะไปดูว่าแต่ละภาคนั้นเขามีพิธีผูกข้อมือกันแบบไหน และเรียกกันแบบไหนกันบ้างเพื่อว่าจะมีหนุ่มๆนั้นมาขอเราจะได้ทำตัวถูกว่าเรานั้นต้องทำตัวแบบไหนเพราะว่าแต่ละภาคนั้นคงไม่เหมือนกันแน่ เราไปดูกันค่ะว่าแต่ละภาคนั้นมีชื่อเรียกกันว่าอย่างไร  พิธีผูกข้อมือแต่งงานภาคอีสาน   ส่วนพิธีผูกข้อมือแบบอีสานเป็นการเข้าพิธีแต่งงานด้วยการนั่งบริเวณหน้าบายศรีและจะมีพระสงฆ์มาสวดมนต์ เพื่ออวยพรให้คู่บ่าวสาวมีความสุขและเป็นสิริมงคลในพิธีแต่งงานหลังจากนั้นญาติผู้ใหญ่มาร่วมงานผูกข้อมือด้วยการเอาด้ายหรือไหมพรมเส้นเล็กๆมาผูกข้อมือให้คู่บ่าวสาวเพื่อเป็นสิริมงคลโดยลำดับของผู้ผูกจากญาติผู้ใหญ่ก่อนจะให้คนอื่นมาอวยพรพร้อมกับผูกข้อมือให้คู่บ่าวสาวอีกรอบ การสู่ขวัญกับก่ายคือให้หญิงชายคู่นั้นเข้าพาขวัญด้วยการเอามือก่ายกันให้แขนเท้าก่ายแขนนางเอาแขนชายทับแขนฝ่ายหญิงเสร็จผูกแขนให้ชายหญิงแล้วเอาไข่มาปอกเส้นผมตัดตรงกลางแล้วตรวจดูว่าไข่ที่ผ่านั้นเต็มใบหรือไม่ถ้าเต็มแสดงว่าบ่าวสาวนั้นจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขสมบูรณ์ตลอดไปแล้วก็ยื่นไข่ครึ่งหนึ่งให้ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงต่างคนต่างป้องกันเสร็จแล้วผู้ชายจะนำดอกไม้ธูปเทียนไปขอขมาพ่อแม่ และบรรดาผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิง แล้วฝ่ายชายนั้นก็พากันกลับไปบ้านของตนซึ่งเรียกได้ว่าเป็นขั้นตอนง่ายๆของบ่าวสาวสมัยใหม่และไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องพิธีแต่งงานซักเท่าไหร่ซึ่งเรานั้นรองเอามาใช้กับงานของตัวเองก็ได้  พิธีผูกข้อมือของภาคเหนือ ซึ่งภาคเหนือนั้นเรีกพิธีผูกข้อมือนั้นว่า พิธีฮ้องขวัญ  พิธีเรียกขวัญซึ่งมีขั้นตอนด้วยการให้คู่บ่าวสาวมานั่งที่ตั่งเรียบร้อยแล้วจากนั้นพ่อแม่เจ้าสาวนั้นจะสวมมาลัยให้เจ้าบ่าวเพื่อรับเป็นลูกเขย และก็พ่อแม่ของเจ้าบ่าวนั้นก็สวยพวงมาลัยให้กับเจ้าสาวเหมือนกันเพื่อรับเป็นสะใภ้เช่นกัน และจากนี้ก็ให้ประธานในพิธีนั้นเป็นคนสวมมงคลแฝด และเจิมหน้าผากและก็เข้าสู่พิธีเรียกขวัญ ทำขวัญ  หรือว่าฮ้องขวัญเสร็จแล้ว โดยจะมีหมอขวัญนั่งข้างหน้าคู่บ่าวสาวจะใช้เวลาในการทำพิธีฮ้องขวัญประมาณ 20 นาทีพอเรียกขวัญเสร็จแล้วหมอขวัญนั้นจะเป็นผู้ผูกข้อมือก่อนจากนั้นก็เป็นพ่อแม่และตามด้วยญาติพี่น้องตามด้วยเพื่อนฝูงมาตามลำดับจากนั้นให้ผู้ที่สวมเป็นผู้ถอดมงคลให้แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จพิธีผูกข้อมือแบบภาคเหนือ 

กำแพงเมืองจีนสร้างขึ้นมาทำไม

การสร้างกำแพงเมืองจีนสร้างขึ้นมาทำไม กำแพงเมืองจีนถือเป็นสัญญาลักษณ์ที่คัญอย่างหนึ่งของประเทศจีนที่เราทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี เป็นสิ่งก่อสร้าวที่ถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน ใครที่ไปเมืองจีนอยากที่จะไปสำผัสความยิ่งใหญ่ของกำแพงแห่งนี้ดูสักครั้ง แม้ว่ากำแพงแห่งจะม่อายุที่ยาวนานมากพอสมควรแล้วแต่ว่าบางส่วนของกำแพงก็ยังถือว่าคงสภาพเอาได้เป็นอย่างดี ผ่านลม ผ่านฝน ผ่านแดมาร่วมหลายร้อย หลายพันปี ลักษณะของกำแพงที่มีป้อมขั้นเป็นช่วงๆแห่งถูฏสร้างขึ้นเมื่อ ในสมัยราชวงศ์ฉิน หลายๆคนคงสงสัยว่า เหตุใดทำไมกำแพงแห่งถูฏสร้างขึ้น? เพราะเป็นกำแพงที่มีความยาวมากที่สุดในโลก แล้วเหตุใดชนชาติจีนถึงต้องสร้างกำแพงที่มีความยาวมากเช่นนี้ขึ้น นั้นก็เป็นเพราะเพื่อเป็นการป้องกันการบุกรุกจาก ชาวฮัน ซึ่ง ชาวฮัน นั้นก็เป็นเมืองที่เป็นไม้เบื่อไม้เมา ของประเทศจีนในยุคที่มีอารยธรรมอันเก่าแก่ หรือว่า ในยุคต้นๆ ของการรวมชาติจีน ประมาณสมัยราชวงศ์โจว หรือในช่วง 400 ปีการคริสตกาล เนื่องจากมีพื้นที่ที่มีเขตแดนติดกัน ทำให้เกิดการรุกกรานดันเกิดขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างกำแพงที่มีความยาหลายพันหลายหมื่นลี้แห่งนี้เพื่อป้งกันแนวชายแดนของชาติตนเอง ซึ่งหลังๆมานี้ก็ได้มีการถูกบุกรุกจากพวกเผ่าที่มีที่อยู่อาศัยเร่ร่อน อย่างพวก มองโกเลีย และ แมนจูเรีย  ซึ่งความยาวของกำแพงเมืองจีนมีการตรวจวัดได้ประมาณ 21,196.18 กิโลเมตร ถูกจัดให้เป็นสิ่งมหัศจรรยยุคกลางที่ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ ซึ่งมีเคยมีความเชื่อกันว่ากำแพงแห่งสามารถมองเห็นได้เมื่อเามองเข้ามาจากนอกโลก ซึ่งความเป็นจริงเราไม่สามารถมองเห็นกำแพงนี้ได้เมื่อเราอยู่นอกโลก เพราะว่ากว่าเราจะมองเห็นกำแพงนี้ได้ด้วยความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศส่งผลทำให้เราไม่สามารถมองเห็นกำแพงแห่งจากนอกโลกได้ เป็นคำถามที่ชวนสงสัยอีกเช่นกันว่า กำแพงที่มีความยาวมากแห่งจะใช้เวลาสร้างเท่าใด เพราะนอกจากจะมีความยาวที่มากมายแล้ว ขั้นตอนในสร้างก็ลำบากมากเช่นกัน ซึ่งกำแพงแห่งได้ถูกแบ่งการสร้างออกเป็นถึง 4 ช่วง ใน 4 ราชวงศ์ คือเมื่อ 205… Read More »

ศิลปะการแสดงโปงลาง

ศิลปะการแสดงโปงลางมีดังนี้ โปงลางถือเป็นศิลปะการแสดงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในทางภาคอีสาน “โปงลาง” ถือเป็นการเอาชื่อเรียกของเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของทางภาคอีสานมาตั้งเป็นชื่อการแสดงที่เป็นวง เหมือนเป็นการรวบรวมเอาศิลปะดนตรีและการฟ้อนรำมารวมกันกลายเป็นวง โดยมีชื่อเรียกว่าวงโปงลาง โปงลางเป็นเครื่องดนตรีที่เกิดจากการเอาสิ่งรอบตัวมาประยุกต์จนเกิดเป็นเครื่งดนตรีที่มีความไพเราะ ซึ่งเกิดระฆังที่เอาไว้แขวนคอสัตว์เลี้ยงเพื่อให้เกิดเสียง และได้ถูกพัฒนาจนกลายเป็นเครื่องดนตรีขึ้น โปงลางจะมีลักษณะที่ถูกทำขึ้นด้วยไม้เนื้อแข็ง และเหล่าให้เป็นรูปร่างที่เหมาะสำหรับการเกิดเสียงแล้วทำขึ้นตามโน๊ตต่างๆและถูกร้อยรวมกันจนมีลักษณะคล้ายกับระนาด แต่ว่ามีลักษณะเป็นแนวตั้ง เรียงลำดับตามตัวโน๊ตทั้ง 12 โน๊ตไล่ตั้งแต่เสียงสูงไปเสียงต่ำ นอกจากโปงลางที่ทำด้วยไม้แล้วยังมีโปงลางที่ทำด้วยเหล็กอีกด้วย และตีด้วยไม้ที่มีลักษณะเป็นหัวหงอน 1 คู่เอาไว้ใช้ตีให้เกิดเสียง    แต่ว่าวงโปงลางจะประกอบไปด้วยเครื่องดนตรีหลายชนิด ที่เป็นเอกลักษณ์ของทางภาคอีสาน หลักๆก็จะประกอบไปด้วย โปงลาง พิณ แคน โหวต กลองยาว กลองรำมะนา ฉิ่ง ฉาบเล็ก ฉาบใหญ่ และเบส ซึ่งเบสถือเป็นเครื่องดนตรีที่เข้ามาบทบาทในภายหลัง แต่ก็อาจจะมีดนตรีอื่นๆที่เขามาประกอบด้วย เช่น ซอ ปี่ภูไท และอื่นๆตามแล้วแต่ล่ะการแสดงของเพลงนั้นๆ และที่บอกว่าเบสคือเครื่องดนตรีที่เข้ามาบนบาทในภายหลังนั้นก็คือ ในสมัยก่อน เบสนั้นถือเป็นเครื่องดนตรีฝรั่งที่ค่อนข้างหาได้ยาก ซึ่งเครื่องดนตรีที่ทำหน้าที่แทนเบสในอดีตนั้นก็คือ ไห ไหแต่ก่อนถือเป็นเครื่องดนตรีอีกชนิดเหมือนกัน โดยการเอาหนังยางเส้นใหญ่ๆมาขึงคั่นปากไหเอาไว้ แล้วก็ดีดจนเกิดเสียงี่มีลักษณะคล้ายกับเสียงเบส ไหเองก็ก็ประกอบไปด้วยไหทั้ง 4 ใบขนาดเล็กใหญ่ตามขนาดของเสียงและใช้ไมค์ล่อเพื่อขยายเสียงของการดีดให้ แต่ในปัจจุบันเบสได้เข้ามามีบทบาทแทนมากขึ้นเนื่องจากสะดวกต่อการใช้งานและให้เสียงที่คงที่กว่า ไหจนได้ถูกลดบทบาทการเป็นเครื่องดนตรีลงไป แต่ด้วยความที่อยากจะอนุรักษ์ไหเอาไว้ จึงได้ประยุกต์นำมาเป็นอุปกรณืที่เอาไว้ใช้สำหรับการแสดงนั่นก็คือ “นางไหซอง”… Read More »

บนบานศาลกล่าว

เราถูกปลูกฝังให้เติบโตมากับความเชื่อและความศรัทธา พ่อแม่จะสอนอยู่เสมอให้เราเชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ ว่าเราทำดีแล้วย่อมได้รับตอบแทนที่ดี เช่นถ้าเราขยันทำงานหาเงินสักวันเราจะรวย หรือไม่ก็ถ้าเราตั้งใจเรียนแล้วเราก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆได้ ซึ่งชีวิตจริงมันกลับไม่เป็นอย่างงั้น บางทีชีวิตคนเรามันก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาด้วย  เหตุนี้เองคนส่วนใหญ่จึงมองหาที่พึ่งเพื่อจะขอให้สมดังหวังเวลาอยากได้สิ่งใดก็ตาม เราเรียกพิธีกรรมนี้ว่า การบนบานหรือการติดสินบน   การบนบานเริ่มขึ้นมาตั้งแต่สมัยไหนไม่มีใครบอกได้ มันเป็นความเชื่อปากต่อปากมาแต่โบราณว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เราอยากให้สิ่งที่เราอยากได้มันเกิดผลสำเร็จเร็วขึ้น เราต้องไปบนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรานับถือให้ท่านช่วย  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านี้ก็คือดวงจิตวิญญาณที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งแบ่งได้ 2 พวก 1.พวกวิญญาณชั้นสูง ได้แก่ พระอริยะสงฆ์ เทพเจ้า เทวดา 2. พวกวิญญาณชั้นต่ำ ได้แก่ เจ้าพ่อ เจ้าแม่ ภูตผีปีศาจ   จะเดินทางไปบนที่ไหนเราต้องศึกษาให้รู้ก่อนว่าสถานที่ที่เราเลือกไปท่านแม่นเรื่องอะไร เช่นผู้เขียนเป็นคนสระบุรี ถ้าจะขอให้ถูกหวย ก็เลือกไปที่ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองที่อยู่ในวัดสูง อ.เสาไห้  บนให้สอบติดหรือสมัครงานไหนก็ขอให้เค้ารับเข้าทำงาน ก็เลือกไปที่วิหารหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ บ้านหนองตาโล่ อ.หนองแค หรือไม่ก็เดินทางไปอีกหน่อยไม่ไกลมาก ก็หลวงพ่อโต วัดสะตือ อ.ท่าเรือ จ.อยุธยา ของที่ใช้บนก็ขึ้นอยู่กับเราแต่ขอให้เป็นสิ่งที่ท่านชอบ เช่น น้ำแดง ชุดไทย ดอกไม้ พวงมาลัย ไข่ต้ม ขนมจีน แตรวง  เป็นต้น ขั้นตอนก็ไม่มีอะไรมาก… Read More »

วิธีง่ายๆที่ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม

สิ่งแวดล้อมในปัจจุบันนี้มีความแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก สามารถสัมผัสและมองเห็นได้อย่างชัดเจน เช่น ฤดูกาลที่เปลี่ยนไปจากเดิน สภาพอากาศที่แปรปรวน อย่างประเทศไทยที่ใครหลายๆคนบอกว่า ไม่มีหน้าฝน ไม่หน้าหนาว มีแต่หน้าร้อน เป็นต้น นี่จึงเปรียบเสมือนสัญญาณจากธรรมชาติว่า ตอนนี้สิ่งแวดล้อมบนโลกบนเราได้เปลี่ยนไปแล้ว สัตว์บางสายพันธุ์ก็หายไป เพราะไม่สามารถดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมนี้ได้ หรืออีกหนึ่งเหตุผลคือการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าสัตว์หลายๆสายพันธุ์ ทำให้สัตว์เหล่านั้นไม่มีที่อยู่อาศัย ต้องหลบหนี หรือถูกฆ่า มนุษย์ต้องการพื้นที่เหล่านั้นมาเพื่อทำให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองทั้งนั้น แต่ไม่ได้คำนึกถึงผลที่จะตามมาในอนาคต ยังมีอีกหลายๆปัจจัยที่เป็นต้นเหตุของการทำให้สิ่งแวดล้อมบนโลกเปลี่ยนแปลง จึงเกิดคำถามว่าแล้วควรทำอย่างไร แน่นอนว่าพวกเราสามารถช่วยทำให้สิ่งแวดล้อมมันดีและน่าอยู่ขึ้นได้ ด้วยวิธีง่ายๆที่ใครก็สามารถทำกันได้ 1.ใช้กระดาษ 2 ด้าน ทุกคนรู้อยู่แล้วว่ากระดาษ 1 แผ่น มี 2 ด้าน การใช้กระดาษให้เกิดประโยชน์มากที่สุดคือการใช้กระดาษทั้ง 2 ด้าน เพราะอย่างที่ทราบกันว่ากระดาษถูกผลิตขึ้นมาจากการตัดต้นไม้ เราควรคำนึกถึงข้อนี้ให้มากๆว่าควรใช่กระดาษให้คุ้มค่าเป็นอย่างมาก 2.หนังสือพิมพ์ทำประโยชน์อย่าทิ้ง แทนที่จะเอาหนังสือพิมพ์ไปทิ้ง ควรนำมาทำให้เกิดประโยชน์มากกว่าการทำให้เป็นขยะ อย่างเช่น เอามาเช็ดกระจก ใช้ปูรองนั่ง หรือจะสร้างผลงานศิลปะ ที่เรียกว่า เปเปอร์มาร์เช่ นอกจากจะไม่ต้องทิ้งแล้ว ยังเอามารังสรรค์เป็นชิ้นงานของประดับได้อีกด้วย 3.ขวดพลาสติก พลาสติกถูกใช้มากในปัจจุบัน หรือพบเป็นขยะมาเช่นเดียวกัน เป็นขยะที่มีการย่อยสลายนานมาก เพราะฉะนั้นเราควรนำพลาสติกมารีไซเคิล… Read More »